ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร? แก้ได้อย่างไร พร้อมเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตาที่เห็นผล

ตัดถุงใต้ตาเกิดจากอะไร?

ดวงตาคือจุดแรกที่สื่อถึงอารมณ์และความสดใสของใบหน้า แต่เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหา “ถุงใต้ตา” กลับทำให้หน้าดูเหนื่อยล้าและแก่ก่อนวัย คล้ายกับปัญหาหนังตาตก หรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวม แล้วถ้า มีถุงใต้ตา ทำไงดี? บทความนี้จะพาทุกคนทำความรู้จักกับการศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตาคืออะไร วิธีแก้ไขถุงใต้ตาให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการใช้ โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือโปรแกรม Endolift อย่างไร รวมถึงมีข้อดี-ข้อเสียหรือไม่? ก่อนตัดสินใจทำ

Key Takeaways

  • ถุงใต้ตาล่าง (Eye Bags) คือภาวะที่ผิวหนังและไขมันบริเวณใต้ดวงตายื่นออกมา จนเห็นเป็นก้อนนูนหรือบวมใต้ตาล่าง ลักษณะนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิว กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรองรับในชั้นใต้ผิวหนัง
  • ถุงใต้ตาไม่ได้เป็นโรคอันตราย แต่ส่วนใหญ่ส่งผลต่อความสวยงามและบุคลิกภาพ ใบหน้าดูเหนื่อยล้า เครียด หรือทำให้หน้าแก่กว่าวัย
  • การศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา คือการกำจัดไขมันส่วนเกินและผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกไป หรือจัดเรียงไขมันใหม่ให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ช่วยให้ผลลัพธ์ของดวงตาสดใสขึ้น
  • ผ่าตัดถุงใต้ตา มีหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคแผลใน แผลนอก และการจัดเรียงชั้นไขมันใหม่ โดยแต่ละเทคนิคจะเหมาะปัญหาของแต่ละบุคคล สภาพผิว และปริมาณไขมัน
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ถุงใต้ตาคืออะไร?

ถุงใต้ตา หรือถุงใต้ตาล่าง (Eye Bags) คือภาวะที่ผิวหนังและไขมันบริเวณใต้ดวงตายื่นออกมา จนเห็นเป็นก้อนนูนหรือบวมใต้ตาล่าง ลักษณะนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิว กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรองรับในชั้นใต้ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแรงจะหย่อนคล้อย ไขมันที่เคยถูกพยุงไว้จะค่อยๆเคลื่อนตัวออกมา ทำให้เกิดเป็นถุงใต้ตาเยอะที่เห็นได้ชัดค่ะ

ถุงใต้ตาไม่ได้เป็นโรคอันตรายนะคะ แต่ส่งผลต่อความสวยงามและบุคลิกภาพโดยตรง ผู้ที่มีถุงใต้ตามักถูกมองว่าหน้าจะดูเหนื่อยล้า เครียด หรือหน้าแก่กว่าวัย แม้ในความจริงจะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตามค่ะ

ลักษณะของถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ซึ่งการวิเคราะห์ให้ถูกต้องจะเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีรักษาถุงใต้ตาได้อย่างเหมาะสมค่ะ

1. ถุงใต้ตาเทียม

ถุงใต้ตาเทียม หรือที่เรียกว่า “ร่องน้ำตา” เป็นร่องลึกใต้ตาที่เกิดจากการที่ผิวหนังใต้ตายุบตัวลง ทำให้เกิดเงาและดูเหมือนมีถุงใต้ตา แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ไขมันที่โปนออกมา มักพบในคนที่มีผิวบางหรือใบหน้าผอม โครงกระดูกโหนกแก้มต่ำ หรือเกิดจากการสูญเสียปริมาตรไขมันใต้ผิวในบริเวณแก้ม การรักษาถุงใต้ตาเทียมมักทำได้ด้วยการเพิ่มความเต็ม เช่น การโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือการเติมไขมันตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดค่ะ

2. ถุงใต้ตาแท้

ถุงใต้ตาแท้ เกิดจากไขมันที่อยู่รอบเบ้าตา (Orbital Fat) เคลื่อนตัวลงมาด้านล่างเนื่องจากพังผืดที่ยึดไขมันอ่อนแรงลงตามอายุหรือกรรมพันธุ์ ทำให้เกิดการโปนและนูนใต้ดวงตาอย่างชัดเจน ถุงใต้ตาแท้มักจะเห็นได้ชัดทั้งตอนพักผ่อนน้อยและยิ่งเห็นชัดขึ้นเมื่ออ่อนเพลีย หรืออายุมากขึ้น วิธีที่ได้ผลชัดเจนสำหรับถุงใต้ตาแท้คือการผ่าตัดถุงใต้ตา หรือศัลยกรรมถุงใต้ตา เพื่อนำไขมันส่วนเกินออกหรือนำมาจัดเรียงใหม่ค่ะ

สาเหตุการเกิดถุงใต้ตา

หลายคนสงสัยว่า ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร สาเหตุจริงๆ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่มักเกิดร่วมกันได้ ดังนี้

  • อายุและความเสื่อมของผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแรง ไขมันใต้ตาจึงดันออกมาเป็นถุงค่ะ
  • กรรมพันธุ์ บางคนมีลักษณะถุงใต้ตาเด่นตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่นค่ะ
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำจนเกิดอาการบวมรอบดวงตา
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนน้อย ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติค่ะ
  • ภูมิแพ้หรือการอักเสบเรื้อรัง ทำให้ใต้ตาบวมและหมองคล้ำมากขึ้น
  • ความเครียดและการใช้สายตาหนัก ส่งผลให้รอบดวงตาเสื่อมสภาพไว

ศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา คืออะไร? ช่วยอะไร?

การศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา คือการแก้ปัญหาถุงใต้ตาเพื่อเอาไขมันส่วนเกินและผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกไป หรือจัดเรียงไขมันใหม่ให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ช่วยให้ผลลัพธ์ของดวงตาสดใสขึ้น ผลลัพธ์คือดวงตาดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เทคนิคการผ่าตัดถุงใต้ตา มีกี่แบบ?

วิธีกำจัดถุงใต้ตา หรือตัดถุงใต้ตา มีหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณไขมัน และปัญหาของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินอย่างละเอียดก่อนแนะนำวิธีที่เหมาะสมดังนี้ค่ะ

รีวิวผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

1. ผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน

การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน เป็นเทคนิคที่แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณด้านในของเปลือกตาล่าง (เยื่อบุตา) ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นที่มองเห็นจากภายนอก แพทย์จะดูดไขมันใต้ตาออกหรือนำมาจัดเรียงใหม่ค่ะ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีถุงใต้ตาแท้จากไขมันโปนนูน และผิวหนังยังไม่หย่อนคล้อยมาก ข้อดีคือไม่มีแผลเป็น ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

รีวิวผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

2. ผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก

การผ่าตัดถุงใต้ตาแผล เป็นเทคนิคที่แพทย์เปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณใต้ขอบขนตาล่าง ซึ่งเมื่อหายแล้วแผลเป็นจะกลมกลืนกับรอยขอบตา วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีทั้งถุงไขมันและผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยระดับมาก แพทย์สามารถนำทั้งไขมันส่วนเกินออกและตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้ในคราวเดียวกันค่ะ โดยให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาร่วมด้วย

3. เทคนิคปรับโครงสร้างไขมัน

เทคนิคปรับโครงสร้างไขมัน หรือFat Repositioning เป็นวิธีที่แพทย์ไม่ได้นำไขมันออกทั้งหมด แต่จัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่ให้กระจายตัวไปในบริเวณที่เหมาะสมค่ะ เพื่อให้ผิวใต้ตาเรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีถุงใต้ตาและร่องน้ำตาร่วมด้วย เพราะการจัดเรียงไขมันจะช่วยเติมเต็มร่องน้ำตาได้ในตัว ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์และแลดูเป็นธรรมชาติค่ะ

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตา

ก่อนที่จะไปดูถึงขั้นตอนถุงใต้ตาแก้ยังไง? อยากแนะนำให้คุณลองเช็กว่าคุณเข้าข่ายของคนกลุ่มที่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตาหรือไม่ มีดังนี้ค่ะ

  • ผู้ที่มีถุงใต้ตานูนชัดจากไขมันสะสม จนดูแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีผิวใต้ตาหย่อนคล้อยร่วมกับไขมันส่วนเกิน 
  • ผู้ที่มีถุงใต้ตาแบบพันธุกรรม แม้อายุน้อย
  • ผู้ที่มีร่องใต้ตาลึก (Tear trough) ร่วมกับถุงไขมัน
  • ผู้ที่เคยทำเลเซอร์หรือวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและถาวร

 

ใครที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตา

แม้การผ่าตัดลดถุงใต้ตาจะได้ผลลัพธ์ดี แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนค่ะ กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดและอาจไม่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตา ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาโดยตรง เช่น ตาแห้งเรื้อรัง ต้อหิน หรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ผู้ที่สูบบุหรี่จัดและไม่สามารถหยุดได้ก่อนผ่าตัดค่ะ

ข้อดีและข้อจำกัดของการผ่าตัดถุงใต้ตา

ข้อดี

  • ศัลยกรรมผ่าตัดใต้ตาให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนดูเป็นธรรมชาติ
  • การผ่าตัดถุงใต้ตาให้ผลลัพธ์ถาวรกว่าการรักษาหรือทำหัตถการแบบอื่น
  • ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อจำกัด

  • ต้องพักฟื้นประมาณ 3-5 วัน
  • มีรอยช้ำหรือบวมชั่วคราว (เป็นเรื่องปกติ หายได้เองค่ะ)
  • ต้องทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางเพื่อลดความเสี่ยง
  • การผ่าตัดถุงใต้ตา ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาที่ริ้วรอย หรือความหน้าเหี่ยวย่นได้ค่ะ

การเตรียมตัวก่อนทำผ่าตัดถุงใต้ตา

การเตรียมตัวที่ดีก่อนผ่าตัดถุงใต้ตาจะช่วยให้การผ่าตัดราบรื่น ลดความเสี่ยง และเร่งการฟื้นตัวได้ดี หากปฏิบัติตามดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดถุงใต้ตา เพราะสารเหล่านี้ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและทำให้แผลหายช้าลงค่ะ
  2. งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา และยาต้านการอักเสบบางชนิด อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  3. ตรวจสุขภาพเบื้องต้นและแจ้งประวัติยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างเคร่งครัดค่ะ
  4. นอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตา
  5. เตรียมแว่นกันแดดมาในวันที่ต้องผ่าตัดถุงใต้ตา เนื่องจากหลังผ่าตัดถุงใต้ตาเสร็จ จำเป็นจะต้องใส่เพื่อป้องกันอากาศ ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก หรือการสัมผัสบริเวณแผล

ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา

วิธีดูแลหลังผ่าตัดถุงใต้ตาเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความละเอียดของศัลยแพทย์ โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ขั้นตอนหลักดังนี้ค่ะ

  1. ประเมินปัญหาและวางแผนโดยศัลยแพทย์จะตรวจรอบดวงตาอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าเป็นถุงไขมันล้วนหรือมีทั้งไขมันและผิวหนังหย่อนคล้อยร่วมด้วย จากนั้นจะเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ
  2. โดยส่วนใหญ่แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับอ่อน ๆ เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายตลอดกระบวนการ ในกรณีที่ต้องผ่าตัดร่วมกับหัตถการอื่น อาจพิจารณาใช้การดมยาสลบ
  3. เริ่มการผ่าตัดถุงใต้ตา แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กตามเทคนิคที่เลือก จากนั้นจึงนำไขมันส่วนเกินออกหรือจัดเรียงใหม่ให้ผิวดูเรียบ (ตัดผิวหนังส่วนเกินออกหากมี) และเย็บแผลด้วยไหมละลายหรือไหมขนาดเล็กเพื่อลดโอกาสการเกิดแผลเป็นค่ะ
  4. สังเกตอาการหลังผ่าตัด แพทย์จะดูแลและติดตามอาการของผู้รับบริการก่อนกลับบ้าน โดยทั่วไปใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความซับซ้อน
  5. นัดติดตามผล แพทย์จะนัดตรวจและตัดไหม (กรณีใช้ไหมไม่ละลาย) ภายใน 5-7 วัน เพื่อประเมินผลลัพธ์และให้คำแนะนำในการดูแลแผลอย่างต่อเนื่องค่ะ

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดถุงใต้ตา

การดูแลหลังผ่าตัดถุงใต้ตาอย่างถูกต้องมีผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวและความสวยงามของผลลัพธ์ที่ได้ โดยควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ

  • ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
  • นอนหัวสูง (ยกหัวให้สูงกว่าระดับหัวใจ) อย่างน้อย 1 สัปดาห์แรกเพื่อลดอาการบวม
  • งดเครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ และการขยี้ตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ก้มตัว หรือยกของหนักในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
  • งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • ทาครีมกันแดด SPF 50+ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อป้องกันรอยแผลคล้ำ
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วนและมาตามนัดเสมอค่ะ

ศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา ราคาเท่าไหร่

ราคาผ่าตัดถุงใต้ตา และการจัดเรียงไขมันใต้ตาราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 55,000 – 80,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค ความซับซ้อนของเคส ประสบการณ์แพทย์ และโปรโมชันในช่วงนั้นค่ะ

**ราคาที่แจ้งเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขและแต่ละสถานพยาบาลนะคะ แนะนำตรวจสอบรายละเอียดโดยตรงก่อนเข้ารับบริการค่ะ**

เคสรีวิวตัดถุงใต้ตา

4 หัตถการที่ดูอายุลดลงไปเกือบ 10 ปี!? เคสนี้ทำอะไรบ้างไปชมกันค่ะ – YouTube

ทำไมต้องผ่าตัดถุงใต้ตาที่ BEAMS Plastic Surgery

หลายคนมักมีถาม ผ่าตัดถุงใต้ตาที่ไหนดี? BEAMS Plastic Surgery เป็นคลินิกศัลยกรรมตกแต่งด้านยกกระชับและเสริมสร้างใบหน้าโดยเฉพาะ โดยมีจุดเด่นที่ทำให้มั่นใจทั้งมาตรฐานและผลลัพธ์ที่ออกมาสวยได้ดังนี้ค่ะ

  • ดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษา วางแผนการรักษา จนถึงการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อผลลัพธ์ที่สวยเข้ากับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติ
  • สถานพยาบาลได้มาตรฐาน ใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมทีมงานที่ชำนาญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของความปลอดภัยค่ะ
  • แพทย์ออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคล เพื่อให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ อ่อนเยาว์ และกลมกลืนกับโครงหน้าค่ะ
  • มีทีมศัลยแพทย์จบเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า (Facial Plastic Surgery) ที่มีประสบการณ์
  • มีทุกเทคนิครองรับของการผ่าตัดถุงใต้ตา ทั้งเทคนิคแผลใน เทคนิคแผลนอก และมีการจัดเรียงไขมันให้ใหม่ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

สรุปบทความ

ถุงใต้ตา เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยและแก่กว่าวัย การเข้าใจสาเหตุและประเภทของถุงใต้ตาเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกวิธีรักษากำจัดถุงใต้ตาที่เหมาะสม หากเป็นเพียงเล็กน้อยอาจใช้วิธีไม่ผ่าตัด แต่หากถุงใต้ตาชัดเจนมาก การผ่าตัดถุงใต้ตา คือวิธีที่ได้ผลดีที่ชัดเจนค่ะ

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาถุงใต้ตาใหญ่ หย่อนคล้อย ต้องการแก้ถุงใต้ตา BEAMS Plastic Surgery พร้อมดูแลคุณด้วยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าด้วย เทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหา คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเรา และออกแบบผลลัพธ์ที่สวยงามร่วมกันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ถุงใต้ตา คือการกำจัดไขมันใต้ดวงตาหรือลบถุงใต้ตาที่โปนนูนออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยและแก่ ขณะที่ดอลลี่อายคือศัลยกรรมที่ทำให้ดวงตาดูกลมโต คล้ายตาตุ๊กตา โดยการแก้ไขลักษณะของเปลือกตาและมุมตา ทั้งสองมีจุดประสงค์และวิธีการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

ปัญหาถุงใต้ตาสามารถรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความต้องการของแต่ละคน โดยมีวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด คือ

  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์จะฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิดเข้าไปในชั้นผิวใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึกและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ ใช้พลังงานเลเซอร์ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวรอบดวงตากระชับขึ้น และลดความหย่อนคล้อย เช่น โปรแกรม Endolift X ค่ะ

หากเอาไขมันออกมากเกินไปอาจทำให้ใต้ตาดูบุ๋มหรือหย่อนได้ แต่ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิค Fat Repositioning หรือการจัดเรียงไขมันใหม่ เพื่อกระจายไขมันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมแทนการตัดออกทั้งหมด ช่วยให้ผลลัพธ์เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ

การผ่าตัดช่วยแก้ถุงไขมันและผิวหย่อนคล้อยได้ดี แต่ไม่สามารถลบริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ทั้งหมด หากต้องการให้ผิวเรียบขึ้น อาจพิจารณาทำร่วมกับเลเซอร์หรือหัตถการเสริมตามคำแนะนำแพทย์ค่ะ

การศัลยกรรมถุงใต้ตา หรือผ่าตัดถุงใต้ตา สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 5-10 ปี

หลังตัดถุงใต้ตา ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ แผลผ่าตัดจะเริ่มแห้ง รอยแผลจะค่อยๆ จางลงจนเนียนไปกับเนื้อผิวบริเวณขอบตาล่าง ทำให้มองไม่เห็นแผล และดูเป็นธรรมชาติ

ผ่าตัดถุงใต้ตา แผลจะเข้าที่โดยประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ การดูแลของแต่ละบุคคลหลังผ่าตัดค่ะ

หลังผ่าตัดถุงใต้ตาแล้ว โดยทั่วไปจะช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียน ไม่กลับมามีถุงไขมันอีก แต่กรณีที่กลับมาเป็นซ้ำ อาจเกิดในเคสที่มีไขมันเยอะ จนทำให้ไขมันส่วนเกิน จึงต้องกลับมาผ่าตัดถุงใต้ตาซ้ำได้ค่ะ

นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

บทความโดย : นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

บทความที่เกี่ยวข้อง
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้
ปรึกษาปัญหากับหมอ