ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง มีกี่ประเภท ก่อนทำต้องเลือกคลินิกอย่างไร?

ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง

การศัลยกรรมถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยปรับลุคให้ทุกคนดูดีขึ้นได้ จึงไม่แปลกหากคนยุคใหม่มักนิยมศัลยกรรมดึงหน้า เสริมคาง เสริมจมูก เสริมหน้าอก หรือแม้แต่ศัลยกรรมแปลงเพศ แต่เพื่อสร้างความมั่นใจจึงต้องรู้จักให้ชัดเจนก่อนว่า ศัลยกรรม คืออะไร? ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? ศัลยกรรมมีกี่ประเภท? ต้องเลือกคลินิกอย่างไรให้มั่นใจในผลลัพธ์ ตามมาได้เลยค่ะ

Key Takeaway

  • ศัลยกรรม คือ  การรักษาทางการแพทย์ด้วยการผ่าตัดร่างกายหรืออวัยวะบางส่วน เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ตกแต่งรูปลักษณ์ หรือค้นหาต้นตอของโรค มีจุดประสงค์ให้คนไข้หายเป็นปกติ หรือมีอาการดีขึ้นกว่าเดิม
  • ศัลยกรรม (Surgical) จะเป็นวิธีรักษาโดยการผ่าตัดเปิดแผลเพื่อแก้ไขความผิดปกติ มีการใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ส่วนหัตถการ (Nonsurgical) คือ การใช้เครื่องมือหรือตัวยาบางชนิดรักษาแบบเห็นผลชั่วคราว และไม่วางยาสลบหรือเปิดแผลใหญ่
  • ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? จะแบ่งเป็นศัลยกรรมเพื่อการรักษาความผิดปกติ เพิ่มโอกาสให้คนไข้หายจากโรค หรือมีอาการดีขึ้น และการศัลยกรรมเพื่อความงามเพื่อตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนอวัยวะบางจุดให้ดูดี สวยงาม เหมาะสมกับร่างกายของคนไข้ 
  • การศัลยกรรมเพื่อความงามยอดนิยม ได้แก่ การศัลยกรรมดึงหน้า ศัลยกรรมยกคิ้วส่องกล้อง ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมตาสองชั้น ศัลยกรรมเสริมหน้าอก และศัลยกรรมดูดไขมัน
  • ต้องเลือกคลินิกที่ผ่านการรับรอง แพทย์น่าเชื่อถือตรวจสอบได้ รอบคลินิกและห้องผ่าตัดสะอาด ใช้เครื่องมือทางการแพทย์และยาแท้ มีการติดตามผลหลังรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ศัลยกรรม คืออะไร?

ศัลยกรรม คือ การรักษาทางการแพทย์ด้วยการผ่าตัดร่างกายหรืออวัยวะบางส่วน เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ตกแต่งรูปลักษณ์ หรือค้นหาต้นตอของโรค โดยใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส

ซึ่งแผนกศัลยกรรม คือ หน่วยงานที่รับผิดชอบการรักษากลุ่มนี้ ดูแลโดยแพทย์ทางด้านศัลยกรรมค่ะ

ศัลยกรรมและหัตถการต่างกันอย่างไร? 

ศัลยกรรมต่างจากการทำหัตถการอย่างไร

ศัลยกรรม (Surgery) คือ หัตถการประเภทหนึ่งที่ต้องผ่าตัดเปิดแผล ใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบ และมีระยะพักฟื้น

ส่วนคำว่า “หัตถการ” ที่คนทั่วไปใช้เรียกกัน มักหมายถึงหัตถการแบบไม่ผ่าตัด (Non-Surgical) เช่น ฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับด้วยเครื่องมือ ซึ่งไม่เปิดแผลใหญ่ ผลลัพธ์อยู่ได้ตามระยะเวลาของแต่ละชนิดค่ะ

ศัลยกรรมมีกี่ประเภท? 

ศัลยกรรมทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง? มีกี่ประเภท? ตามหลักแล้วสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ค่ะ 

  • ศัลยกรรมเพื่อการรักษา มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟู แก้ไขความผิดปกติ ข้อบกพร่องต่าง ๆ เพิ่มโอกาสให้คนไข้หายจากโรค หรือมีอาการดีขึ้น เช่น ผ่าตัดก้อนมะเร็ง ผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของกระดูกแต่กำเนิด 
  • ศัลยกรรมเพื่อความงาม มีจุดประสงค์เพื่อตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนอวัยวะบางจุดให้ดูดี สวยงาม เหมาะสมกับร่างกายของคนไข้ เช่น การศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมตาสองชั้น

ศัลยกรรม เหมาะกับใคร? 

  • ผู้ที่อายุ 18-20 ปีขึ้นไป ร่างกายส่วนต่าง ๆ เติบโตเต็มที่ และมีปัญหาที่ต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัด
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยบางโรคซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าต้องใช้วิธีผ่าตัด เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ ใบหน้า รูปร่าง หรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจ หรือช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง?

มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้ว่า ศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? ซึ่งในเนื้อหาจะขอแนะนำการศัลยกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภทหลัก ดังนี้ค่ะ

1. ศัลยกรรมใบหน้าและลำคอ

รูปแบบศัลยกรรมที่ใช้วิธีผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอเพื่อยกกระชับผิว เพิ่มความเรียบเนียน อ่อนกว่าวัย ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ดูชัด มาเช็กกันว่าศัลยกรรมทั่วไปประเภทนี้ มีอะไรบ้างค่ะ

ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

เทคนิคการศัลยกรรมเพื่อดึงหน้าให้เรียบตึง กระชับ ลดริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย ฟื้นฟูใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งแพทย์จะนิยมใช้เทคนิคการเลาะ ดึงผิวชั้น SMAS จากนั้นจึงตัดผิวหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผลค่ะ

ศัลยกรรมยกคิ้วส่องกล้อง (Endobrow lift)

การยกคิ้วส่องกล้องแพทย์จะใช้กล้อง Endoscope ขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ไรผมเพื่อดึงกระชับหน้าผาก หางคิ้ว รวมถึงยังช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก รอยตีนกา เปลือกตาบนหย่อนคล้อย ร่องขมวดคิ้ว ช่วยให้ผิวหน้าส่วนบนเต่งตึง ขนาดแผลเล็กมาก อยู่ได้นาน 5-10 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล)ค่ะ

ศัลยกรรมตา (Eye Surgery)

จุดประสงค์ของการศัลยกรรมตาเพื่อปรับดวงตาให้ดูสวยงาม กลมโต แก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตาชั้นเดียวหลบใน การทำตาสองชั้น ตัดถุงใต้ตา รวมถึงการยกหางตา Foxy Eyes ด้วยค่ะ

ศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty)

การเสริมจมูกมีจุดประสงค์เพื่อปรับรูปทรง มีทั้งเพิ่มขนาดสันจมูกด้วยวัสดุทางการแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะใบหน้าของแต่ละคน การแก้ทรงจมูก หรือการตัดปีกจมูกค่ะ

ศัลยกรรมปาก (Lip Surgery)

การผ่าตัดศัลยกรรมบริเวณปากเพื่อให้มีรูปทรงสวยงาม สอดรับกับโครงสร้างใบหน้า หรือเพื่อแก้ปัญหาความผิดปกติต่าง ๆ ตัวอย่างการทำปากยอดนิยม เช่น การทำปากบาง ทำปากกระจับ การยกมุมปาก เป็นต้นค่ะ

ศัลยกรรมคาง (Chin Surgery)

เป็นวิธีผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อปรับลักษณะคางให้เข้ากับรูปหน้า มีทั้งการเสริมคางด้วยวัสดุทางการแพทย์ การแก้คางจากปัญหาคางเบี้ยว ซิลิโคนทะลุ ผ่าตัดขากรรไกร หรือผ่าตัดลดขนาดคาง แก้คางยื่น การเหลาคาง เป็นต้นค่ะ

ศัลยกรรมดึงลำคอ (Necklift)

แพทย์จะทำการผ่าตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินบริเวณลำคอ ต่อด้วยการดึงและเย็บเพื่อลดความหย่อนคล้อย รอยเหี่ยวย่น คอไก่งวง ลดเหนียง เพิ่มความตึงกระชับ ปรับกรอบหน้าให้ดูชัดมากขึ้นค่ะ

2. ศัลยกรรมใบหน้าอื่น ๆ

วิธีดูแลใบหน้าจากปัญหาอื่น ๆ ด้วยการผ่าตัด เช่น การดึงหางตา ศัลยกรรมลดหูกาง การเสริมหน้าผาก ศัลยกรรมลดโหนกแก้ม ลดไขมันกระพุ้งแก้ม เป็นต้นค่ะ

3. ศัลยกรรมรูปร่าง ทรวงอก และลำตัว

อีกประเภทของการศัลยกรรมด้านความงามที่ได้รับความนิยมไม่แพ้การศัลยกรรมใบหน้า มีจุดประสงค์เพื่อปรับรูปร่างให้ดูดี มีความมั่นใจ ซึ่งประเภทที่ได้รับความนิยม มีดังนี้ค่ะ

ศัลยกรรมหน้าอก (Breast Surgery)

การศัลยกรรมหน้าอก มีทั้งการเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยวัสดุทางการแพทย์สำหรับผู้หญิงหรือสาวประเภทสอง ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก แก้ทรงหน้าอก แก้ปัญหาหน้าอกผิดรูป รวมถึงการตัดหน้าอกของกลุ่มทรานส์แมนค่ะ

ศัลยกรรมดูดไขมัน (Liposuction)

เป็นวิธีลดปริมาณไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนังแบบเฉพาะจุด มีทั้งการสอดท่อเพื่อดูดไขมันออกหรือการใช้เครื่องมืออื่น ๆ บริเวณยอดนิยม เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เหนียงใต้คาง ดูดไขมัน Sexy Line ดูดไขมัน Six Pack เป็นต้น ซึ่งต้องบอกว่าการดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักแต่เป็นการปรับรูปร่างและสัดส่วนให้กระชับค่ะ

4. ศัลยกรรมอื่น ๆ

นอกจากที่กล่าวมาแล้วศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? การศัลยกรรมส่วนอื่น ๆ ยังมีทั้งผ่าตัดแปลงเพศ ศัลยกรรมเสริมสะโพก เสริมก้น ปลูกผม ตัดแต่งแผลเป็น ศัลยกรรมรักษาโรค ศัลยกรรมเลเบีย (จุดซ่อนเร้น) และอื่น ๆ ค่ะ

ศัลยกรรมยอดนิยม มีอะไรบ้าง?

จากที่อธิบายมาจะเห็นว่าการศัลยกรรมนั้นทำได้แทบทุกส่วนของร่างกาย แต่ถ้าพูดถึงตัวเลือกยอดนิยม การศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์มาให้ 6 ประเภทศัลยกรรมยอดนิยมค่ะ

ศัลยกรรมดึงหน้า

ถือเป็นประเภทศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะกับผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย การศัลยกรรมดึงหน้าจะช่วยเพิ่มความกระชับ เต่งตึง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ร่องลึกต่าง ๆ ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย มีหลายเทคนิค เช่น ผ่าตัดดึงหน้า ส่องกล้องดึงหน้า เป็นต้นค่ะ

ศัลยกรรมยกคิ้วส่องกล้อง

แพทย์จะทำการสอดกล้อง Endoscope ขนาดเล็กลงไปใต้ไรผมเพื่อยกกระชับผิวหน้าผาก หางคิ้ว รอยย่นหน้าผาก หางตา เพื่อยกกระชับ ลดริ้วรอย ร่องลึก ลดรอยตีนกา ขนาดแผลเล็กมาก ใช้เวลาพักฟื้นเร็ว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล)ค่ะ

ศัลยกรรมตาสองชั้น

มีจุดประสงค์เพื่อปรับแต่งชั้นตา เพิ่มขนาดชั้นตา สร้างรอยพับเปลือกตาบนให้เด่นชัด แก้ปัญหาชั้นตาหลบใน ตาชั้นเดียว หนังตาตก กล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรง มีทั้งเทคนิคกรีดสั้น กรีดยาว การเย็บ 3 จุด หรือการทำร่วมกับผ่าตัดเปิดหัวตาค่ะ

ศัลยกรรมเสริมจมูก

อีกหนึ่งประเภทของการผ่าตัดศัลยกรรมยอดนิยมเพื่อปรับลักษณะจมูกให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยเน้นการใช้วัสดุทางการแพทย์ เช่น ซิลิโคน เนื้อเยื่อเทียม หรือกระดูกอ่อนจากร่างกายคนไข้เสริมเข้าไปบริเวณสันจมูกให้โด่งชัดสวยงามค่ะ

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

เป็นการเพิ่มขนาด หรือปรับรูปทรงหน้าอกให้ดูสมส่วนกับรูปร่าง ดูสวยงาม หรือบางคนต้องการหน้าอกขนาดใหญ่ก็ทำได้ แพทย์จะใช้วัสดุทางการแพทย์ เช่น ซิลิโคน หรือใช้ไขมันของคนไข้เองเพิ่มเข้าไปบริเวณหน้าอกค่ะ

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมสำหรับกลุ่มคนที่มีไขมันส่วนเกินสะสมเยอะตามบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ใต้คาง โดยแพทย์จะสอดท่อเพื่อดูดไขมันใต้ผิวหนังออก ปรับรูปร่างให้ดูกระชับสมส่วน แต่ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักค่ะ
วิธีเลือกคลินิกศัลยกรรม

  • คลินิกต้องผ่านการรับรองมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มีเลขใบอนุญาต 11 หลัก แสดงไว้ให้เห็นชัดเจน 
  • คลินิกที่ดูสะอาดทั้งบริเวณห้องผ่าตัดและพื้นที่จุดต่าง ๆ ใช้อุปกรณ์ทันสมัย เครื่องมือทางการแพทย์และยาแท้
  • ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม สามารถเช็กประวัติการประกอบวิชาชีพกับแพทยสภาได้
  • อ่านหลาย ๆ รีวิวจากผู้เคยใช้บริการจริง เพื่อยืนยันมาตรฐาน ผลลัพธ์ และความน่าเชื่อถือของคลินิก

วิธีเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม 

  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม ซึ่งหมอศัลยกรรม คือ ผู้ที่จะประเมินความเหมาะสมและเลือกเทคนิคที่ใช้แก้ปัญหา 
  • ค้นหาข้อมูลคลินิกที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบประวัติแพทย์ได้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง และเพิ่มความมั่นใจถึงผลลัพธ์หลังทำ
  • งดยากลุ่ม NSAIDs และยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)  อาหารเสริมต่าง ๆ รวมถึงงดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 2-4 สัปดาห์ ก่อนทำศัลยกรรม
  • ศึกษาข้อดีข้อเสีย ศัลยกรรม ที่ตนเองจะทำว่าเหมาะสมหรือพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่
  • พักผ่อนให้เพียงพอเฉลี่ย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร เพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุด
  • สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ งดแต่งหน้า งดสวมเครื่องประดับต่าง ๆ ในวันผ่าตัด
  • วางแผนดูแลตนเองหลังผ่าตัดให้เหมาะสม เช่น ลางาน ความสะอาดของห้องนอน จัดเตรียมที่นอน เปลี่ยนใช้หมอนสูง

อ่านสาระน่ารู้เพิ่มเติม : หลังผ่าตัดห้ามกินอะไรบ้าง?

วิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น ประคบเย็นก่อนจากนั้น 48-72 ชม. จึงค่อยประคบร้อน ทานยาให้ตรงเวลา พบแพทย์ตามนัด ล้างแผลตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมและการทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อบริเวณที่ทำศัลยกรรม เช่น การออกกำลังกายหนัก การอยู่กลางแสงแดดนาน ๆ การอบไอน้ำ ซาวนา เป็นต้น
  • งดทานของแสลง เช่น ของหมักดอง แอลกอฮอล์ อาหารรสจัด อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ งดสูบบุหรี่ เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะกลุ่มโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • พักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง จัดห้องนอนและที่นอนให้เหมาะสม นอนหมอนสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อให้เลือดไหลเวียนดี

สรุปบทความ

การศัลยกรรม มีอะไรบ้าง? การศัลยกรรมมีทั้งจุดประสงค์เพื่อรักษาอาการของโรค ความผิดปกติของร่างกาย และเพื่อความสวยงาม เช่น การดึงหน้า เสริมจมูก ส่องกล้องยกคิ้ว ดูดไขมัน ไปจนถึงการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งแต่ละประเภทอาจใช้การระงับความรู้สึกและมีระยะพักฟื้นแตกต่างกัน การเลือกคลินิกและแพทย์ที่ทำจึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด อ่านรีวิวจริงเยอะ ๆ เพื่อผลลัพธ์น่าพึงพอใจค่ะ

หากใครต้องการผ่าตัดศัลยกรรมต่าง ๆ เช่น ปรับสัดส่วนใบหน้า 3 ส่วนให้เท่ากัน ศัลยกรรมปรับโครงหน้าให้ดูละมุนแบบสาวเกาหลี อยากศัลยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ บนใบหน้าให้ดูดีขึ้น กำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมที่ดูแลคนไข้ ตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังทำ ที่ BEAMS Plastic Surgery พร้อมดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม วิเคราะห์ปัญหาใบหน้าเพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ทุกเคสผ่าตัดที่โรงพยาบาล สนใจติดต่อได้ทุกช่องทาง Line Official : @beamss หรือคลิกเพื่อติดต่อกับแพทย์ของเราค่ะ

อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

การศัลยกรรมสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18-20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป เพราะอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีการเติบโตเต็มที่ ลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นค่ะ

การศัลยกรรมมักใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทที่เลือกทำ จากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับค่ะ

ขึ้นอยู่กับประเภทศัลยกรรมและวิธีดูแลตนเองของคนไข้ค่ะ ศัลยกรรมบางประเภทอยู่ได้นาน 5-10 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล)

วิธีรักษาทางการแพทย์โดยใช้เทคนิคผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บต่าง ๆ ของคนไข้ ครอบคลุมถึงการดูแลหลังผ่าตัดค่ะ

พัชนันท์ เชื้อเย็น (ใบหม่อน)

บทความโดย : พญ.พัชนันท์ เชื้อเย็น (หมอใบหม่อน)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง (ว.54310)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
บทความที่เกี่ยวข้อง