หากคุณสังเกตเห็นว่าตัวเอง หนังตาตก ตาปรือ หรือชั้นตาไม่เท่ากัน อาจเป็นสัญญาณของ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนและดวงตาดูไม่สดใส ภาวะนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พันธุกรรม ไปจนถึงโรคประจำตัว หากไม่ได้รับการดูแล อาจกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตได้ในอนาคต
บทความนี้ BEAMS Clinic จะพาทุกคุณไปรู้จัก สาเหตุเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และวิธีแก้ไขเบื้องต้นจนถึงศัลยกรรมผ่าตัด เพื่อให้คุณสามารถเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมและคืนความมั่นใจให้ดวงตากลับมาสดใสอีกครั้งค่ะ
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือที่แพทย์เรียกว่า “Ptosis” เป็นภาวะที่หนังตาบนตกหรือหย่อนลงมากกว่าปกติ จนบดบังการมองเห็น ทำให้ตาดูปรือ ไม่สดใส และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสายตาในระยะยาว ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่ใช่แค่ปัญหาความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งปัจจุบันพบว่าคนวัยทำงานเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน จนกลายเป็น “โรคฮิต” ที่ซ่อนปัญหาใหญ่กว่าที่คิดค่ะ
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ที่ไม่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ ทำให้เปลือกตาเปิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ตาดูตกลงมาและบังการมองเห็นได้
สาเหตุสำคัญของภาวะนี้คือ ความบกพร่องทางพันธุกรรมและการพัฒนาของกล้ามเนื้อ หากครอบครัวหรือสมาชิกมีประวัติเป็นโรคนี้มาก่อน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อลูกหลานที่จะเกิดภาวะเดียวกันได้สูงค่ะ เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพัฒนาการของกล้ามเนื้อเปลือกตาอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง
นอกจากพันธุกรรมแล้ว ยังอาจพบความสัมพันธ์กับความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ทำให้กล้ามเนื้อไม่ตอบสนองหรือมีแรงดึงไม่เพียงพอ
แต่โดยทั่วไป กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดแต่กำเนิด จะมีลักษณะ…
เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อตาจะหย่อนยานตามธรรมชาติโดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
การถอดใส่คอนแทคเลนส์บ่อยครั้งอาจทำให้กล้ามเนื้อยกเปลือกตาเสื่อมสภาพได้
เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ร่างกายสร้างแอนติบอดี้มาทำลายการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะสารอะซีทิลโคลีน ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างรวมถึงกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
เกร็ดความรู้ : สารอะเซทิลโคลีนเป็นสารสื่อประสาทที่มีบทบาทสำคัญต่อ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ, การควบคุมการทำงานอวัยวะอัตโนมัติ, และ การทำงานด้านความจำและการเรียนรู้ของสมอง ของร่างกายมนุษย์และสัตว์
อุบัติเหตุที่กระทบบริเวณตา หรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดบริเวณหนังตาหรือตา
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
สังเกตได้จากหนังตาบนตกลงมาทับตาดำมากกว่าปกติ ทำให้ดูเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา
ตาข้างหนึ่งเปิดกว้างน้อยกว่าอีกข้าง หรือลืมตาได้ไม่เท่ากันชัดเจน
เพื่อชดเชยหนังตาที่ตก ผู้ป่วยมักจะเงยหน้าหรือใช้นิ้วยกเปลือกตาเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
เมื่อหนังตาตกมาบดบังตาดำ จะทำให้มองเห็นได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็น
เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อหน้าผากมากเกินไปเพื่อชดเชยการมองเห็น
เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตายังทำงานได้บ้าง แพทย์จะทำการย่นกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานได้น้อยมาก แพทย์จะใช้เส้นเอ็นหรือวัสดุสังเคราะห์มาแขวนหนังตากับกล้ามเนื้อหน้าผากค่ะ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและต้องการสร้างชั้นตาที่สวยคมชัดไปพร้อมกัน โดยที่ BEAMS Plastic surgery มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดดวงตาและโครงสร้างใบหน้าอย่างครบวงจร ทำให้สามารถแก้ไขได้ทั้งในมิติความงามและการทำงานของกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ การผ่าตัดทุกเคสของเรา ดำเนินการในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมวิสัญญีและบุคลากรทางการแพทย์อย่างมืออาชีพ เพราะเรายึดถือความปลอดภัยของคนไข้เป็นหัวใจหลัก จึงมั่นใจได้ทั้งในด้านมาตรฐานการรักษาและผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
โดยบริการที่ BEAMS Plastic surgery หรือ BEAMS Clinic ครอบคลุมทุกปัญหาใบหน้าและดวงตา ตั้งแต่แก้ไขแบบไม่ผ่าตัดและไปจนถึงผ่าตัดใหญ่ เช่น :
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นปัญหาที่แก้ไขได้และไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป พันธุกรรม หรือโรคประจำตัว การรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในปัจจุบันมีทั้งวิธีแบบไม่ผ่าตัดสำหรับอาการระดับเบาและการผ่าตัดสำหรับอาการระดับรุนแรง โดยเทคนิคสมัยใหม่ให้ผลลัพธ์ที่ดี มีความปลอดภัยสูง และมีแผลเป็นน้อย
อย่าปล่อยให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เริ่มดูแลสุขภาพตาของคุณตั้งแต่วันนี้ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติ
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ คุณสามารถปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง ที่ BEAMS Plastic Surgery หรือ BEAMS Clinic ได้เลยนะคะ คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากความเหนื่อยล้าหรือการใช้สายตามากเกินไปอาจดีขึ้นเองได้ด้วยการพักผ่อน แต่หากเกิดจากสาเหตุอื่นหรืออาการรุนแรง ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
เทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่จะมีแผลเป็นน้อยมาก เนื่องจากรอยผ่าตัดจะอยู่ในร่องตาธรรมชาติ ซึ่งมองไม่เห็นเมื่อหายดีแล้วค่ะ
โดยทั่วไปใช้เวลาฟื้นตัว 1-2 สัปดาห์ สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักและการถูตาเป็นเวลา 1 เดือนค่ะ
หากผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและดูแลตามคำแนะนำ โอกาสเป็นซ้ำน้อยมาก ยกเว้นกรณีที่มีสาเหตุจากโรคประจำตัวค่ะ
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับความรุนแรงและวิธีการรักษา แนะนำให้ปรึกษารายละเอียดได้โดยตรงดีกว่าค่ะ
ได้ค่ะ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันปัญหาสายตาในระยะยาวนะคะ
ตาปรือเป็นอาการหนึ่งของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แต่ไม่ใช่ทุกกรณีของตาปรือจะเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจเกิดจากไขมันส่วนเกิน หนังตาหย่อน หรือสาเหตุอื่นๆค่ะ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อทราบถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขที่ตรงจุดดีกว่านะคะ
บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)
ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง