เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และโครงหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม การดูแลด้วยครีมบำรุงหรือวิธียกกระชับผิวต่างๆ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและชัดเจน การดึงหน้า (Face lift) เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การดึงหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจ คืนความสดใสให้บุคลิกภาพ และแก้ปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคขั้นสูงกับการผ่าตัดในชั้นลึกอย่าง SMAS ซึ่งเป็นจุดเด่นของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery ค่ะ
Key Takeaways
- การดึงหน้า (Face lift) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อยและลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลชัดเจน ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการดูแลด้วยวิธีธรรมชาติหรือหัตถการชั่วคราว
- SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือ โครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่พยุงผิวหนังใบหน้าไว้ ทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” เมื่อชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย จะให้ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง เช่น ความหน้าเหี่ยว ผิวหน้าไม่กระชับ รวมถึงกรอบหน้าไม่ชัด
- การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
-
- การดึงหน้า คืออะไร?
- ดึงหน้า Facelift แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
- ดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง?
- ดึงหน้า เหมาะกับใคร
- เทคนิคการดึงหน้า Face lift ที่ BEAMS Plastic Surgery มีแบบไหนบ้าง?
- การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า (Face lift)
- ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
- การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
- การเข้าที่ของแผลดึงหน้า
- ดึงหน้า อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
- ทำไมต้องทำศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) ที่ BEAMS
- สรุปบทความ
- รีวิวยกกระชับใบหน้า (Facelift)
- คำถามที่พบบ่อย
การดึงหน้าคืออะไร?

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
การดึงหน้า (Face lift) หรือศัลยกรรมใบหน้า คือเทคนิคทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น การมีริ้วรอย, ความหย่อนคล้อยของผิว, มีร่องแก้ม , ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นต้น
โดยการผ่าตัดจะเข้าไปจัดการเลาะที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่อยู่ในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งผิวหนังชั้น SMAS คือ ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง และทำการยกกระชับผิวตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผิวหน้าเรียบเนียน และเต่งตึง ขึ้นเป็นธรรมชาติ
ดึงหน้า Facelift แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
การดึงหน้า (Facelift) เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้อย่างตรงจุดและเห็นผลชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไข ดังนี้
- ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง-มาก ตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ใบหน้าดูเด็กลง
- ช่วยยกกระชับใบหน้า ตั้งแต่หน้าแก้มส่วนบน ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กระเปาะแก้มและกรอบหน้า
- ช่วยลดริ้วรอยลึกให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า ร่องแก้ม หรือตีนกา
- ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ และสวยสมส่วนขึ้น
ดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง?

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
ดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1.Upper Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนบน
ผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนบน หรือที่ BEAMS เรียกกันว่า การดึงหน้าแบบ Mini Facelift จะครอบคลุมบริเวณ หางคิ้ว หางตา และดึงแก้มห้อย เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย เช่น ริ้วรอยตีนกา หางตาตก หรือคิ้วที่คล้อยต่ำ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูโทรม
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Upper Face Lift
- ยกหางตาให้ดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
- ยกกระชับแนวคิ้วและโหนกแก้มให้ดูได้รูป ไม่หย่อนคล้อย
- เปิดดวงตาให้ดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น
- ปรับสมดุลใบหน้าให้ดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
2. Middle Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนกลาง
การผ่าตัดยกกระชับบริเวณช่วงกลางของใบหน้า ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ แก้ม ร่องแก้ม ไปจนถึงมุมปาก เพื่อคืนความกระชับให้ใบหน้าส่วนกลางที่หย่อนคล้อยตามอายุ หรือปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดหน้าหย่อนคล้อย เพื่อช่วยยกแนวแก้มขึ้น ลดความชัดของ ร่องแก้ม และ กระเปาะแก้ม ที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Middle Face Lift
- ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
- ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
- ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
- ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่าง
3. Lower Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนล่าง
ผ่าตัดเพื่อยกกระชับบริเวณ แนวกราม มุมปาก ร่องน้ำหมาก และใต้คาง ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัย เช่น มุมปากตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคางสองชั้นที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส การดึงหน้าส่วนล่างจะช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เสริมมิติให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นค่ะ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Lower Face Lift
- ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
- ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
- ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
- ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่างและใต้คาง
ดึงหน้า เหมาะกับใคร
การดึงหน้าช่วยกระชับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ให้กรอบหน้าเรียบชัด ดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใคร..
- ผู้ที่มีภาวะหางตาตก
- ผู้ที่มี ริ้วรอยร่องแก้ม ร่องแก้มลึก
- ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีร่องน้ำหมากชัด
- ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หน้าอ้วน หน้าไม่เรียว
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีรูปหน้าที่ต้องการปรับโครงสร้าง
- ผู้ที่เคยทำการฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ หรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
แชร์ประสบการณ์ดึงหน้า (face lift) คุ้มค่าหรือไม่ คลิปนี้มีคำตอบ!
เทคนิคการดึงหน้า Face lift ที่ BEAMS Plastic Surgery มีแบบไหนบ้าง?
1. เทคนิคผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
ผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก เป็นเทคนิคดึงหน้าโดยการผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS และมีการตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ยาวนาน 5-10 ปี
- แพทย์จะทำการเลาะและผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับใบหน้าขึ้น
- ตัดตกแต่งหนังส่วนเกินด้านนอกออก
- ใช้เทคนิค Invisible Lock เย็บแผลแบบซ่อนรอย
- แนวแผลจะอยู่บริเวณ ใต้แนวไร้ผมตั้งแต่ขมับจนถึงแนวหน้ากรอบใบหู
- แผลจะค่อยๆ จางลงใน 1 เดือน และหายสนิทในประมาณ 3-6 เดือนหลังผ่าตัด
2. เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า (Endoscopic Facelift)
ส่องกล้องดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก ผิวไม่กระชับ มีร่องแก้มไม่มาก และไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก และต้องการฟื้นตัวเร็ว
- เปิดแผลเล็กมากเพื่อสอดกล้อง Endoscope เข้าไปทำการเลาะชั้น SMAS
- ยกกระชับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง
- ซ่อนแผลไว้ในไรผม
- แก้ปัญหา ร่องแก้มลึก และมุมปากตก
- กรอบหน้าชัดขึ้น ใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า (Face lift)
ก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น ควรเตรียมตัวดังนี้
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
- งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะสำลักในระหว่างดมยาสลบ
- งดแต่งหน้า และไม่ทาครีมบำรุง ในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการติดเชื้อ
- หยุดยาละลายลิ่มเลือด ล่วงหน้า 7 วัน หากต้องหยุดยาโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ
- แจ้งโรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ เพื่อการควบคุมให้อยู่ในภาวะคงที่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน
- หากต้องรับประทานยาประจำ ควรแจ้งแพทย์ หรือเลขาแพทย์ล่วงหน้า เพื่อจัดการให้เหมาะสม
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงของแผลหายช้าและการติดเชื้อ
- งดวิตามินและอาหารเสริม ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะวิตามิน E, น้ำมันปลา, สมุนไพรต่าง ๆ
- หลีกเลี่ยงการขับรถด้วยตนเอง ช่วงระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด ควรให้ญาติหรือผู้ดูแลขับรถให้
- งดใส่คอนแทคเลนส์ ในวันผ่าตัด
- เตรียมบัตรประชาชนหรือ Passport มาแสดงตัวที่คลินิกในวันผ่าตัด
- เลือกใส่เสื้อผ้าที่สะดวกในการถอด-ใส่ เช่น เสื้อที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อเชิ้ต
ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นขั้นตอนศัลยกรรมที่ช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ การเข้าใจขั้นตอนการผ่าตัดจะช่วยให้ผู้รับบริการเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ดังนี้
- วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง วางแผนการยกกระชับแบบตัวต่อตัว เพื่อแพทย์อยากให้ผลลัพธ์เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนมากที่สุด
- เตรียมก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อความปลอดภัย
- เปิดแผลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ตั้งแต่ขมับ บริเวณใต้ไรผมไปจนถึงแนวหน้ากรอบใบหู เพื่อยกผิวหนัง และแยกออกจากชั้น SMAS
- ยกกระชับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ดึงกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น และเย็บยึดไว้กับจุดที่แข็งแรง พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินออก
- เย็บปิดแผลด้วยเทคนิค Invisible Lock ซ่อนรอยแผลให้แนบเนียนกับใต้แนวไรผมและแนวหน้ากรอบใบหู โดยไม่มีแรงตึงบนผิวด้านนอก ช่วยให้แผลหายเร็ว ไม่เห็นชัด และลดโอกาสการเกิดอาการบวมช้ำ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
การดูแลแผลผ่าตัดดึงหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดบวมช้ำ และรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
- ประคบเย็นในช่วง 1-3 วันแรก โดยใช้น้ำแข็ง หรือ cold pack ประคบบริเวณรอบๆ แผล เพื่อช่วยลดบวม
- ข้อห้ามหลังดึงหน้า ที่ BEAMS Clinic จะไม่แนะนำให้ประคบอุ่น เนื่องจากอาการหลังผ่าตัดดึงหน้าจะยังมีการชา จะทำให้เกิดผิวพองได้ ซึ่ง 7-14วัน อาการบวมจะดีขึ้นแต่ในบางท่านอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคลนะคะ
- หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ หากเปียก ควรซับเบาๆ ให้แห้งทันที เพื่อลดความเสี่ยงแผลติดเชื้อ
- ใส่ผ้ารัดหน้า ช่วง 7 วันแรกหลังศัลยกรรมดึงหน้า ให้ใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อหลัง 7 วันไปแล้ว ควรใส่ผ้ารัดหน้าอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และใส่ต่อเนื่องจนครบ 3 เดือน
- ควรพักฟื้นอย่างน้อย 3-5 วัน โดยงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้หน้ามีการกระทบกระเทือน
- งดออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- รับประทานยาแก้ปวดและยาลดบวม ตามที่แพทย์สั่ง
- จัดท่านอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวมให้เร็วขึ้น และหลีกเลี่ยงการนอนราบและไม่ควรนอนคว่ำหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะอาจเกิดการกระทบกระเทือนแผลผ่าตัด
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง ไข่ และอาหารทะเล ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดโอกาสแผลอักเสบ
- งดสัมผัสหรือกระทบแผลโดยตรง เพื่อป้องกันแผลเปิดหรือแผลอักเสบ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และพบแพทย์ตามนัด
- หากมีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือบวมมาก ควรติดต่อแพทย์โดยทันที
การเข้าที่ของแผลดึงหน้า

ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
หลังการผ่าตัดดึงหน้า แผลจะเริ่มเข้าที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยบวมและช้ำจะลดลงเรื่อยๆ และรอยเย็บใต้ผิวเริ่มเรียบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น ภายใน 3 เดือน ด้วยเทคนิค Invisible Lock (การซ่อนแผล) พัฒนาโดย พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม) แผลจะกลมกลืนกับผิวรอบข้างจนแทบมองไม่เห็น อีกทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยช้ำและการระคายเคืองรอบแผล พร้อมทั้งทำให้ผิวเรียบเนียนและลดเวลาพักฟื้น
คลิกเพื่อขอดูริวิวเทคนิค Invisible Lock ที่หมอเลือกใช้
ดึงหน้า อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
การดึงหน้าปลอดภัย หากทำโดยแพทย์มีประสบการณ์และผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำ แผลเป็น บวม ชา หรือผลลัพธ์ไม่สมดุลเป็นเรื่องปกติ แต่สามารถจัดการและฟื้นตัวได้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดึงหน้า
- รอยแผล : แผลผ่าตัดการดึงหน้ามักอยู่บริเวณหน้าแนวไรผมยาวไปจนถึงกรอบหู เพื่อซ่อนในให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่ในบางรายอาจมีรอยแผลชัดเจนได้ หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์ค่ะ
- แผลเป็น : หากไม่มีประวัติของการเป็นคีลอยด์ และดูแลแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้แผลจางลงได้ไวและเรียบเนียนขึ้นค่ะ
- ความบวมและช้ำ : เป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัด มักค่อยๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละบุคคล
- ชาที่ผิวหนัง : การดึงหน้าสามารถทำให้เส้นประสาทบริเวณผิวหนังชั่วคราวได้รับผลกระทบ จนเกิดอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยปกติ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดค่ะ
- เลือดคั่ง : เป็นภาวะที่เกิดจากเลือดออกสะสมใต้ผิวหนังหลังการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการเดรนเลือดออกเพิ่มเติม
แต่ที่ BEAMS Clinic ได้มีการใส่สายเดรนระบายเลือดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเลือดคั่งใต้ผิวหนังได้ - ผลลัพธ์ไม่สมดุล : ในบางกรณีที่ทำโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ใบหน้าอาจดูไม่เท่ากันหรือดึงได้ไม่พอดี จึงต้องอาศัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการหรือมีประสบการณ์เท่านั้น
ทำไมต้องทำศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) ที่ BEAMS
4 เหตุผลสำคัญที่หลายคนเลือกทำศัลยกรรมดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery มีดังนี้
1. ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน
การดึงหน้าสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 5-10 ปี เมื่อเทียบกับการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม ซึ่งอยู่ได้เพียง 6 เดือน ถึง 2 ปี เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและคุ้มค่าในระยะยาว
2. แก้ปัญหาได้หลายจุดในครั้งเดียว
การดึงหน้าสามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในหลายจุดพร้อมกัน เช่น
- ยกกระชับแก้มและมุมปาก
- ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
- ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
- ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
ซึ่งหากใช้วิธีอื่น อาจต้องทำหลายหัตถการร่วมกัน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เมื่อคำนวณในระยะยาว
3. ช่วยเสริมความมั่นใจ
ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยมักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าวัย และหมดความมั่นใจ การดึงหน้าจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ใบหน้าดูสดใสขึ้น และช่วยเสริมภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ
4. แก้ไขได้ในชั้นลึก ถึงโครงสร้างชั้น SMAS
ศัลยกรรมดึงหน้าที่ได้ผลจริงต้องลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ (SMAS) ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน วิธีนี้จึงให้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์เท่านั้นค่ะ
สรุปบทความ
การดึงหน้า (Face lift) เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด โดยเฉพาะการดึงในชั้น SMAS ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผิวที่เสื่อมตามวัย การศัลยกรรมดึงหน้าโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BEAMS Plastic Surgery จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ มั่นใจ และดูดีได้อีกครั้ง ด้วยเทคนิคเฉพาะ ที่ดึงลึกถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และอยู่ได้นาน 5-10 ปี คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา
รีวิวยกกระชับใบหน้า (Facelift)
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการดึงหน้า (Face lift)
ผลลัพธ์ของการดึงหน้าโดยเฉพาะแบบดึงลึกถึงชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลหลังผ่าตัด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่ะ
ที่ BEAMS Plastic Surgery ใช้เทคนิคเฉพาะ Invisible Lock ซึ่งเป็นการซ่อนแผลแบบแนบเนียนบริเวณใต้แนวไรผมและหน้ากรอบใบหู ทำให้แผลเล็ก มองไม่เห็นแม้อยู่ใกล้ อีกทั้งหายเร็ว โดยไม่มีรอยแผลเป็นชัดเจนให้กังวลค่ะ
แม้คนส่วนใหญ่มักเริ่มดึงหน้าหลังอายุ 40+ ปีขึ้นไป แต่ในความจริงแล้ว อายุไม่ใช่ปัจจัยหลัก การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ สภาพผิว ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือร่องลึก มากกว่า ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างแม่นยำค่ะ
การดึงหน้าชั้นลึกจะผ่าตัดถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งเป็น “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ทำให้ ยกกระชับได้ลึกและยาวนานกว่า ในขณะที่การร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการชั่วคราว ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้ในเวลาสั้น และแก้ได้เฉพาะจุดค่ะ
ราคาเริ่มต้นของการดึงหน้า ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลักแสน หากต้องการทราบราคาที่เหมาะกับคุณ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคลค่ะ
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมากในทุกชั้นผิว มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าไม่ชัด และมีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก
ส่วนการส่องกล้องดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกิน และไม่ต้องการมีแผลบนใบหน้า ต้องการฟื้นตัวเร็ว
การเลือกวิธีจึงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ อ่านเพิ่มเติมในบทความ ดึงหน้า VS ส่องกล้องดึงหน้า เลือกทำแบบไหนดี?
หลังศัลยกรรมดึงหน้า จะมีความบวมและเขียวช้ำเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะเริ่มลดลงใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ที่สวยอย่างชัดเจนภายใน 1-3 เดือนค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและวิธีดูแลหลังผ่าตัด


