PRP หน้าใส คืออะไร รวมขั้นตอนการฟื้นฟูผิวหน้าให้สุขภาพดี

PRP หน้าใส

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ปัจจุบันการดูแลตนเองไม่ใช่เรื่องยาก การทำ “PRP หน้าใส” ก็เป็นอีกนวัตกรรมที่มีส่วนสำคัญในการยกกระชับรูขุมขน ดูแลผิวหน้าให้กระจ่างใสมากขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเลือกทำหัตถการดังกล่าว มาทำความรู้จักกันแบบละเอียดได้เลยว่า PRP คืออะไร? ช่วยอะไรบ้าง? และทุกเรื่องที่ควรศึกษา

Key Takeaways

  • PRP หน้าใส คือ การนำเลือดของตัวเองมาปั่นด้วยความเร็วสูงในระยะเวลาเหมาะสมจนได้เป็นเกล็ดเลือดเข้มข้น Growth Factor และสารสำคัญอื่น ๆ ฉีดกลับเข้าไปบริเวณผิวหนังที่ต้องการฟื้นฟูรักษา
  • การฉีด PRP หน้าใส ช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ คอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ปรับเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้กลับมามีสุขภาพดี ลดร่องแก้ม รอยคล้ำใต้ดวงตา รอยเหี่ยวย่น กระชับรูขุมขน
  • การทำ PRP หน้าใส มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงต่ำมาก เพราะใช้พลาสมาเกล็ดเลือดของตัวเองฉีดกลับเข้าไป เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหน้าโทรม รอยดำ รอยแดง และต้องการผิวที่ดูกระจ่างใส โกลว์ ฉ่ำวาว พร้อมช่วยกระตุ้นคอลลาเจน อยู่ได้นาน 4-6 เดือน
เลือกอ่านตามหัวข้อ

PRP หน้าใส คืออะไร?

Platelet Rich Plasma หรือ PRP หน้าใส คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ใช้เทคนิคการปั่นเลือดของคนไข้ด้วยความเร็วสูงภายใต้ระยะเวลาเหมาะสม เพื่อให้ได้พลาสมาสีเหลืองใส ที่อัดแน่นด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นและสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (Growth Factor) และสารสำคัญอื่นๆ จากนั้นจึงฉีดกลับเข้าไปบริเวณผิวที่ต้องการฟื้นฟู เพื่อให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ซึ่งการทำ PRP หน้าใส (PRP injection) ยังสามารถดำเนินการควบคู่กับหัตถการอื่นได้ด้วย

Growth Factor คืออะไร? สำคัญอย่างไร?

Growth Factor คือ สารกลุ่มโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่กระตุ้น Stem Cell ในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และรวมถึงกระตุ้นการทำงานของ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจน เพื่อซ่อมแซมผิวเนื้อเยื่อ ต่างๆ และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ปัจจุบันจึงถูกนำมาใช้เชิงหัตถการด้านการชะลอวัยด้วยวิธีสกัดออกมาจากเกล็ดเลือด

PRP หน้าใส ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่สงสัยว่า PRP ช่วยอะไร? ด้วยการที่ PRP อุดมไปด้วยโปรตีนชนิด Growth Factor และสารสำคัญอื่นๆ เมื่อฉีดกลับเข้าไปแล้วจึงสร้างผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน ประกอบไปด้วย

  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ซ่อมแซม ฟื้นฟู และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ คอลลาเจน จึงช่วยปรับเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้กลับมามีสุขภาพดี
  • ลดรอยแดง รอยดำ แผลเป็นที่เกิดจากสิว หลุมสิว ฝ้า กระ
  • กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้น ลดปัญหาใบหน้าแห้งกร้าน
  • เผยผิวสว่างกระจ่างใส อ่อนกว่าวัยจากการบำรุงอย่างล้ำลึก

PRP หน้าใส แตกต่างจากการฟื้นฟูผิวด้วยวิธีอื่นอย่างไร

PRP คือ วิธีดูแลผิวด้วยการฉีดเกล็ดเลือดเข้าผิวหน้าของตัวเอง ที่ผ่านกระบวนการและกรรมวิธีเฉพาะเรียบร้อย ไม่มีสารแปลกปลอม จึงมีความปลอดภัยสูง เห็นผลรวดเร็ว ดูแลผิวได้ทั่วบริเวณใบหน้ามากกว่าเมื่อเทียบกับวิธีฟื้นฟูผิวอื่นๆ ทั้งนี้ยังสามารถทำ PRP ควบคู่กับหัตถการอื่นได้เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

ทำ PRP หน้าใส อันตรายไหม

อย่างที่อธิบายไว้ว่า PRP หน้าใส หรือ Platelet Rich Plasma คือ การใช้เกล็ดเลือดของตัวเองฉีดกลับเข้าไปบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู โอกาสเสี่ยงต่ออาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรงจึงน้อยมาก หลังการทำ PRP อาจมีรอยเข็ม รอยฟกช้ำเล็กน้อย บางรายอาจรู้สึกปวดตรงจุดที่ฉีด แต่เมื่อผ่านไป 2-3 วัน อาการดังกล่าวจะดีขึ้น

PRP หน้าใส เหมาะกับใครบ้าง

เมื่อรู้จักกันมากขึ้นแล้วว่าการทำ PRP คืออะไร อีกเรื่องที่อาจยังมีข้อสงสัยกันอยู่นั่น คือ PRP เหมาะกับใคร? ใช่คุณหรือไม่ ลองเช็กลิสต์คนที่เหมาะกับการฉีด PRP กันได้เลย

ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าโทรม หมองคล้ำ
ผู้ที่มีรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว รอยหลุมสิว
ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ไม่เรียบเนียน
ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ให้ดูอ่อนเยาว์
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก ให้ผิวโกลว์ ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ข้อดีและข้อจำกัดของการทำ PRP หน้าใส

ทุกหัตถการย่อมมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดเป็นเรื่องปกติ สำหรับการทำ PRP หรือการปั่นเลือดฉีดหน้าก็เช่นกัน ลองเทียบข้อมูลเหล่านี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจก่อนเริ่มทำได้เลย

ข้อดีของการทำ PRP หน้าใส

การทำ PRP หน้าใสมีจุดเด่นในหลายด้านโดยเฉพาะเรื่องของผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ และไม่ต้องกังวลใจเรื่องอาการข้างเคียงต่างๆ สามารถสรุปข้อดีได้ ดังนี้

  • มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงรุนแรงน้อยมาก เพราะเป็นการฉีดเกล็ดเลือดหน้าใสโดยใช้เลือดของตัวเอง
  • ฟื้นฟูและบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ตรงจุด เมื่อเทียบกับการบำรุงผิวด้วยวิธีอื่น 
  • เห็นผลลัพธ์ภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเทียบกับหัตถการฟื้นฟูอื่นๆ
  • แก้ปัญหาผิวหน้าได้หลากหลาย เช่น PRP รักษารอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็น หรือหลุมสิว รอยคล้ำใต้ตา เป็นต้น

ข้อจำกัดของการทำ PRP หน้าใส 

อย่างไรก็ตามแม้การฉีด PRP ข้อเสียด้านผลลัพธ์จะน้อย แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางบุคคลเพราะอาจส่งผลต่อร่างกายได้ ดังนี้

  • การฉีด PRP หน้าใส ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ไม่เหมาะกับผู้มีปัญหาความผิดปกติของเลือด เช่น เกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ทานยาสลายลิ่มเลือดหรือยาต้านภาวะการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคผิวหนังและมะเร็งผิวหนัง
  • ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE)
  • ไม่เหมาะกับผู้มีภาวะติดเชื้อขั้นรุนแรง

ขั้นตอนการทำ PRP หน้าใส

ขั้นตอนทำ PRP หน้าใส
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

ต้องขออธิบายก่อนว่าขั้นตอนการทำ PRP หน้าใส ของคลินิกหรือแพทย์แต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเทคนิค ความเชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ที่ใช้ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนเบื้องต้นของการฉีด PRP Plasma สามารถสรุปได้ ดังนี้

  • คนไข้ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ ระบุรายละเอียดส่วนตัวทั้งหมดเพื่อให้ประเมินความเหมาะสมว่าสามารถทำได้หรือไม่
  • หากไม่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงใดแพทย์จะประเมินปัญหาที่เกิดขึ้น วิเคราะห์ใบหน้า และพิจารณาวิธีที่ดีที่สุด
  • ทายาชาลงบนบริเวณใบหน้า
  • เจาะเลือดคนไข้จากบริเวณข้อพับนำไปใช้ประมาณ 15 cc 
  • นำเลือดที่ได้ใส่หลอดชนิดพิเศษ แล้วนำไปปั่นในเครื่อง Centrifuge เพื่อสกัดออกมาเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นและสมบูรณ์ที่สุด
  • ทำการฉีด PRP ลงบริเวณใบหน้าที่ต้องการรักษา ฟื้นฟู

การเตรียมตัวก่อนทำ PRP หน้าใส

  • ค้นหาข้อมูลอย่างละเอียด เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือผ่านมาตรฐานการรับรอง แพทย์มีความเชี่ยวชาญ มีห้องปลอดเชื้อและอุปกรณ์สะอาด
  • ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนทำ PRP 
  • แจ้งโรคประจำตัว และยาสำหรับรักษาโรคประจำตัวกับแพทย์
  • งดการทานยากลุ่ม NSAIDS กลุ่มยาอักเสบ หรือยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม ASA อย่างน้อย 3 วัน
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 วัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง / วัน โดยเฉพาะคืนก่อนทำ PRP หน้าใส
  • งดของทอด ของมัน กลุ่มอาหารไขมันสูงอย่างน้อย 24 ชม. ก่อนทำ
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ เฉลี่ย 1.5-2 ลิตร / วัน อย่างน้อย 3 วัน ก่อนทำหัตถการ
  • วันที่ฉีด PRP ไม่ต้องแต่งหน้า ทาครีมใดๆ ทั้งสิ้น

การดูแลหลังทำ PRP หน้าใส

การดูแลหลังทำ PRP หน้าใส
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
  • งดล้างหน้า 6-8 ชั่วโมง หลังทำ PRP หน้าใส เพื่อให้สเต็มเซลล์เคลือบผิวไว้
  • งดว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ดื่มคาเฟอีน และอาหารรสจัดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ป้องกันอาการบวมหรือช้ำรุนแรง
  • ทาครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณที่ทำ PRP หน้าใส
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำช่วงผิวแดง ลอก และต้องหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรง หรือความร้อนบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 3 วัน
  • ห้ามแกะ เกา หรือถูบริเวณที่ทำหัตถการ
  • ติดตามนัดกับแพทย์ที่ดูแลตามกำหนด

สรุปบทความ

การทำ PRP หน้าใส คือ หัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพให้กลับมาอ่อนกว่าวัย ลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ โดยใช้วิธีนำเลือดของคนไข้ไปปั่นเพื่อแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นและ Growth Factor จากนั้นจึงฉีดกลับเข้าไปบริเวณผิวหนังที่ต้องการรักษา มีความปลอดภัยสูง เห็นผลเร็วและที่สำคัญต้องเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์สะอาด ซึ่งที่ BEAMS Plastic Surgery ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลคนไข้ทุกเคสอย่างดีที่สุด คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด เช่น ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เลือดจางรุนแรง ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยโรคผิวหนัง ผู้ป่วยโรค SLE และผู้มีภาวะติดเชื้อรุนแรง

หลังทำ PRP หน้าใส สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที แต่ทั้งนี้แนะนำว่าควรทำซ้ำทุก 1-3 เดือน ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์หลังการฉีด PRP สามารถอยู่ได้นาน 4-6 เดือน  หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเอง และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

นพ ภัคธร สิวาภิรมย์รัตน์ (หมอกุ่ย)

บทความโดย : นพ.ภัคธร สิวาภิรมย์รัตน์ (หมอกุ่ย)

แพทย์ผิวหนัง

LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้