ศัลยกรรมดึงหน้าหย่อนคล้อย (Facelift) คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?​

ดึงหน้า (Face lift) คืออะไร

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และโครงหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม การดูแลด้วยครีมบำรุงหรือวิธียกกระชับผิวต่างๆ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและชัดเจน การดึงหน้า (Facelift) เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

การดึงหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจ คืนความสดใสให้บุคลิกภาพ และแก้ปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคเฉพาะกับการผ่าตัดในชั้นลึกอย่าง SMAS ซึ่งเป็นจุดเด่นของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery ค่ะ

Key Takeaways

  • การดึงหน้า (Facelift) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อยและลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลชัดเจน ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการดูแลด้วยวิธีธรรมชาติหรือหัตถการชั่วคราว
  • SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือ โครงสร้างชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่พยุงผิวหนังใบหน้าไว้ ทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” เมื่อชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อย จะให้ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง เช่น ความหน้าเหี่ยว ผิวหน้าไม่กระชับ รวมถึงกรอบหน้าไม่ชัด
  • การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่มีมาตรฐานความปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery ดูแลโดยหมอที่จบเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง มีห้องผ่าตัดสะอาด ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และพร้อมมีทีมพยาบาลที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
เลือกอ่านตามหัวข้อ

การดึงหน้าคืออะไร?

การดึงหน้าคืออะไร

การดึงหน้า (Facelift) หรือศัลยกรรมใบหน้า คือเทคนิคทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น การมีริ้วรอย, ความหย่อนคล้อยของผิว, มีร่องแก้ม , ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นต้น

โดยการผ่าตัดจะเข้าไปจัดการเลาะที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่อยู่ในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งผิวหนังชั้น SMAS คือ ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง และทำการยกกระชับผิวตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผิวหน้าเรียบเนียน และเต่งตึง ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ดึงหน้า Facelift แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

การดึงหน้า (Facelift) เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้อย่างเหมาะสมและเห็นผลชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไข ดังนี้

  • ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง-มาก ตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ใบหน้าดูเด็กลง
  • ช่วยยกกระชับใบหน้า ตั้งแต่หน้าแก้มส่วนบน ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กระเปาะแก้มและกรอบหน้า
  • ช่วยลดริ้วรอยลึกให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า ร่องแก้ม หรือตีนกา 
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ และสวยสมส่วนขึ้น

ดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง?

ดึงหน้า ทำส่วนไหนได้บ้าง?

ดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. Upper Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนบน

ผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนบน หรือที่ BEAMS เรียกกันว่า การดึงหน้าแบบ Mini Facelift จะครอบคลุมบริเวณ หางคิ้ว หางตา และดึงแก้มห้อย เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย เช่น ริ้วรอยตีนกา หางตาตก หรือคิ้วที่คล้อยต่ำ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูโทรม

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Upper Face Lift

  • ยกหางตาให้ดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
  • ยกกระชับแนวคิ้วและโหนกแก้มให้ดูได้รูป ไม่หย่อนคล้อย
  • เปิดดวงตาให้ดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น
  • ปรับสมดุลใบหน้าให้ดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2. Mid Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนกลาง

การผ่าตัดยกกระชับบริเวณช่วงกลางของใบหน้า (Mid Face) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ แก้ม ร่องแก้ม ไปจนถึงมุมปาก เพื่อคืนความกระชับให้ใบหน้าส่วนกลางที่หย่อนคล้อยตามอายุ หรือปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดหน้าหย่อนคล้อย เพื่อช่วยยกแนวแก้มขึ้น ลดความชัดของ ร่องแก้ม และ กระเปาะแก้ม ที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Mid Face Lift

  • ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
  • ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
  • ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
  • ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่าง

3. Lower Face Lift หรือการดึงหน้าส่วนล่าง

ผ่าตัดเพื่อยกกระชับบริเวณ แนวกราม มุมปาก ร่องน้ำหมาก และใต้คาง ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัย เช่น มุมปากตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคางสองชั้นที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส การดึงหน้าส่วนล่างจะช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เสริมมิติให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Lower Face Lift

  • ยกมุมปากที่ตกให้กลับมาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง
  • ลดความลึกของ ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยบริเวณมุมปาก
  • ปรับแนว กรอบหน้า (Jawline) ให้คมชัดขึ้น
  • ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่างและใต้คาง

ดึงหน้า เหมาะกับใคร

การดึงหน้าช่วยกระชับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ให้กรอบหน้าเรียบชัด ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใคร..

  • ผู้ที่มีภาวะหางตาตก
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องแก้ม ร่องแก้มลึก
  • ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีร่องน้ำหมากชัด 
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หน้าอ้วน หน้าไม่เรียว
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีรูปหน้าที่ต้องการปรับโครงสร้าง
  • ผู้ที่เคยทำการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ หรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

แชร์ประสบการณ์ดึงหน้า (facelift) คุ้มค่าหรือไม่ คลิปนี้มีคำตอบ!

เทคนิคการดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery มีแบบไหนบ้าง?

1. เทคนิคผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

ผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก เป็นเทคนิคดึงหน้าโดยการผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS และมีการตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ยาวนาน 5-10 ปี

  • แพทย์จะทำการเลาะและผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับใบหน้าขึ้น
  • ตัดตกแต่งหนังส่วนเกินด้านนอกออก
  • ใช้เทคนิค Invisible Lock เย็บแผลแบบซ่อนรอย
  • แนวแผลจะอยู่บริเวณ ใต้แนวไร้ผมตั้งแต่ขมับจนถึงแนวหน้ากรอบใบหู
  • แผลจะค่อยๆ จางลงใน 1 เดือน  และหายสนิทในประมาณ 3-6 เดือนหลังผ่าตัด

2. เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า (Endoscopic Facelift)

ส่องกล้องดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก ผิวไม่กระชับ มีร่องแก้มไม่มาก และไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก และต้องการฟื้นตัวเร็ว

  • เปิดแผลเล็กมากเพื่อสอดกล้อง Endoscope เข้าไปทำการเลาะชั้น SMAS
  • ยกกระชับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง 
  • ซ่อนแผลไว้ในไรผม
  • แก้ปัญหา ร่องแก้มลึก และมุมปากตก
  • กรอบหน้าชัดขึ้น ใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้น ควรเตรียมตัวดังนี้

  1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะสำลักในระหว่างดมยาสลบ
  3. งดแต่งหน้า และไม่ทาครีมบำรุง ในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  4. หยุดยาละลายลิ่มเลือด ล่วงหน้า 7 วัน หากต้องหยุดยาโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ
  5. แจ้งโรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ เพื่อการควบคุมให้อยู่ในภาวะคงที่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน
  6. หากต้องรับประทานยาประจำ ควรแจ้งแพทย์ หรือเลขาแพทย์ล่วงหน้า เพื่อจัดการให้เหมาะสม
  7. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงของแผลหายช้าและการติดเชื้อ
  8. งดวิตามินและอาหารเสริม ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะวิตามิน E, น้ำมันปลา, สมุนไพรต่าง ๆ
  9. งดใส่คอนแท็กต์เลนส์ในวันผ่าตัด
  10. เลือกใส่เสื้อผ้าที่สะดวกในการถอด-ใส่ เช่น เสื้อที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อเชิ้ต
  11. หลีกเลี่ยงการขับรถด้วยตนเอง ช่วงระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด ควรให้ญาติหรือผู้ดูแลขับรถให้

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นขั้นตอนศัลยกรรมที่ช่วยยกกระชับผิว มี 5 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้

  1. วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง วางแผนการยกกระชับแบบตัวต่อตัว พื่อให้ผลลัพธ์เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน
  2. เตรียมก่อนผ่าตัด จะมีวิสัญญีแพทย์ให้ดมยาสลบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย
  3. เปิดแผลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ตั้งแต่ขมับ บริเวณใต้ไรผมไปจนถึงแนวกรอบใบหู เพื่อยกผิวหนัง และแยกออกจากชั้น SMAS
  4. ยกกระชับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ดึงกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น และเย็บยึดไว้ พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินออก
  5. เย็บปิดแผลด้วยเทคนิค Invisible Lock ซ่อนรอยแผลให้แนบเนียนกับใต้แนวไรผมและแนวกรอบใบหู โดยไม่มีแรงตึงบนผิวด้านนอก ช่วยให้แผลหายเร็ว ไม่เห็นชัด และลดโอกาสการเกิดอาการบวมช้ำ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การดูแลแผลผ่าตัดดึงหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดบวมช้ำ มี 13 วิธีที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ดังนี้ค่ะ

  1. ประคบเย็นในช่วง 1-3 วันแรก โดยใช้น้ำแข็ง หรือ cold pack ประคบบริเวณรอบ ๆ แผล เพื่อช่วยลดบวม
  2. ข้อห้ามหลังดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery จะไม่แนะนำให้ประคบอุ่น เนื่องจากอาการหลังผ่าตัดดึงหน้าจะยังมีการชา จะทำให้เกิดผิวพองได้ 7-14วัน อาการบวมจะดีขึ้นแต่ในบางท่านอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคลนะคะ
  3. หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ หากเปียก ควรซับเบา ๆ ให้แห้งทันที เพื่อลดความเสี่ยงแผลติดเชื้อ
  4. ใส่ผ้ารัดหน้า ช่วง 7 วันแรกหลังศัลยกรรมดึงหน้า ให้ใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อหลัง 7 วันไปแล้ว ควรใส่ผ้ารัดหน้าอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และใส่ต่อเนื่องจนครบ 3 เดือน
  5. ควรพักฟื้นอย่างน้อย 3-5 วัน โดยงดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้หน้ามีการกระทบกระเทือน
  6. งดออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  7. รับประทานยาแก้ปวดและยาลดบวม ตามที่แพทย์สั่ง
  8. จัดท่านอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวมให้เร็วขึ้น และหลีกเลี่ยงการนอนราบและไม่ควรนอนคว่ำหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะอาจเกิดการกระทบกระเทือนแผลผ่าตัด 
  9. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว
  10. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง ไข่ และอาหารทะเล ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดโอกาสแผลอักเสบ
  11. งดสัมผัสหรือกระทบแผลโดยตรง เพื่อป้องกันแผลเปิดหรือแผลอักเสบ
  12. รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการต่อเนื่อง
  13. หากมีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือบวมมาก ควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว

การเข้าที่ของแผลดึงหน้า

แผลหลังทำ 1 เดือน

หลังการผ่าตัดดึงหน้า แผลจะเริ่มเข้าที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยบวมและช้ำจะลดลงเรื่อยๆ และรอยเย็บใต้ผิวเริ่มเรียบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น ภายใน 3 เดือน ด้วยเทคนิค Invisible Lock (การซ่อนแผล) พัฒนาโดย พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม) แผลจะกลมกลืนกับผิวรอบข้างจนแทบมองไม่เห็น อีกทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยช้ำและการระคายเคืองรอบแผล พร้อมทั้งทำให้ผิวเรียบเนียนและลดเวลาพักฟื้น

ดึงหน้า อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

การดึงหน้าไม่อันตราย หากทำโดยแพทย์มีประสบการณ์และผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำ แผลเป็น บวม ชา หรือผลลัพธ์ไม่สมดุลเป็นเรื่องปกติ แต่สามารถจัดการและฟื้นตัวได้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดึงหน้า

  • รอยแผล : แผลผ่าตัดดึงหน้ามักอยู่บริเวณหน้าแนวไรผมยาวไปจนถึงกรอบหู เพื่อซ่อนไว้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่ในบางรายอาจมีรอยแผลชัดเจนได้ หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์ค่ะ
  • แผลเป็น : หากไม่มีประวัติของการเป็นคีลอยด์ และดูแลแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้แผลจางลงได้ไวและเรียบเนียนขึ้นค่ะ
  • ความบวมและช้ำ : เป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัด มักค่อย ๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  • ชาที่ผิวหนัง : การดึงหน้าสามารถทำให้เส้นประสาทบริเวณผิวหนังชั่วคราวได้รับผลกระทบ จนเกิดอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยปกติ อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดค่ะ
  • เลือดคั่ง : เป็นภาวะที่เกิดจากเลือดออกสะสมใต้ผิวหนังหลังการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการเดรนเลือดออกเพิ่มเติม
    แต่ที่ BEAMS Plastic Surgery ได้มีการใส่สายเดรนระบายเลือดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเลือดคั่งใต้ผิวหนังได้
  • ผลลัพธ์ไม่สมดุล : ในบางกรณีที่ทำโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ใบหน้าอาจดูไม่เท่ากันหรือดึงได้ไม่พอดี จึงต้องอาศัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการหรือมีประสบการณ์เท่านั้น

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ทำไมต้องทำศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ที่ BEAMS

4 เหตุผลสำคัญที่หลายคนเลือกทำศัลยกรรมดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery มีดังนี้

1. ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน

การดึงหน้าสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 5-10 ปี เมื่อเทียบกับการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม ซึ่งอยู่ได้เพียง 6 เดือน ถึง 2 ปี เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและคุ้มค่าในระยะยาว

2. แก้ปัญหาได้หลายจุดในครั้งเดียว

การดึงหน้าสามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในหลายจุดพร้อมกัน เช่น

  • ยกกระชับแก้มและมุมปาก
  • ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
  • ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  • ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

ซึ่งหากใช้วิธีอื่น อาจต้องทำหลายหัตถการร่วมกัน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เมื่อคำนวณในระยะยาว

3. ช่วยเสริมความมั่นใจ

ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยมักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าวัย และหมดความมั่นใจ การดึงหน้าจะช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ และดูสดใสขึ้น พร้อมช่วยเสริมภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

4. แก้ไขได้ในชั้นลึก ถึงโครงสร้างชั้น SMAS

ศัลยกรรมดึงหน้าที่ได้ผลจริงต้องลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ (SMAS) ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน วิธีนี้จึงให้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์เท่านั้นค่ะ

ดึงหน้าราคาเท่าไหร่?

ผ่าตัดดึงหน้าราคาเท่าไหร่นั้น ที่ BEAMS Plastic Surgery จะเริ่มต้นที่ 79,900-189,900 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และปัญหาผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

ศัลยกรรมดึงหน้า (Full Facelift)

129,900-189,900 บาท ขึ้นไป

ศัลยกรรมดึงหน้า + ดึงคอ (Necklift)

129,900-189,900 บาท ขึ้นไป

ส่องกล้องดึงหน้า (Endo Facelift)

129,900-189,900 บาท ขึ้นไป

ส่องกล้องร้อยไหม (Endo Smaslift)

79,900-99,900 บาท ขึ้นไป

รีวิวดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery

สรุปบทความ

การดึงหน้า (Facelift) เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด โดยเฉพาะการดึงในชั้น SMAS ที่ให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน 5-10 ปี

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผิวที่เสื่อมตามวัย ต้องการผ่าตัดดึงหน้า BEAMS Plastic Surgery ดูแลโดยหมอที่จบเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง มีห้องผ่าตัดสะอาดที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และพร้อมมีทีมพยาบาลที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

ผลลัพธ์ของการดึงหน้าโดยเฉพาะแบบดึงลึกถึงชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลหลังผ่าตัด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่ะ

ไม่มีรอยแผลเป็นที่ชัดเจนค่ะ เนื่องจาก BEAMS Plastic Surgery ใช้เทคนิคเฉพาะ Invisible Lock ซึ่งเป็นการซ่อนแผลแบบแนบเนียนบริเวณใต้แนวไรผมและหน้ากรอบใบหู ทำให้แผลเล็ก มองแทบไม่เห็น

แม้คนส่วนใหญ่มักเริ่มดึงหน้าหลังอายุ 40+ ปีขึ้นไป แต่ในความจริงแล้ว อายุไม่ใช่ปัจจัยหลัก การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ สภาพผิว ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือร่องลึก มากกว่า ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างแม่นยำค่ะ

การดึงหน้าชั้นลึกจะผ่าตัดถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งเป็น “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ทำให้ยกกระชับได้ลึกและยาวนานกว่า ในขณะที่การร้อยไหมหรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการชั่วคราว ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้ในเวลาสั้น และแก้ได้เฉพาะจุดค่ะ

ดึงหน้าราคา ที่ BEAMS Plastic Surgery ราคาจะเริ่มต้นที่ 99,900-189,900 หากต้องการทราบราคาที่เหมาะกับคุณ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคลค่ะ

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมากในทุกชั้นผิว มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าไม่ชัด และมีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก

ส่วนการส่องกล้องดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกิน และไม่ต้องการมีแผลบนใบหน้า ต้องการฟื้นตัวเร็ว

การเลือกวิธีจึงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ อ่านเพิ่มเติมในบทความ ดึงหน้า VS ส่องกล้องดึงหน้า เลือกทำแบบไหนดี?

หลังศัลยกรรมดึงหน้า จะมีความบวมและเขียวช้ำเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะเริ่มลดลงใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ที่สวยอย่างชัดเจนภายใน 1-3 เดือนค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและวิธีดูแลหลังผ่าตัด

พญ. คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง

LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้