ตาดุเกิดจากอะไร? มีวิธีปรับให้ตาหวานละมุนได้อย่างไร

ปัญหาตาดุ

ปัญหาตาดุหรือใบหน้าที่ดูเข้มจนหลายคนถูกทักว่าหน้าดุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งรูปทรงดวงตา หางตาตก คิ้วตก หรือโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ปัจจุบันจึงมีหลายแนวทางในการปรับลุคดวงตาให้ดูซอฟต์ลงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคยกคิ้วส่องกล้อง ช่วยให้ตาดูสดใส ดวงตาดูเปิดขึ้น หรือ Foxy Eyes ที่ช่วยยกหางตาและปรับรูปตาให้ดูเฉี่ยวแต่ละมุนขึ้นได้

บทความนี้จะพาไปดูว่าสาเหตุของตาดุเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำแนวทางว่าตาดุแก้ยังไงได้บ้าง ตั้งแต่การดูแลทั่วไปและหัตถการที่ช่วยปรับลุคดวงตาให้ดูหวานมากขึ้นครับ

Key Takeaways

  • ปัญหาตาดุอาจเกิดจากรูปทรงตา หางตาตก คิ้วตก หรือโครงสร้างใบหน้าที่ทำให้ดวงตาดูคมและหน้าดูเข้มกว่าปกติ
  • การดูแลตัวเองสามารถช่วยลดลุคตาดุได้ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ แต่งหน้าให้เหมาะกับรูปตา และดูแลผิวรอบดวงตา อาจช่วยลดลุคหน้าดุให้ดูละมุนขึ้นได้
  • ปัจจุบันสามารถปรับลุคตาดุให้ดูหวานและอ่อนโยนขึ้นได้ด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การยกหางตา การปรับชั้นตา หรือยกคิ้วส่องกล้อง โดยควรผ่านการประเมินความเหมาะสมโดยแพทย์เฉพาะทาง
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ตาดุ คืออะไร?

ตาดุ คือลักษณะดวงตาหรือโครงสร้างใบหน้าที่ทำให้สีหน้าดูเข้ม ดูเฉี่ยว หรือดูไม่เป็นมิตรแม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ครับ หลายคนจึงมักถูกมองว่าเป็นคนหน้าเหวี่ยงหรือมีลุคผู้หญิงตาดุ ซึ่งอาจเกิดจากรูปตา หางตาตก หัวคิ้วตก หรือสัดส่วนของใบหน้าโดยรวมครับ

ตาดุ เป็นอย่างไร?

ลักษณะของคนตาดุมักมีดวงตาและสีหน้าที่ทำให้ใบหน้าดูเข้ม ดูเฉี่ยว ดูนิ่ง หรือดูไม่เป็นมิตรแม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ครับ โดยเกิดจากรูปตา คิ้ว หรือโครงสร้างใบหน้าที่ทำให้ดวงตาดูคมและหน้าดุมากขึ้น สำหรับ ลักษณะที่บ่งบอกว่าตาดุเป็นอย่างไร สามารถสังเกตได้ดังนี้

  • หางตาชี้ขึ้นหรือดูเฉี่ยวมาก
  • คิ้วต่ำหรือคิ้วกดทับดวงตา
  • ดวงตาดูลึกหรือมีเบ้าตาชัด
  • ชั้นตาคมหนาและมุมตาดูแข็ง
  • เวลานิ่งแล้วสีหน้าดูเหมือนกำลังโกรธหรือไม่พอใจ

ตาดุ สาเหตุเกิดจากอะไร?

สาเหตุตาดุ

ปัญหาตาดุสามารถเกิดได้จากทั้งโครงสร้างใบหน้า กล้ามเนื้อรอบดวงตา และสัดส่วนของคิ้วครับ ซึ่งในบางคนก็อาจถูกมองว่าเป็นคนหน้าเหวี่ยงได้จากลักษณะดวงตาและสีหน้าโดยรวม ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นได้ดังนี้ครับ

  • โครงสร้างดวงตาและกรรมพันธุ์ตั้งแต่กำเนิด
  • หางตาชี้ขึ้นหรือมุมตาเฉี่ยวคมมาก
  • คิ้วต่ำหรือมีปัญหาคิ้วตก กดทับบริเวณดวงตา
  • กล้ามเนื้อรอบดวงตาและหน้าผากทำงานไม่สมดุล
  • เปลือกตาหย่อนหรือชั้นตาคมเกินไป
  • สัดส่วนรอบดวงตาที่ทำให้ใบหน้าดูเข้มและดุขึ้น

ตาดุ ส่งผลเสียอย่างไร

แม้ตาดุจะเป็นเรื่องของโครงสร้างใบหน้า แต่ในบางกรณีก็อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความรู้สึกมั่นใจได้ดังนี้

  • ทำให้ใบหน้าดูเข้มและดูเข้าถึงยาก แม้ไม่ได้ตั้งใจแสดงสีหน้า
  • บางคนอาจถูกมองว่าเป็นคนอารมณ์แรงหรือดูไม่น่าเข้าหา
  • ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตหรือการทำงานบางด้าน
  • ทำให้ลุคโดยรวมดูเหนื่อยล้าหรือดูมีอายุมากขึ้น

วิธีแก้ตาดุ ให้เป็นตาหวาน

การปรับลุคตาดุสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับเมกอัปและสไตล์โดยรวม ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยปรับรูปตาและยกหางตาให้ดูซอฟต์ลง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางของการทำตาหวาน ที่ช่วยให้ใบหน้าดูละมุนและเข้าถึงง่ายมากขึ้นครับ

แก้ตาดุ ด้วยปรับเทคนิคการแต่งหน้าและสีผม

การเลือกโทนแต่งหน้าที่ซอฟต์ลง เช่น การเขียนตาให้หางตาดูตกเล็กน้อย หรือเลือกสีผมที่ช่วยลดความเข้มของใบหน้า สามารถช่วยให้ลุคโดยรวมดูหวานและละมุนขึ้นได้ครับ

แก้ตาดุ ด้วยการใส่คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์โทนธรรมชาติหรือเลนส์ที่ช่วยเพิ่มความกลมของดวงตา สามารถช่วยลดความคมของสายตาและทำให้ดวงตาดูอ่อนโยนมากขึ้นครับ

แก้ตาดุ ด้วยยกคิ้วส่องกล้อง (Endo-brow Lift)

เทคนิคยกคิ้วส่องกล้องช่วยปรับตำแหน่งคิ้วและลดแรงกดบริเวณดวงตาและหัวตา ทำให้ดวงตาสดใส และดูเปิดมากขึ้นช่วยลดลุคหน้าดุจากคิ้วตกหรือเปลือกตาหย่อน

แก้ตาดุ ด้วยยกหางตา (Foxy Eyes)

การยกหางตาแบบ Foxy Eyes ช่วยปรับองศาหางตาและเพิ่มความเฉี่ยวอย่างสมดุลครับ ทำให้ดวงตาดูคมแต่ยังคงความหวานและละมุนมากขึ้น ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าแต่ละบุคคล 

แก้ตาดุ ด้วยผ่าตัดตาสองชั้น (Eyelid Surgery)

การทำตาสองชั้นสามารถช่วยปรับรูปตาให้ดูเปิดและลดความหนักของเปลือกตาครับ โดยแพทย์จะออกแบบชั้นตาให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า เพื่อให้ดวงตาดูซอฟต์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

แก้ตาดุ ด้วยการผ่าตัดกระชับหนังตา (Subbrow Lift)

เทคนิคนี้ช่วยยกกระชับผิวบริเวณเปลือกตาผ่านแนวใต้คิ้วครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาหย่อนหรือกำลังมองหาวิธีแก้หนังตาตกเพื่อให้ดวงตาดูสดใสและลดความดุของใบหน้าได้มากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมแก้ตาดุ

ก่อนแก้ปัญหาตาดุด้วยศัลยกรรม ควรเตรียมร่างกายและแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดครับ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมีแนวทางเตรียมตัวเบื้องต้นดังนี้

  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันทำหัตถการ
  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบ
  • งดแต่งหน้าหรือใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมแก้ตาดุ

การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยลดอาการบวมและทำให้ผลลัพธ์หลังปรับลุคดวงตาดูเข้าที่มากขึ้นครับ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังศัลยกรรมตาหวานควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือจับแผลบ่อย ๆ
  • นอนหนุนหมอนสูงและหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ
  • งดแต่งหน้ารอบดวงตาชั่วคราว
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

แก้ตาดุให้เป็นตาหวาน ที่ BEAMS Plastic Surgery ดีอย่างไร?

การปรับลุคจากหน้าดุให้ดวงตาดูหวานและละมุนมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์โครงสร้างดวงตาและใบหน้าอย่างละเอียดครับ ที่ BEAMS Plastic Surgery จึงให้ความสำคัญทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด และการออกแบบผลลัพธ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ด้วยข้อดีต่อไปนี้

  • ทีมแพทย์มีประสบการณ์ด้านตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง
  • ออกแบบรูปตาเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยลดลุคตาดุ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้า
  • ใช้เทคนิคศัลยกรรมที่เน้นความละเอียดและสมดุลของชั้นตา หางตา และแนวคิ้ว
  • มีการประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาแบบเฉพาะราย
  • ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย เครื่องมือ และความสะอาดในการผ่าตัด
  • มีการดูแลหลังทำและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติครับ

สรุปบทความ

ปัญหาตาดุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งรูปทรงดวงตา คิ้ว หางตา และโครงสร้างใบหน้า ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของหลายคนครับ ปัจจุบันสามารถปรับลุคดวงตาให้ดูหวานและละมุนขึ้นได้ทั้งจากการปรับสไตล์การแต่งหน้า การดูแลตัวเอง รวมถึงหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยปรับสัดส่วนรอบดวงตาให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละบุคคลครับ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดุ ใบหน้าดุ รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถปรึกษาได้ที่ BEAMS Plastic Surgery ด้วยทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : @beamss หรือ คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

หัตถการที่นิยม เช่น ยกคิ้วส่องกล้อง ยกหางตา Foxy Eyes หรือปรับชั้นตา สามารถช่วยให้ดวงตาดูเฉี่ยวและมีมิติมากขึ้นครับ โดยควรประเมินร่วมกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน

ควรเลือกโทนเมกอัปที่ช่วยลดความคมของดวงตา เช่น เขียนหางตาให้ซอฟต์ลง ใช้สีโทนอุ่น และเลือกคิ้วทรงละมุน เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนโยนขึ้นครับ

คิ้วตกสามารถทำให้ดวงตาดูหนักและสีหน้าดูเข้มขึ้นได้ครับ เพราะแนวคิ้วที่กดลงมาจะส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูดุหรือดูเหนื่อยล้ามากขึ้นครับ

นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

บทความโดย : นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง (ว.50728)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
บทความที่เกี่ยวข้อง