ศัลยกรรมดึงหน้าหย่อนคล้อย (Face lift) คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

ดึงหน้า (Face lift) คืออะไร

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และโครงหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม การดูแลด้วยครีมบำรุงหรือวิธียกกระชับผิวต่างๆ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและชัดเจน การดึงหน้า (Face lift) เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

การดึงหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจ คืนความสดใสให้บุคลิกภาพ และแก้ปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคขั้นสูงกับการผ่าตัดในชั้นลึกอย่าง SMAS ซึ่งเป็นจุดเด่นของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery ค่ะ

Key Takeaways

  • การดึงหน้า (Face lift) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อยและลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลชัดเจน ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการดูแลด้วยวิธีธรรมชาติหรือหัตถการชั่วคราว
  • SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือ โครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่พยุงผิวหนังใบหน้าไว้ ทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” เมื่อชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย จะให้ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง เช่น ความหน้าเหี่ยว ผิวหน้าไม่กระชับ รวมถึงกรอบหน้าไม่ชัด
  • การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

การดึงหน้าคืออะไร?

ดึงหน้าคืออะไร

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

การดึงหน้า (Face lift) หรือศัลยกรรมใบหน้า คือเทคนิคทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น การมีริ้วรอย, ความหย่อนคล้อยของผิว, มีร่องแก้ม , ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นต้น

โดยการผ่าตัดจะเข้าไปจัดการเลาะที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่อยู่ในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งผิวหนังชั้น SMAS คือ ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง และทำการยกกระชับผิวตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผิวหน้าเรียบเนียน และเต่งตึง ขึ้นเป็นธรรมชาติ

ดึงหน้า Facelift แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

การดึงหน้า (Facelift) เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้อย่างตรงจุดและเห็นผลชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไข ดังนี้

  • ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง-มาก ตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ใบหน้าดูเด็กลง
  • ช่วยยกกระชับใบหน้า ตั้งแต่หน้าแก้มส่วนบน ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กระเปาะแก้มและกรอบหน้า
  • ช่วยลดริ้วรอยลึกให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า ร่องแก้ม หรือตีนกา 
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ และสวยสมส่วนขึ้น

ดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง?

ดึงหน้า ทำส่วนไหน

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

ดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1.Upper Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนบน

ผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนบน หรือที่ BEAMS เรียกกันว่า การดึงหน้าแบบ Mini Facelift จะครอบคลุมบริเวณ หางคิ้ว หางตา และดึงแก้มห้อย เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย เช่น ริ้วรอยตีนกา หางตาตก หรือคิ้วที่คล้อยต่ำ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูโทรม

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Upper Face Lift

  • ยกหางตาให้ดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
  • ยกกระชับแนวคิ้วและโหนกแก้มให้ดูได้รูป ไม่หย่อนคล้อย
  • เปิดดวงตาให้ดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น
  • ปรับสมดุลใบหน้าให้ดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2. Middle Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนกลาง

การผ่าตัดยกกระชับบริเวณช่วงกลางของใบหน้า ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ แก้ม ร่องแก้ม ไปจนถึงมุมปาก เพื่อคืนความกระชับให้ใบหน้าส่วนกลางที่หย่อนคล้อยตามอายุ หรือปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดหน้าหย่อนคล้อย เพื่อช่วยยกแนวแก้มขึ้น ลดความชัดของ ร่องแก้ม และ กระเปาะแก้ม ที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Middle Face Lift

  • ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
  • ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
  • ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
  • ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่าง

3. Lower Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนล่าง

ผ่าตัดเพื่อยกกระชับบริเวณ แนวกราม มุมปาก ร่องน้ำหมาก และใต้คาง ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัย เช่น มุมปากตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคางสองชั้นที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส การดึงหน้าส่วนล่างจะช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เสริมมิติให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Lower Face Lift

  • ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
  • ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
  • ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
  • ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่างและใต้คาง

ดึงหน้า เหมาะกับใคร

การดึงหน้าช่วยกระชับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ให้กรอบหน้าเรียบชัด ดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใคร..

  • ผู้ที่มีภาวะหางตาตก
  • ผู้ที่มี ริ้วรอยร่องแก้ม ร่องแก้มลึก
  • ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีร่องน้ำหมากชัด 
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หน้าอ้วน หน้าไม่เรียว
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีรูปหน้าที่ต้องการปรับโครงสร้าง
  • ผู้ที่เคยทำการฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ หรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน

แชร์ประสบการณ์ดึงหน้า (face lift) คุ้มค่าหรือไม่ คลิปนี้มีคำตอบ!

เทคนิคการดึงหน้า Face lift ที่ BEAMS Plastic Surgery มีแบบไหนบ้าง?

1. เทคนิคผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

ผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก เป็นเทคนิคดึงหน้าโดยการผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS และมีการตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ยาวนาน 5-10 ปี

  • แพทย์จะทำการเลาะและผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับใบหน้าขึ้น
  • ตัดตกแต่งหนังส่วนเกินด้านนอกออก
  • ใช้เทคนิค Invisible Lock เย็บแผลแบบซ่อนรอย
  • แนวแผลจะอยู่บริเวณ ใต้แนวไร้ผมตั้งแต่ขมับจนถึงแนวหน้ากรอบใบหู
  • แผลจะค่อยๆ จางลงใน 1 เดือน  และหายสนิทในประมาณ 3-6 เดือนหลังผ่าตัด

2. เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า (Endoscopic Facelift)

ส่องกล้องดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก ผิวไม่กระชับ มีร่องแก้มไม่มาก และไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก และต้องการฟื้นตัวเร็ว

  • เปิดแผลเล็กมากเพื่อสอดกล้อง Endoscope เข้าไปทำการเลาะชั้น SMAS
  • ยกกระชับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง 
  • ซ่อนแผลไว้ในไรผม
  • แก้ปัญหา ร่องแก้มลึก และมุมปากตก
  • กรอบหน้าชัดขึ้น ใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า (Face lift)

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น ควรเตรียมตัวดังนี้

  1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะสำลักในระหว่างดมยาสลบ
  3. งดแต่งหน้า และไม่ทาครีมบำรุง ในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  4. หยุดยาละลายลิ่มเลือด ล่วงหน้า 7 วัน หากต้องหยุดยาโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ
  5. แจ้งโรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ เพื่อการควบคุมให้อยู่ในภาวะคงที่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน
  6. หากต้องรับประทานยาประจำ ควรแจ้งแพทย์ หรือเลขาแพทย์ล่วงหน้า เพื่อจัดการให้เหมาะสม
  7. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงของแผลหายช้าและการติดเชื้อ
  8. งดวิตามินและอาหารเสริม ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะวิตามิน E, น้ำมันปลา, สมุนไพรต่าง ๆ
  9. หลีกเลี่ยงการขับรถด้วยตนเอง ช่วงระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด ควรให้ญาติหรือผู้ดูแลขับรถให้
  10. งดใส่คอนแทคเลนส์ ในวันผ่าตัด
  11. เตรียมบัตรประชาชนหรือ Passport มาแสดงตัวที่คลินิกในวันผ่าตัด
  12. เลือกใส่เสื้อผ้าที่สะดวกในการถอด-ใส่ เช่น เสื้อที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อเชิ้ต

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นขั้นตอนศัลยกรรมที่ช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ การเข้าใจขั้นตอนการผ่าตัดจะช่วยให้ผู้รับบริการเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ดังนี้

  1. วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง วางแผนการยกกระชับแบบตัวต่อตัว เพื่อแพทย์อยากให้ผลลัพธ์เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด
  2. เตรียมก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อความปลอดภัย
  3. เปิดแผลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ตั้งแต่ขมับ บริเวณใต้ไรผมไปจนถึงแนวหน้ากรอบใบหู เพื่อยกผิวหนัง และแยกออกจากชั้น SMAS
  4. ยกกระชับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ดึงกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น และเย็บยึดไว้กับจุดที่แข็งแรง พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินออก
  5. เย็บปิดแผลด้วยเทคนิค Invisible Lock ซ่อนรอยแผลให้แนบเนียนกับใต้แนวไรผมและแนวหน้ากรอบใบหู โดยไม่มีแรงตึงบนผิวด้านนอก ช่วยให้แผลหายเร็ว ไม่เห็นชัด และลดโอกาสการเกิดอาการบวมช้ำ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การดูแลแผลผ่าตัดดึงหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดบวมช้ำ และรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

  1. ประคบเย็นในช่วง 1-3 วันแรก โดยใช้น้ำแข็ง หรือ cold pack ประคบบริเวณรอบๆ แผล เพื่อช่วยลดบวม
  2. ข้อห้ามหลังดึงหน้า ที่ BEAMS Clinic จะไม่แนะนำให้ประคบอุ่น เนื่องจากอาการหลังผ่าตัดดึงหน้าจะยังมีการชา จะทำให้เกิดผิวพองได้ ซึ่ง 7-14วัน อาการบวมจะดีขึ้นแต่ในบางท่านอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคลนะคะ
  3. หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ หากเปียก ควรซับเบาๆ ให้แห้งทันที เพื่อลดความเสี่ยงแผลติดเชื้อ
  4. ใส่ผ้ารัดหน้า ช่วง 7 วันแรกหลังศัลยกรรมดึงหน้า ให้ใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อหลัง 7 วันไปแล้ว ควรใส่ผ้ารัดหน้าอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และใส่ต่อเนื่องจนครบ 3 เดือน
  5. ควรพักฟื้นอย่างน้อย 3-5 วัน โดยงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้หน้ามีการกระทบกระเทือน
  6. งดออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  7. รับประทานยาแก้ปวดและยาลดบวม ตามที่แพทย์สั่ง
  8. จัดท่านอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวมให้เร็วขึ้น และหลีกเลี่ยงการนอนราบและไม่ควรนอนคว่ำหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะอาจเกิดการกระทบกระเทือนแผลผ่าตัด 
  9. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว
  10. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง ไข่ และอาหารทะเล ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดโอกาสแผลอักเสบ
  11. งดสัมผัสหรือกระทบแผลโดยตรง เพื่อป้องกันแผลเปิดหรือแผลอักเสบ
  12. รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และพบแพทย์ตามนัด
  13. หากมีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือบวมมาก ควรติดต่อแพทย์โดยทันที

การเข้าที่ของแผลดึงหน้า

แผลดึงหน้า

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

หลังการผ่าตัดดึงหน้า แผลจะเริ่มเข้าที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยบวมและช้ำจะลดลงเรื่อยๆ และรอยเย็บใต้ผิวเริ่มเรียบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น ภายใน 3 เดือน ด้วยเทคนิค Invisible Lock (การซ่อนแผล) พัฒนาโดย พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม) แผลจะกลมกลืนกับผิวรอบข้างจนแทบมองไม่เห็น อีกทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยช้ำและการระคายเคืองรอบแผล พร้อมทั้งทำให้ผิวเรียบเนียนและลดเวลาพักฟื้น

คลิกเพื่อขอดูริวิวเทคนิค Invisible Lock ที่หมอเลือกใช้

ดึงหน้า อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

การดึงหน้าปลอดภัย หากทำโดยแพทย์มีประสบการณ์และผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำ แผลเป็น บวม ชา หรือผลลัพธ์ไม่สมดุลเป็นเรื่องปกติ แต่สามารถจัดการและฟื้นตัวได้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดึงหน้า

  • รอยแผล : แผลผ่าตัดการดึงหน้ามักอยู่บริเวณหน้าแนวไรผมยาวไปจนถึงกรอบหู เพื่อซ่อนในให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่ในบางรายอาจมีรอยแผลชัดเจนได้ หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์ค่ะ
  • แผลเป็น : หากไม่มีประวัติของการเป็นคีลอยด์ และดูแลแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้แผลจางลงได้ไวและเรียบเนียนขึ้นค่ะ
  • ความบวมและช้ำ : เป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัด มักค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละบุคคล
  • ชาที่ผิวหนัง : การดึงหน้าสามารถทำให้เส้นประสาทบริเวณผิวหนังชั่วคราวได้รับผลกระทบ จนเกิดอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยปกติ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดค่ะ
  • เลือดคั่ง : เป็นภาวะที่เกิดจากเลือดออกสะสมใต้ผิวหนังหลังการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการเดรนเลือดออกเพิ่มเติม
    แต่ที่ BEAMS Clinic ได้มีการใส่สายเดรนระบายเลือดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเลือดคั่งใต้ผิวหนังได้
  • ผลลัพธ์ไม่สมดุล : ในบางกรณีที่ทำโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ใบหน้าอาจดูไม่เท่ากันหรือดึงได้ไม่พอดี จึงต้องอาศัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการหรือมีประสบการณ์เท่านั้น

ทำไมต้องทำศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) ที่ BEAMS

4 เหตุผลสำคัญที่หลายคนเลือกทำศัลยกรรมดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery มีดังนี้

1. ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน

การดึงหน้าสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 5-10 ปี เมื่อเทียบกับการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม ซึ่งอยู่ได้เพียง 6 เดือน ถึง 2 ปี เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและคุ้มค่าในระยะยาว

2. แก้ปัญหาได้หลายจุดในครั้งเดียว

การดึงหน้าสามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในหลายจุดพร้อมกัน เช่น

  • ยกกระชับแก้มและมุมปาก
  • ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
  • ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  • ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

ซึ่งหากใช้วิธีอื่น อาจต้องทำหลายหัตถการร่วมกัน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เมื่อคำนวณในระยะยาว

3. ช่วยเสริมความมั่นใจ

ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยมักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าวัย และหมดความมั่นใจ การดึงหน้าจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ใบหน้าดูสดใสขึ้น และช่วยเสริมภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

4. แก้ไขได้ในชั้นลึก ถึงโครงสร้างชั้น SMAS

ศัลยกรรมดึงหน้าที่ได้ผลจริงต้องลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ (SMAS) ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน วิธีนี้จึงให้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์เท่านั้นค่ะ

สรุปบทความ

การดึงหน้า (Face lift) เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด โดยเฉพาะการดึงในชั้น SMAS ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผิวที่เสื่อมตามวัย การศัลยกรรมดึงหน้าโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BEAMS Plastic Surgery จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ มั่นใจ และดูดีได้อีกครั้ง ด้วยเทคนิคเฉพาะ ที่ดึงลึกถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และอยู่ได้นาน 5-10 ปี คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา

รีวิวยกกระชับใบหน้า (Facelift)

รีวิวคุณอ้อย

เพศ : หญิง อายุ : 70 ปี หัตถการ : Facelift , Neck lift และส่องกล้องยกคิ้ว Endoscopic Brow lift

รีวิวคุณบุ๋ม

เพศ : หญิง
อายุ : 52 ปี
หัตถการ : Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว ร่วมกับ Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณอัยย์

เพศ : หญิง อายุ : 37 ปี หัตถการ : Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว ร่วมกับ Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณอาย

เพศ : หญิง
อายุ : 45 ปี
หัตถการ : Facelift ผ่าตัดดึงหน้า ร่วมกับ Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว

รีวิวคุณน้องเล็ก

เพศ : หญิง อายุ : 42 ปี หัตถการ : Facelift และส่องกล้องยกคิ้ว Endoscopic Brow lift

รีวิวคุณเมเม่

เพศ : หญิง
อายุ : 29 ปี
หัตถการ : ดึงหน้า

รีวิวคุณชาย

เพศ : ชาย อายุ : 49 ปี หัตถการ : Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณฮวง

เพศ : หญิง อายุ : 64 ปี หัตถการ : Facelift

รีวิวคุณอ้อย

เพศ : หญิง
อายุ : 70 ปี
หัตถการ : Facelift , Neck lift และส่องกล้องยกคิ้ว Endoscopic Brow lift

รีวิวคุณบุ๋ม

เพศ : หญิง
อายุ : 52 ปี
หัตถการ : Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว ร่วมกับ Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณอัยย์

เพศ : หญิง
อายุ : 37 ปี
หัตถการ : Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว ร่วมกับ Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณอาย

เพศ : หญิง
อายุ : 45 ปี
หัตถการ : Facelift ผ่าตัดดึงหน้า ร่วมกับ Endo-Brow Lift ส่องกล้องยกคิ้ว

รีวิวคุณน้องเล็ก

เพศ : หญิง
อายุ : 42 ปี
หัตถการ : Facelift และส่องกล้องยกคิ้ว Endoscopic Brow lift

รีวิวคุณเมเม่

เพศ : หญิง
อายุ : 29 ปี
หัตถการ : ดึงหน้า

รีวิวคุณชาย

เพศ : ชาย
อายุ : 49 ปี
หัตถการ : Facelift ผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวคุณฮวง

เพศ : หญิง
อายุ : 64 ปี
หัตถการ : Facelift

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการดึงหน้า (Face lift)

ผลลัพธ์ของการดึงหน้าโดยเฉพาะแบบดึงลึกถึงชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลหลังผ่าตัด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่ะ

ที่ BEAMS Plastic Surgery ใช้เทคนิคเฉพาะ Invisible Lock ซึ่งเป็นการซ่อนแผลแบบแนบเนียนบริเวณใต้แนวไรผมและหน้ากรอบใบหู ทำให้แผลเล็ก มองไม่เห็นแม้อยู่ใกล้ อีกทั้งหายเร็ว โดยไม่มีรอยแผลเป็นชัดเจนให้กังวลค่ะ

แม้คนส่วนใหญ่มักเริ่มดึงหน้าหลังอายุ 40+ ปีขึ้นไป แต่ในความจริงแล้ว อายุไม่ใช่ปัจจัยหลัก การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ สภาพผิว ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือร่องลึก มากกว่า ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างแม่นยำค่ะ

การดึงหน้าชั้นลึกจะผ่าตัดถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งเป็น “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ทำให้ ยกกระชับได้ลึกและยาวนานกว่า ในขณะที่การร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการชั่วคราว ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้ในเวลาสั้น และแก้ได้เฉพาะจุดค่ะ

ราคาเริ่มต้นของการดึงหน้า ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลักแสน หากต้องการทราบราคาที่เหมาะกับคุณ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคลค่ะ

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมากในทุกชั้นผิว มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าไม่ชัด และมีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก
ส่วนการส่องกล้องดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกิน และไม่ต้องการมีแผลบนใบหน้า ต้องการฟื้นตัวเร็ว

 

การเลือกวิธีจึงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ อ่านเพิ่มเติมในบทความ ดึงหน้า VS ส่องกล้องดึงหน้า เลือกทำแบบไหนดี?

หลังศัลยกรรมดึงหน้า จะมีความบวมและเขียวช้ำเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะเริ่มลดลงใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ที่สวยอย่างชัดเจนภายใน 1-3 เดือนค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและวิธีดูแลหลังผ่าตัด