ฟิลเลอร์คืออะไร? พร้อมข้อควรรู้และการเตรียมตัวก่อนฉีด

ฟิลเลอร์คืออะไร

โปรแกรมฟิลเลอร์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการความงาม เพราะสามารถปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนและมีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด หากคุณกำลังสนใจทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์ บทความนี้จะพาคุณรู้จักตั้งแต่พื้นฐาน เทคนิคการฉีด การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการอย่างครบถ้วน

Key Takeaways

  • ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่ใช้ปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และเพิ่มความอ่อนเยาว์ โดยมีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แท้และฉีดโดยแพทย์เฉพาะทาง
  • วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย ควรตรวจสอบฉลากและบรรจุภัณฑ์ ,ซีเรียลนัมเบอร์หรือ Hologram , ขวดซีลแน่นสมบูรณ์ และให้แพทย์เปิดกล่องต่อหน้า เพื่อมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์ของแท้และผ่านการรับรอง อย.
  • โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ BEAMS Clinic ใช้ฟิลเลอร์แท้ทุกแบรนด์ โดยให้แพทย์เฉพาะทางประเมินอย่างละเอียด และออกแบบรูปหน้าแบบรายบุคคล เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารที่ใช้ในการเติมเต็มผิวหรือปรับแต่งรูปหน้าให้ดูสวยงามและสมส่วนมากขึ้น โดยการฉีดฟิลเลอร์จะนำสารชนิดพิเศษที่มีส่วนประกอบหลักคือกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว ฉีดเข้าไปในบริเวณต่างๆ ของใบหน้าตามจุดที่ต้องการปรับปรุง ให้ดูเรียบเนียน กระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงต่ำกว่า และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ทันทีหลังการทำหัตถการค่ะ

ฟิลเลอร์ ช่วยอะไร?

ฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาและปรับให้ใบหน้าดูสวย มีมิติ ขึ้นได้ในหลายด้าน ดังนี้

  1. เติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย – ฟิลเลอร์ช่วยลดเลือนริ้วรอย บริเวณริ้วรอยบนหน้าผาก ร่องแก้ม แก้มส้ม ริ้วรอยรอบปาก และทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
  2. ปรับโครงหน้าให้สวยงาม – การเติมฟิลเลอร์หน้าช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูสมมาตรมากขึ้น เช่น เสริมคาง เสริมจมูก เติมแก้มตอบ เติมขมับที่บุ๋ม หรือปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นค่ะ
  3. ยกกระชับใบหน้า – ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยสร้างมิติและยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้มตอบ ทำให้ใบหน้าดูกระชับและมีรูปหน้าที่สวยงามขึ้น
  4. เพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูของผิว – การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์ เนื่องจากกรดไฮยาลูโรนิกในฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการดึงน้ำมากักเก็บไว้ในผิวให้อิ่มฟู 
  5. ปรับสมดุลใบหน้า – ช่วยแก้ไขใบหน้าที่ไม่สมส่วน เช่น คางสั้น คางยุบ จมูกต่ำ จมูกไม่สมส่วน แก้มบุ๋ม หรือแก้มไม่สมมาตร ให้ดูสมดุลและเป็นสัดส่วนมากขึ้น
  6. เติมเต็มส่วนที่เสื่อมสภาพตามวัย – ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียความอิ่มตัวไปตามอายุ เช่น ใต้ตาโบ๋ ขมับบุ๋ม หรือหลังมือที่เห็นเส้นเอ็นชัดเจน
  7. ปรับรูปร่างริมฝีปาก – การฉีดฟิลเลอร์ที่ปากช่วยปรับรูปร่างริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เซ็กซี่ สมส่วน และแก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน หรือลดริ้วรอยรอบริมฝีปากได้ด้วยค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนบ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้หลายบริเวณบนใบหน้า ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล มาดูกันว่ามีบริเวณไหนบ้างที่นิยมฉีดกัน

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับ

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับสามารถช่วยแก้ปัญหาขมับบุ๋ม ใบหน้าดูโหนกแก้มเด่นจนขาดความละมุนและแลดูแก่กว่าวัย การเติมฟิลเลอร์จะช่วยให้ใบหน้าดูเต็ม อ่อนเยาว์ และมีสัดส่วนที่กลมกลืนมากขึ้น ทั้งยังเป็นจุดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเส้นเลือดสำคัญผ่านบริเวณนี้ค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผากช่วยแก้ปัญหาหน้าผากบุ๋ม ริ้วรอยบนหน้าผาก หรือหน้าผากไม่เรียบเนียน ฟิลเลอร์ช่วยให้หน้าผากดูโค้งมนเป็นธรรมชาติ และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการชอบขมวดคิ้วหรือแสดงอารมณ์บ่อยๆ

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาช่วยแก้ปัญหาร่องตาลึก ใต้ตาโบ๋ หรือรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากโครงกระดูกหรือการสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง การเติมฟิลเลอร์ในบริเวณนี้ต้องใช้ฟิลเลอร์ชนิดเนื้อนุ่มและต้องฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบ

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบช่วยเพิ่มมิติให้กับใบหน้า ทำให้ดูอ่อนเยาว์และมีความสดใสมากขึ้น ฟิลเลอร์จะปรับรูปหน้าบริเวณนี้ ยังช่วยลดริ้วรอย และยกกระชับใบหน้าทำให้ใบหน้ามีความสมดุลที่สวยงามค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม เป็นการแก้ไขริ้วรอยลึกที่เกิดจากข้างจมูกลงมายังมุมปาก ซึ่งเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพตามวัย การเติมฟิลเลอร์หน้าบริเวณนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มส้ม

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มส้ม (Marionette Lines) คือการแก้ไขร่องลึกที่เกิดจากมุมปากลงไปจนถึงคาง ที่เป็นปัญหาทำให้ใบหน้าดูเศร้าและแก่กว่าวัย การฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้จะช่วยยกมุมปาก ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณปากมีได้หลายรูปแบบ เช่น เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม แก้ปากบาง ปรับรูปร่างปาก หรือลดริ้วรอยรอบปาก ซึ่งหากฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยให้ริมฝีปากดูเซ็กซี่ สมส่วน และมีความชัดเจนมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณกรอบหน้า (Jawline)

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณกรอบหน้าหรือ Jawline ช่วยสร้างรูปหน้าให้ดูเรียวและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเนื้อเยื่อส่วนเกิน การเติมฟิลเลอร์บริเวณนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นเทคนิคที่ใช้การฉีดฟิลเลอร์หลายจุดร่วมกันเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้สมส่วนและสวยงามตามหลัก Face Proportion โดยอาจเติมฟิลเลอร์หน้าหลายบริเวณพร้อมกัน เช่น ขมับ แก้มตอบ กรอบหน้า และคาง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณคาง

การเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียว มีมิติ และสมส่วนมากขึ้น เมื่อฉีด filler บริเวณคางช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางยุบ หรือคางไม่ชัดเจน โดยการเสริมคางจะช่วยให้ใบหน้าดูเป็นรูปไข่ที่สวยงามและมีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น

นอกจากบริเวณที่กล่าวมาแล้ว ฟิลเลอร์ยังสามารถฉีดในตำแหน่งอื่นๆ ได้ เช่น

ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งอื่นๆ

  1. ฟิลเลอร์จมูก – การฉีดฟิลเลอร์จมูกสามารถเสริมสันจมูกให้สูงขึ้น ปรับทรงปลายจมูกหรือสันจมูก ให้ดูสมดุล แต่ไม่สามารถลดขนาดจมูกได้
  2. ฟิลเลอร์คิ้ว – การฉีดฟิลเลอร์คิ้ว คือการเติม Volume บริเวณคิ้วหรือโหนกคิ้ว เพื่อลดความลึกหรือร่องบาง ๆ และช่วย ยกคิ้วให้ดูสูงขึ้น ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
  3. ฟิลเลอร์ติ่งหู – การฉีดเติม Volume บริเวณติ่งหู เพื่อแก้ปัญหาติ่งหูยุบตัวหรือบางลง ให้ดูเต็มและสวยขึ้น
  4. ฟิลเลอร์มือ – การฉีดฟิลเลอร์หลังมือช่วยให้มือดูอวบอิ่ม ลดเห็นเส้นเอ็นและหลอดเลือด ทำให้มือดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  5. ฟิลเลอร์อวัยวะเพศ (น้องชาย/น้องสาว) – ฟิลเลอร์สามารถใช้เพื่อเพิ่มความมั่นใจและฟื้นฟูจุดซ่อนเร้นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
  6. ฟิลเลอร์หลุมสิว – สำหรับผู้ที่มีรอยหลุมสิวลึกหรือผิวไม่เรียบ ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มหลุมให้เรียบเนียนขึ้นทันที

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

เติมฟิลเลอร์แต่ละจุดกี่ CC

เติมฟิลเลอร์แต่ละจุดกี่ CC

ปริมาณการเติมฟิลเลอร์แต่ละจุดจะแตกต่างกันไปตามขนาดบริเวณที่ต้องการปรับปรุงและปัญหาที่ต้องแก้ไข โดยทั่วไปแล้วแต่ละบริเวณจะใช้ฟิลเลอร์ดังนี้

  • หน้าผาก 1–3 cc เติมเต็มหน้าผากให้เรียบเนียน เพิ่มความสมดุลและความโค้งของใบหน้า ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์  
  • ขมับ 1–2 cc ต่อข้าง เติม Volume ขมับที่บุ๋ม ทำให้หน้าไม่โทรม ดูอวบอิ่มและอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ใต้ตา 0.5–1 cc ต่อข้าง ลดร่องลึกใต้ตา เติม Volume ทำให้ตาดูสดใส ลดความหมองคล้ำหรือถุงใต้ตา
  • แก้มตอบ 1–2 cc ต่อข้าง เติมแก้มให้เต็ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีมิติขึ้น
  • ร่องแก้ม 1–2 cc เติมเต็มร่องแก้ม ทำให้รอยย่นหรือร่องลึกจางลง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • แก้มส้ม 0.5–1 cc เพิ่มมิติบริเวณแก้มส้ม ทำให้หน้าแลดูสดใสและมีมิติแบบธรรมชาติ
  • ปาก 0.5–1.5 cc เติมเต็มริมฝีปาก ปรับทรงริมฝีปากให้สมส่วน เพิ่มความอวบอิ่มและเซ็กซี่
  • คาง 1–3 cc ปรับรูปคางให้เรียวยาวขึ้น เพิ่มมิติและสมดุลของใบหน้า
  • กรอบหน้า 2–4 cc เติมเต็มกรอบหน้าให้ชัดเจน ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูเรียวและได้รูปมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ใช้จริงจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความต้องการของผู้รับบริการการฉีด filler ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติค่ะ

ฟิลเลอร์สลายหมด หน้าจะโทรมหรือแก่กว่าเดิมหรือไม่?

หลายคนกังวลว่าเมื่อฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว ใบหน้าจะดูโทรมหรือแก่กว่าเดิม แต่ความจริงแล้ว หลังฟิลเลอร์สลายหมด ใบหน้าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้แก่หรือโทรมกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะฟิลเลอร์เป็นเพียงสารที่เติมเต็มชั่วคราว ไม่ได้ทำลายโครงสร้างผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ

การฉีดฟิลเลอร์ยังช่วงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในระดับหนึ่งด้วย ดังนั้นหลังฉีดฟิลเลอร์และสลายหมดแล้ว ผิวหนังอาจจะดูดีขึ้นกว่าก่อนฉีดเล็กน้อย แต่ผลนี้จะค่อนข้างน้อยและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

แล้ว ถ้าอยากฉีดฟิลเลอร์เพิ่ม ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ของเก่าสลายหมดก่อน คุณสามารถฉีดฟิลเลอร์เพิ่มได้เมื่อฟิลเลอร์เดิมเริ่มลดลงหรือเมื่อต้องการปรับแต่งเพิ่มเติม โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์เดิมเริ่มยุบตัวและสามารถประเมินผลได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม การเติมฟิลเลอร์หน้าบ่อยเกินไปหรือในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ถือว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ก็มีความเสี่ยงและอันตรายได้หากไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

1. อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์

  • การอุดตันของเส้นเลือด : หากฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ได้ ส่งผลให้เนื้อเยื่อตายได้
  • การติดเชื้อ : อาจเกิดขึ้นหากไม่ดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม
  • ปฏิกิริยาแพ้ : บางคนอาจแพ้สารฟิลเลอร์หรือยาชา
  • การอักเสบและบวม : เป็นปฏิกิริยาปกติหลังฉีดฟิลเลอร์แต่อาจรุนแรงในบางราย
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือเคลื่อนที่ : อาจเกิดจากเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้องจากแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์

2. อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานถือเป็นอันตรายร้ายแรง เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบที่ไม่ทราบแน่ชัดหรือไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การฉีดฟิลเลอร์ปลอมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น การอักเสบรุนแรงและเรื้อรัง เนื้อเยื่อตาย การติดเชื้อ แผลเป็นถาวร หรือความผิดปกติของรูปหน้าที่แก้ไขได้ยาก นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวด้วยค่ะ

ดังนั้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรเตรียมตัวโดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้และปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างปลอดภัย

วิธีเช็กฟิลเลอร์แท้และปลอดภัย

วิธีเช็กฟิลเลอร์แท้
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น
  1. ตรวจสอบเลขจดทะเบียน – Filler แท้จะมีเลขจดทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  2. ดูฉลากและบรรจุภัณฑ์ – ฟิลเลอร์ คือสินค้าที่มีฉลากชัดเจน มีข้อมูลครบถ้วน รวมถึงชื่อแบรนด์ ส่วนประกอบ , วันผลิต และวันหมดอายุ
  3. ขอดูกล่องหรือซองบรรจุ – ฟิลเลอร์แท้จะมีกล่องหรือซองบรรจุที่สมบูรณ์ ไม่ฉีกขาดหรือเปิดแล้ว
  4. ตรวจสอบ QR Code หรือ Hologram – แบรนด์ฟิลเลอร์ชั้นนำมักมี QR Code หรือ Hologram สำหรับตรวจสอบความแท้

ฟิลเลอร์มีกี่แบรนด์ และยี่ห้อไหนดี?

ปัจจุบันมีแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองและปลอดภัยหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติและความเหมาะสมแตกต่างกัน มาดูแบรนด์ฟิลเลอร์ยอดฮิตกันค่ะ

1. Filler Belotero

Filler Belotero เป็นแบรนด์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความเนียนนุ่มและกระจายตัวดีในผิวหนัง เหมาะสำหรับการเติมฟิลเลอร์หน้าบริเวณที่ละเอียดอ่อน เช่น ใต้ตา ร่องแก้มตื้น และริ้วรอยเล็กน้อย ฟิลเลอร์ Belotero ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเนียนเรียบ อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นกับบริเวณและชนิดของ Belotero

 

 

 

 

2. Filler Neuramis

Filler Neuramis เป็นแบรนด์จากเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมสูงในเอเชีย มีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าแบรนด์ยุโรป แต่ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ฟิลเลอร์ Neuramis มีหลายระดับความหนืด เหมาะสำหรับการเติมฟิลเลอร์หลายบริเวณ ตั้งแต่ริ้วรอยตื้นไปจนถึงการปรับโครงหน้าและเสริมคาง อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน สำหรับรอยตื้น และ 12-18 เดือน สำหรับรุ่นที่ใช้ปรับโครงหน้า

 

 

 

3. Filler Restylane

Filler Restylane เป็นแบรนด์ชั้นนำจากสวีเดน ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก มีหลากหลายสูตรให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ เช่น Restylane Kysse สำหรับปาก, Restylane Lyft สำหรับแก้มและเสริมคาง เป็นต้น ฟิลเลอร์ Restylane มีความคงทนและให้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ

  • Restylane Kysse (ปาก)  อยู่ได้ประมาณ  9-12 เดือน
  • Restylane Lyft (แก้ม / คาง)  อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
  • Restylane รุ่นอื่นๆ อยู่ได้ประมาณ  6-12 เดือน ขึ้นกับตำแหน่งฉีด

4. Filler Juvederm

Filler Juvederm เป็นแบรนด์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดย Allergan มีเทคโนโลยี VYCROSS ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่น และคงทนนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป Filler Juvederm มีหลายรุ่นให้เลือก เช่น Juvederm Voluma สำหรับเสริมแก้มและเสริมคาง, Juvederm Volbella สำหรับปาก เป็นที่นิยมในการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าทั่วโลก

  • Juvederm Voluma (แก้ม / คาง) อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
  • Juvederm Volbella (ปาก)  อยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน
  • รุ่นอื่นๆ อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นกับบริเวณและความหนืด

5. ฟิลเลอร์แบรนด์อื่นๆ

นอกจากแบรนด์ยอดนิยมที่กล่าวมาแล้ว ยังมีฟิลเลอร์แบรนด์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย เช่น

  • Teosyal – แบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ มีสูตรหลากหลาย 
  • Princess – แบรนด์จากออสเตรีย เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • Perfectha – แบรนด์จากฝรั่งเศส มีความยืดหยุ่นสูง
  • Stylage – แบรนด์จากฝรั่งเศส มี Mannitol ช่วยลดการบวม

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของคุณ

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ที่ดีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ดังนี้

  1. ปรึกษาแพทย์ : พูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับปัญหา ความต้องการ และประวัติสุขภาพของคุณ
  2. หยุดยาบางชนิด : หยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามินอี และอาหารเสริมบางชนิดก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์
  3. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ :  งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการฉีดฟิลเลอร์
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด
  5. แจ้งประวัติแพ้ยา  :  บอกแพทย์หากคุณมีประวัติแพ้ยาหรือสารใดๆ
  6. ทำความสะอาดผิวหน้า  : มาพบแพทย์โดยไม่แต่งหน้าหรือล้างหน้าสะอาด
  7. หลีกเลี่ยงการรักษาผิวอื่นๆ  : ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 1-2 สัปดาห์ ไม่ควรทำ Laser หรือ Peeling
  8. ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์โดยทั่วไปมีดังนี้

  1. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ : จะทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดและฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  2. ทายาชา : ทายาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์เพื่อลดความเจ็บปวด รอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 15-20 นาที
  3. วาดจุดฉีด : แพทย์จะวางแผนและวาดจุดที่จะฉีด filler บนใบหน้า
  4. ฉีดฟิลเลอร์ : แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในตำแหน่งที่กำหนดตามเทคนิคที่เหมาะสม
  5. นวดและปรับแต่งรูปร่าง : หลังการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะนวดเบาๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์กระจายตัวสม่ำเสมอ
  6. ประเมินผล : แพทย์จะประเมินผลลัพธ์และปรับแต่งเพิ่มเติมหากจำเป็น
  7. ให้คำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ : แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังการเติมฟิลเลอร์หน้า

กระบวนการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณที่ต้องฉีด

การดูแลตัวเองหลังเติมฟิลเลอร์หน้า

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ไม่นวด กด หรือถูบริเวณที่ฉีด
  • งดออกกำลังกายหนัก และไม่ควรนอนคว่ำหรือนอนหน้าซบหมอน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ
  • งดทำ Laser หรือหัตถการอื่นๆ บนใบหน้า
  • ลดการสัมผัสแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเสมอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มผักผลไม้
  • บำรุงผิวหน้าตามปกติ และกลับมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจประเมินผล
  • หากพบความผิดปกติใดๆ ควรติดต่อแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์

แม้การฉีดฟิลเลอร์ จะค่อนข้างปลอดภัย แต่อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงปกติที่พบได้บ่อย (จะหายเองภายใน 3-7 วัน)

  • บวมและมีรอยแดงบริเวณจุดฉีดฟิลเลอร์
  • รอยช้ำเล็กน้อยที่เกิดขึ้นบริเวณจุดฉีด
  • รู้สึกเจ็บหรือแน่นบริเวณที่เติมฟิลเลอร์
  • มีรอยเข็มบริเวณจุดฉีด

 

 

 

 

 

ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

  • การติดเชื้อ – หากมีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน – เกิดจากการฉีดที่ไม่เรียบเนียนหรือฟิลเลอร์รวมตัวกัน
  • ปฏิกิริยาแพ้ –  แสดงออกเป็นผื่น คัน หรือบวมมาก
  • การเปลี่ยนสีของผิวหนัง – อาจบ่งบอกถึงปัญหาเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ
  • ฟิลเลอร์อุดเส้นเลือด –  ทำให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อตาย ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

หากพบอาการผิดปกติหลังการเติมฟิลเลอร์หน้า ควรติดต่อแพทย์ผู้ทำการฉีดทันที เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสมและทันท่วงที

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

การเลือกสถานที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ควรเลือกสถานที่ฉีด filler ที่มีคุณสมบัติดังนี้:

  1. คลินิกที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง – ตรวจสอบว่าคลินิกมีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข
  2. มีแพทย์เฉพาะทาง – แพทย์ควรมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ และมีความรู้ในด้านกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า
  3. ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลินิกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  4. มีความโปร่งใสในราคา – แสดงราคาชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  5. สถานที่สะอาดและมีมาตรฐาน – คลินิกควรมีความสะอาด มีการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
  6. มีรีวิวและผลงานที่น่าเชื่อถือ – ดูรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการจริง
  7. ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด – แพทย์ควรให้คำปรึกษาก่อนการฉีดฟิลเลอร์และตอบคำถามทุกข้อสงสัย

การเลือกคลินิกที่ดีจะช่วยให้การเติมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าของคุณปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่ต้องการ

ซึ่งแนวทางเหล่านี้เป็นมาตรฐานที่ BEAMS Clinic ยึดถืออย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ว่าการโปรแกรมเติมฟิลเลอร์จะปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคลมากที่สุด

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

สรุปบทความ

การฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สวยงามโดยไม่ต้องผ่าตัด ฟิลเลอร์ คือสารที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน สามารถเติมฟิลเลอร์หน้าได้หลายบริเวณตามความต้องการ

หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่มีโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เสริมคาง ปรับกรอบหน้า เติมแก้ม หรือลดริ้วรอย แล้วทำให้มั่นใจกลับคืนมา BEAMS Plastic Surgery หรือ BEAMS Clinic เป็นศูนย์ศัลยกรรมครบวงจรเกี่ยวกับใบหน้า พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

Line Official : @beamss

คำถามที่พบบ่อย

หลังฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลทันทีหรือภายใน 1-2 วัน แต่ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์จะเห็นชัดเจนหลังจากการบวมและอาการแดงลดลง ซึ่งฟิลเลอร์จะตกตัวและปรับเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังการเติมฟิลเลอร์ ดังนั้นแพทย์มักนัดประเมินผลลัพธ์อีกครั้งหลังฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 2-4 สัปดาห์ค่ะ

ฟิลเลอร์อยู่ได้โดยเฉลี่ยประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ แต่โดยทั่วไปฟิลเลอร์ที่ใช้กับคางหรือกรอบหน้าจะอยู่ได้นานกว่าที่ใช้กับร่องแก้มหรือปากค่ะ

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย ได้แก่:

  1. Belotero – นิยมสำหรับการฉีด filler บริเวณที่ละเอียดอ่อน เช่น ใต้ตา
  2. Neuramis – ได้รับความนิยมในกลุ่มที่ต้องการฟิลเลอร์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า
  3. Restylane – เป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มและเสริมคาง
  4. Juvederm – เป็นที่นิยมสูงสุดเพราะคุณภาพดี มีหลายสูตร และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

การเลือกยี่ห้อควรปรึกษากับแพทย์เพื่อเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการและบริเวณที่จะฉีด

ราคาการฉีดฟิลเลอร์แตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย โดยเฉลี่ยการเติมฟิลเลอร์หน้า 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายอาจขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณและปริมาณที่ต้องการ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียดและรับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจค่ะ

หากหลังฉีดฟิลเลอร์พบว่ามีก้อนหรือผิวไม่เรียบ อาจเกิดจากฟิลเลอร์ที่ยังไม่กระจายตัวในช่วง 3-7 วันแรก รวมถึงเทคนิคการฉีดที่ไม่สม่ำเสมอ การนวดผิดวิธีหลังทำ หรือการเติมฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป โดยทั่วไปก้อนเล็กน้อยมักหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์
แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน และในกรณีที่ก้อนแข็งหรือผิดรูปมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาละลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) เพื่อแก้ไขให้เรียบเนียนขึ้นค่ะ

การขูดฟิลเลอร์คือการใช้เอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อละลายฟิลเลอร์ในกรณีที่ผลลัพธ์ไม่ตรงตามต้องการ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ไม่เรียบ เคลื่อนตำแหน่ง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอย่างอุดเส้นเลือด โดยเอนไซม์จะช่วยให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นภายในไม่กี่วัน และสามารถฉีดใหม่ได้เมื่ออาการต่างๆ ดีขึ้นค่ะ

ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟิลเลอร์เดิมสลายหมด หากต้องการเติมฟิลเลอร์ สามารถฉีดฟิลเลอร์เพิ่มได้เมื่อฟิลเลอร์เดิมเริ่มลดลงหรือเมื่อต้องการเพิ่มมิติของรูปหน้าค่ะ

พญ. คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง

LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้