ศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา หรือที่เรียกว่าศัลยกรรมตาสองชั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงในไทยและเอเชีย เนื่องจากช่วยทำให้ดวงตาดูโต สดใส และช่วยปรับบุคลิกภาพโดยรวมให้ดูดีขึ้น สำหรับใครหลายคนที่มีตาชั้นเดียว ตาหลบใน หรือหนังตาตก การทำตาสองชั้นอาจเป็นคำตอบที่ช่วยเปลี่ยนลุคและเพิ่มความมั่นใจได้ แต่ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรมตาสองชั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจว่าศัลยกรรมตา 2 ชั้นแต่ละเทคนิคแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายที่สุดค่ะ
Key Takeaways
ทำตาสองชั้น คือการศัลยกรรมตาที่เน้นการสร้างรอยพับบนเปลือกตาบน ให้เกิดเป็นชั้นตาที่ชัด สวยงาม และได้สัดส่วน โดยแพทย์จะใช้วิธีการต่าง ๆ ตั้งแต่การเย็บ การกรีด ไปจนถึงการใช้เลเซอร์ตาสองชั้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสภาพเปลือกตาของแต่ละบุคคล
ศัลยกรรมตาผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตามเทคนิค ความต้องการของผู้รับบริการ และดุลยพินิจของแพทย์ บางคนอาจต้องการตาสองชั้นสวย ๆ แบบธรรมชาติ บางคนต้องการแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือแก้หนังตาตก ซึ่งต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างกันออกไปค่ะ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่แพทย์แนะนำให้ทำร่วมกับการตัดถุงใต้ตา หรือ Foxy Eyes เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและตรงกับความต้องการคนไข้มากขึ้นด้วยค่ะ
ปัจจุบันการทำตา 2 ชั้นมีหลายเทคนิคให้เลือก โดยแต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับสภาพเปลือกตาที่แตกต่างกันค่ะ ไม่มีเทคนิคไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือการได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเสมอค่ะ
ทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้น คือการกรีดแผลขนาดเล็กที่ด้านในของเปลือกตา ประมาณ 1-2 จุด เพื่อเย็บสร้างชั้นตา โดยไม่ต้องกรีดตลอดแนวเปลือกตา แผลจะเล็กกว่าแบบกรีดยาว แต่ผลลัพธ์จะยังคงทนมากกว่าการเย็บแบบ 3 จุดค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่มีหนังตาบาง ไม่หนา ไม่มีไขมันส่วนเกินที่มาก และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดี: แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ผลลัพธ์คงทนกว่าการเย็บ และบวมช้ำน้อย
ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาหนาหรือไขมันมาก และมีขอบเขตการแก้ไขมีจำกัดกว่าตาสองชั้นกรีดยาว
กรีดตาสองชั้นแบบยาวคือการกรีดหนังตาสองชั้นตลอดแนวเปลือกตาบน ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงโครงสร้างชั้นในได้มากกว่า ทั้งการตัดไขมัน แก้หนังส่วนเกิน หรือปรับกล้ามเนื้อ ถือเป็นเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ได้หลายปัญหาค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่มีหนังตาหนา มีไขมันบนเปลือกตามาก หรือต้องการแก้ไขปัญหาซับซ้อน เช่น หนังตาตกหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงค่ะ
ข้อดี: ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและชัดเจน ช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ เช่น มีภาวะหนังตาตก หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เหมาะกับทุกสภาพเปลือกตา
ข้อเสีย: มีแผลยาวกว่า ใช้เวลาฟื้นตัวได้นานกว่าตาสองชั้นกรีดสั้น อาจมีบวมและช้ำในช่วงแรก และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและฝีมือแพทย์เพื่อให้แผลเรียบสวยค่ะ
เทคนิคนี้ใช้การเย็บด้าย 3 จุดบนเปลือกตา เพื่อดึงผิวหนังชั้นนอกให้ยึดติดกับกล้ามเนื้อชั้นใน สร้างรอยพับของตาสองชั้นโดยไม่ต้องกรีดแผล ถือเป็นทำตาสองชั้นไม่ต้องผ่าตัดแบบที่นิยมมากเช่นกันค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่มีหนังตาบาง ไม่มีไขมันส่วนเกิน และต้องการฟื้นตัวเร็ว
ข้อดี: ไม่มีแผลผ่าตัดที่เห็นชัด บวมน้อย ฟื้นตัวระยะสั้น และราคาถูกกว่าเทคนิคอื่น
ข้อเสีย: ผลลัพธ์ไม่ถาวร ชั้นตาอาจหลุดได้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป ไม่เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาหนาหรือมีไขมันเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ค่ะ
เลเซอร์ตาสองชั้น คือการใช้เลเซอร์แทนการใช้มีดกรีดทำตาสองชั้นที่เปลือกตาบนเพื่อเลือดออกน้อย และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ยังคงถือเป็นการผ่าตัด เพียงแต่ใช้เลเซอร์เป็นเครื่องมือแทนมีดผ่าตัดเท่านั้นเองค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการเลือดออกน้อย ทำให้บวมช้ำน้อย และต้องการฟื้นตัวเร็ว
ข้อดี: แผลสะอาด เลือดออกน้อย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ สามารถฟื้นตัวเร็วกว่าการกรีดแบบดั้งเดิม
ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างสูงกว่าการกรีดทั่วไป จึงต้องอาศัยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่ชำนาญการโดยเฉพาะค่ะ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์เช่นกันค่ะ
สำหรับผู้ที่ต้องการทำตาให้โปร่ง ยาว และดูมีมิติมากขึ้น การทำตาสองชั้นอาจต้องทำร่วมกับการเปิดหัวตา (Epicanthoplasty) หรือเปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) เพื่อเพิ่มความกว้างและความยาวของดวงตา ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มที่ต้องการให้ตาที่ดูเป็น Foxy Eyes หรือ Cat Eyes ค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการตากว้าง ยาว ดูโตขึ้น หรือต้องการเปลี่ยน Shape ของดวงตาโดยรวม
ข้อดี: ผลลัพธ์ชัดเจน ดวงตาโต ดูมีมิติมากขึ้น ช่วยปรับ Shape ดวงตาให้เข้ากับใบหน้าได้ดีขึ้น ปรับลุคเป็นตาเฉี่ยวเหมือน Foxy Eyes หรือ Cat Eyes
ข้อเสีย: ใช้เวลาผ่าตัดและฟื้นตัวนานกว่า ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะมีความเสี่ยงสูงกว่าการทำตาสองชั้นธรรมดา
ในกรณีที่หนังตาสองชั้นมีหนังส่วนเกินห้อยลงมาปิดทับดวงตา หรือมีปัญหาหนังตาตก แพทย์อาจแนะนำให้ทำตาสองชั้นร่วมกับการตัดหนังส่วนเกินออก เพื่อให้ชั้นตาที่สร้างขึ้นมาดูชัดขึ้น และไม่ถูกหนังที่เกินมาบดบังค่ะ
เหมาะกับ: ผู้ที่มีหนังตาหย่อนคล้อย มีหนังส่วนเกินบนเปลือกตา หรือผู้สูงอายุที่หนังตาเริ่มตก
ข้อดี: แก้ปัญหาได้อย่างตอบโจทย์ทุกปัญหา ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูตึง ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นในกรณีที่หนังตาตกมาก
ข้อเสีย: ใช้เวลาฟื้นตัวนาน แผลยาวและบวมมากกว่าหัตถการอื่นในช่วงแรกค่ะ
ทำตาสองชั้นแบบซ่อนแผลหรือที่เรียกว่า กรีดตา 2 ชั้นเทคนิคซ่อนแผลนั้น แพทย์จะกรีดแผลในตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ภายในรอยพับของชั้นตา เมื่อหายดีแล้วแผลจะแทบมองไม่เห็นจากภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผล
เหมาะกับ: ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ และมองไม่เห็นรอยแผลหลังผ่าตัด
ข้อดี: แผลซ่อนอยู่ในรอยพับ มองไม่เห็นจากภายนอก ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
ข้อเสีย: ต้องใช้แพทย์ที่มีเทคนิคและความชำนาญสูง ไม่เหมาะกับทุกสภาพเปลือกตา
ศัลยกรรมตาสองชั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเฉพาะหรือความต้องการดังต่อไปนี้ค่ะ
ผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือตาหลบใน คนตาสองชั้นที่เกิดมาโดยธรรมชาติมักมีรอยพับชัดเจน แต่ผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือตาหลบในมักต้องการทำตา 2 ชั้นเพื่อสร้างรอยพับที่ชัดขึ้น ช่วยให้ดวงตาดูโตและสดใสมากขึ้นค่ะ
ผู้ที่มีหนังตาตก หรือหย่อนคล้อยหนังตาตกไม่ได้แค่ส่งผลต่อความสวยงามค่ะ แต่อาจทำให้มีกระทบต่อการมองเห็นในบางกรณี การทำตาสองชั้นร่วมกับการตัดหนังส่วนเกินจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดค่ะ
ผู้ที่ต้องการปรับบุคลิกภาพ ให้มั่นใจมากขึ้น ดวงตาที่สวย ดูสดใส มีชีวิตชีวา จะส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมและความมั่นใจในชีวิตประจำวันค่ะ
ผู้ที่มีชั้นตาไม่เท่ากันหรือชั้นตาหลุด การแก้ตาสองชั้นสำหรับผู้ที่เคยทำตามา แล้วชั้นตาหลุด ไม่เท่ากัน หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากค่ะ แพทย์จะประเมินสาเหตุและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการแก้ไขค่ะ
ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงดวงตา ไม่ว่าจะต้องการทำตา 2 ชั้นสวย ๆ แบบธรรมชาติ หรือต้องการดวงตาที่ดูโต กว้าง และมีเสน่ห์มากขึ้น การทำตาสองชั้นสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละคนค่ะ
ผู้ที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำให้เปลือกตาไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ง่วงนอน หรือมองเห็นไม่ชัด การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะทางควบคู่ไปกับการทำตาสองชั้นค่ะ
ทำตาสองชั้น ราคานั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคที่เลือกใช้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยทั่วไปราคาเริ่มต้นที่ 55,000 (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาล) และอาจสูงถึง 100,000 บาทขึ้นไป (ในกรณีที่เป็นเคสซับซ้อนหรือมีการแก้ไขเพิ่มเติม)
**ราคาที่แจ้งเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขและแต่ละสถานพยาบาลนะคะ แนะนำตรวจสอบรายละเอียดโดยตรงก่อนเข้ารับบริการค่ะ**
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การทำตาสองชั้นผ่านไปอย่างราบรื่นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ค่ะ
ศัลยกรรมตา 2 ชั้น มีขั้นตอนโดยทั่วไปดังนี้
การดูแลหลังการทำตา 2 ชั้นอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและฟื้นตัวได้เร็ว โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้ค่ะ
แม้ BEAMS Plastic Surgery จะเน้นการดูแลด้านยกกระชับและปรับรูปหน้าเป็นหลัก แต่ในส่วนของการทำตาสองชั้นทางคลินิกให้ความสำคัญกับ “ภาพรวมของใบหน้า” เช่นกันค่ะ เพราะดวงตาที่สวย ควรมีความสมดุลกับโครงสร้างใบหน้าโดยรวม โดยที่ BEAMS Plastic Surgery มีจุดเด่นดังนี้
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล


ศัลยกรรมตาสองชั้นคือการแก้ไขปัญหาดวงตาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นชั้นของตาสองชั้นที่ไม่ชัด ตาหลบใน หนังตาตก หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การเลือกเทคนิคที่เหมาะสม อย่างเทคนิคที่นิยม เช่นเทคนิคกรีดสั้น-กรีดยาว ก็ควรอาศัยการทำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หากใครประสบปัญหาชั้นตาไม่เท่ากัน ตาหลบใน หรือมีภาวะหนังตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต้องการแก้ปัญหาเหล่านี้ สามารถเข้ามาปรึกษากับทางทีมแพทย์ที่ BEAMS Plastic Surgery เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับโครงสร้างตาได้อย่างตรงจุดค่ะ คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเรา
โดยทั่วไปชั้นตาจะเริ่มเข้ารูปประมาณ 1-3 เดือนหลังการผ่าตัดค่ะ
จะมีอาการบวมมากที่สุดในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 7-14 วัน ค่ะ
ได้ค่ะ และนี่คือหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในผู้มาปรึกษา แพทย์จะประเมินความแตกต่างของทั้งสองข้าง และวางแผนการทำให้สมมาตรกันมากที่สุดค่ะ
สามารถทำได้ค่ะ
แต่ละเทคนิคจะเหมาะกับปัญหาของแต่ละคน สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่เหมาะสมกับตาแบบของเราค่ะ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาของดวงตาอีกครั้งนะคะ
หากคนไข้มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การแก้ไขด้วยศัลยกรรมตาสองชั้นอย่างเดียวไม่เพียงพอ อาจต้องทำร่วมกับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย เพื่อดวงตาที่ทำให้สดใสขึ้นอย่างถาถร ตาไม่ปรือ รวมถึงป้องกันการเกิดชั้นตาที่ซ้อนทับกันในอนาคต
ในช่วงพักฟื้นควรหลีกเลี่ยงดังต่อไปนี้ค่ะ เช่น การขยี้หรือสัมผัสตาโดยไม่จำเป็น, การออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว, การแช่น้ำหรือว่ายน้ำ, การสวมคอนแทคเลนส์จนกว่าแพทย์จะอนุญาต, การใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา, การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ รวมถึงการโดนแสงแดดโดยไม่มีการป้องกันค่ะ
บทความโดย : พญ.พัชนันท์ เชื้อเย็น (หมอใบหม่อน)
ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง