เสริมคางคืออะไร? รวมเทคนิคและทรงคางยอดฮิต

เสริมคางคืออะไร

คุณเคยสังเกตไหมว่าคางที่สวยสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าได้? หลายคนที่เคยมีคางมน คางสั้น หรือคางบุ๋ม เมื่อได้เสริมคางแล้วจะดูสดใสและมั่นใจขึ้น ในยุคที่ความงามเป็นเรื่องที่ดูแลได้ 

การปรับปรุงรูปคางและทรงคางกลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนความงามยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการเสริมคางให้ดูใบหน้าเรียวยาวขึ้น หรือผู้ที่อยากได้ทรงคางสวยๆ ที่คมชัดเป็นธรรมชาติ

แล้ว “คางสวย เป็นแบบไหน” และ “เสริมคางมีกี่ทรง” เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับโลกของการเสริมคางอย่างละเอียด ตั้งแต่ทรงคางที่กำลังฮิตในตอนนี้ ไปจนถึงวิธีการต่างๆ รวมถึงเคล็ดลับสำหรับคนที่ต้องการปรับโฉมหน้าให้ดูเรียวและมีมิติมากขึ้น

Key Takeaways

  • ทรงคางยอดนิยม 3 แบบ คือคางแหลม (V-shape) เหมาะกับหน้ากลมหรือสี่เหลี่ยม, คางยาวสำหรับคนคางสั้นต้องการใบหน้าสมส่วน, และคางโค้งมนที่ดูธรรมชาติที่สุด
  • ข้อควรระวังและการดูแลหลังเสริมคาง การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ความบวมช้ำ เห็นผลลัพธ์ได้ชัดหลัง 3-6 เดือน และต้องหลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณคางพร้อมตรวจติดตามตามนัด
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเลือกและการดูแลหลังเสริมคาง เช่น วัสดุที่ใช้, การพักผ่อนให้เพียงพอหลังทำ และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
เลือกอ่านตามหัวข้อ

เสริมคาง คืออะไร

การเสริมคาง คือ ขั้นตอนการศัลยกรรมที่ช่วยปรับปรุงรูปร่างและโครงสร้างของคาง เพื่อให้ได้ทรงคางที่สวยงามและเหมาะสมกับใบหน้า โดยอาจเพิ่มความนูน ความยาว หรือปรับรูปทรงของคางให้ดูสมส่วนมากขึ้น ซึ่งเทคนิคเสริมคางสามารถแก้ไขปัญหาคางสั้น คางหด หรือคางยุบได้

การเสริมคางจะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ สร้างความกลมกลืนระหว่างจมูก ริมฝีปาก และคาง ทำให้ได้โครงหน้าที่สมดุลและดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางถอยหรือต้องการทรงคางสวยๆ ที่เด่นชัดขึ้น

เสริมคาง เหมาะกับใคร

การเสริมคางเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีคางสั้นหรือคางถอย เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูขาดสัดส่วน การเสริมคางจะช่วยดึงโครงสร้างของคางให้ออกมามากขึ้น ทำให้ได้รูปคางที่สมบูรณ์
  • ผู้ที่ต้องการคางมน หลายคนชื่นชอบคางมนที่ดูนุ่มนวลและอ่อนโยน การเสริมคางสามารถปรับให้ได้ทรงคางแบบกลมกลืนตามที่ต้องการ
  • ผู้ที่มีใบหน้ากลม ต้องการปรับทรงคางให้มีความยาวเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและสวยงามยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการคางแหลม เพื่อให้ดูคมชัดและมีเสน่ห์ การเสริมคางด้วยเทคนิคที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ทรงคางสวยๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาจากการสูญเสียไขมันบริเวณคาง ทำให้คางดูยุบและขาดความกระชับ การเสริมคางจะช่วยเติมเต็มและสร้างความอิ่มเอิบให้กับใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสมส่วนและมีความมั่นใจมากขึ้น

เทคนิคการเสริมคางมีกี่แบบ?

เสริมคางมีกี่ทรง และเทคนิคไหนที่เหมาะสมกับคุณ มาดูกันว่าเทคนิคการเสริมคางมีอะไรบ้าง

1. เสริมคางด้วยซิลิโคน

เป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุดในการเสริมคาง โดยใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูงมาใส่เข้าไปในตำแหน่งคาง เพื่อปรับรูปคางให้สวยงาม ซึ่งซิลิโคนมีหลากหลายรูปทรงให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นคางมน คางแหลม หรือทรงคางอื่นๆ ที่ต้องการ

ข้อดีของการเสริมคางด้วยซิลิโคนคือผลลัพธ์ที่คงทนถาวร ให้ทรงคางสวย ชัดเจน และสามารถปรับแก้หรือถอดออกได้ในภายหลังหากต้องการได้ครับ

2. เสริมคางด้วยไขมันตัวเอง

การเสริมคางด้วยวิธีนี้จะนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นขา มาฉีดเข้าไปบริเวณคาง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบคางมน

ข้อดีคือใช้เนื้อเยื่อจากตัวเอง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้น้อย อย่างไรก็ตามไขมันบางส่วนอาจถูกดูดซึมกลับไป ทำให้อาจต้องทำซ้ำเพื่อรักษาทรงคาง

3. เสริมคางด้วยฟิลเลอร์ 

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาชั่วคราวที่ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการลองปรับรูปคาง
ก่อนตัดสินใจทำเสริมคางแบบถาวร ฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความนูนและปรับทรงคางให้สวยงามได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ผลของฟิลเลอร์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี และอาจต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงไว้แบบเดิม

4. เสริมคางด้วยการตัดกระดูก

เป็นเทคนิคที่ใช้สำหรับปรับโครงสร้างกระดูกคางโดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกใบหน้า เช่น คางถอยมากหรือคางสั้นเกินไป แพทย์จะตัดและเลื่อนกระดูกคางไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้คางสวยๆ และสมส่วนกับใบหน้า

วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด แต่ต้องใช้ความชำนาญของศัลยแพทย์สูงและระยะเวลาในการฟื้นตัวที่นานกว่าวิธีอื่น

เทคนิคการผ่าตัดเสริมคางมีกี่แบบ?

การผ่าตัดเสริมคางยังแบ่งตามตำแหน่งแผลได้ 2 เทคนิคหลัก ดังนี้

เทคนิคการผ่าตัดเสริมคางมีกี่แบบ

เทคนิคแผลใน

เทคนิคแผลใน คือการเปิดแผลภายในช่องปาก บริเวณร่องเหงือกด้านล่าง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากเพราะไม่มีรอยแผลที่มองเห็นจากภายนอก ทำให้ได้ทรงคางสวยๆ โดยไม่มีร่องรอยการผ่าตัด เนื้อเยื่อในช่องปากฟื้นตัวรวดเร็ว แผลมักหายภายใน 7-14 วัน อย่างไรก็ตาม ต้องรักษาความสะอาดช่องปากอย่างระมัดระวังหลังการเสริมคาง บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง และควรรับประทานอาหารอ่อนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อรักษารูปคางที่สวยงาม

เทคนิคแผลนอก

เทคนิคแผลนอก คือการเปิดแผลบริเวณใต้คาง ประมาณ 2-3 เซนติเมตร ในร่องใต้คางซึ่งซ่อนรอยแผลได้ดี แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างและวางซิลิโคนได้แม่นยำ เหมาะกับการผ่าตัดที่ซับซ้อนหรือต้องปรับโครงสร้างกระดูก ความเสี่ยงการติดเชื้อต่ำกว่าเนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับช่องปาก แม้จะมีรอยแผลภายนอกแต่อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นง่าย ต้องระวังไม่ให้แผลโดนแสงแดดโดยตรงในช่วง 3-6 เดือนแรก และอาจต้องใช้เจลลดรอยแผลเป็นเพื่อให้ได้คางสวยๆ ที่สมบูรณ์แบบ

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ทรงคางมีกี่แบบ

คางมีกี่แบบ และทรงคางแบบไหนที่เหมาะกับคุณ มาดูกันว่าทรงคางสวยๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมมีอะไรบ้าง

1. คางแหลม

คางแหลม ทรงคางแบบนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่คนเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องการใบหน้ารูป V-Shape คางแหลมจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก มีเสน่ห์และความคมชัด การเสริมคางเพื่อให้ได้รูปคางแบบนี้สามารถทำได้ด้วยซิลิโคนหรือฟิลเลอร์

คางแหลมเหมาะกับผู้ที่มีใบหน้ากลมหรือสี่เหลี่ยม เพราะจะช่วยสร้างมิติและทำให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

2. คางมน

คางมน เป็นทรงคางที่ดูนุ่มนวล อ่อนโยน และดูเป็นธรรมชาติที่สุด เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบลุคที่ไม่คมชัดจนเกินไป คางมนจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีความเป็นมิตร

การเสริมคางเพื่อให้ได้คางมนสามารถทำได้ด้วยการใช้ซิลิโคนทรงกลม หรือการฉีดฟิลเลอร์ที่ให้ความนุ่มนวล ผู้ที่มีใบหน้าเหลี่ยมหรือมุมคางที่เด่นชัดเกินไปสามารถเลือกทรงคางนี้ได้

3. คางสี่เหลี่ยม

ทรงคางแบบนี้จะดูมีความแข็งแรง มีบุคลิกที่เด่นชัด และมั่นใจ เหมาะกับผู้ชายหรือผู้หญิงที่ต้องการลุคที่ดูเข้มแข็ง คางสี่เหลี่ยมจะมีความกว้างของมุมคางที่เด่นชัด ทำให้รูปคางดูมีโครงสร้างที่ชัดเจน

การเสริมคางเพื่อให้ได้ทรงคางนี้ต้องเลือกซิลิโคนที่มีความกว้างเหมาะสมหรืออาจต้องใช้เทคนิคการตัดกระดูกเพื่อปรับโครงสร้าง

4. คางยาว

ทรงคางแบบยาวจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและมีสัดส่วนที่ดี เหมาะกับผู้ที่มีหน้ากลม หรือใบหน้าสั้น การเพิ่มความยาวให้กับคางจะช่วยปรับสมดุลของใบหน้าให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น

การเสริมคางเพื่อให้ได้คางยาวอาจใช้ซิลิโคนรูปทรงพิเศษหรือเทคนิคการเลื่อนกระดูกคาง เพื่อให้ได้ทรงคางที่ต้องการ

5. คางสั้น

ทรงคางสั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้ายาว และต้องการปรับสัดส่วนให้ดูสมดุลมากขึ้น โดยการลดความยาวของคางจะช่วยให้รูปหน้าโดยรวมดูกลมกลืนและมีความเป็นธรรมชาติกับใบหน้ามากขึ้น

6. คาง V-Line

ทรงคางสวยๆ แบบนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่ดาราเกาหลี คาง V-Line จะมีความเรียวและแหลมคล้ายกับรูปตัว V ทำให้ใบหน้าดูเล็ก เด็ก และสวยงาม

การเสริมคางเพื่อให้ได้รูปคาง V-Line อาจต้องใช้เทคนิคหลายอย่างร่วมกัน เช่น การเสริมคางด้วยซิลิโคนผสมกับการลดขนาดมุมคาง

การเลือกทรงคางที่เหมาะสมควรพิจารณาจากรูปหน้า สัดส่วนของใบหน้า และความต้องการส่วนบุคคล การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้คางสวยๆ ที่เหมาะสมที่สุดครับ

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมคาง 2 มีแบบ ดังนี้

ลักษณะของซิลิโคนเสริมคาง

ลักษณะซิลิโคนเสริมคาง
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

ซิลิโคนคางขาสั้น

จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากให้คางมน ไม่ยื่นจนเกินไป และผู้ที่มีใบหน้ารูปไข่หรือใบหน้ากลมต้องการให้ดูเรียวขึ้นเล็กน้อย ซิลิโคนคางสั้นถือเป็นอีกตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนโครงหน้าเดิมมากนัก

ซิลิโคนคางขายาว

จะเหมาะกับคนที่มีคางสั้น ถอย หรือขาดมิติ ต้องการให้ใบหน้าดูยาวและสมดุลขึ้น การเลือกใช้ซิลิโคนชนิดนี้ช่วยปรับ รูปคาง ให้ได้สัดส่วน ช่วยให้ทรงคางดูเรียวยาว มีมิติ อยากให้แนวกรามดูสมูทขึ้น ทำให้ผลลัพธ์กลมกลืนกับใบหน้าได้อย่างพอดีครับ

เตรียมให้พร้อมก่อนผ่าตัดเสริมคาง

  1. ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด บอกประวัติสุขภาพ การแพ้ยา และยาที่กำลังรับประทานทั้งหมด สื่อสารความต้องการที่อยากได้รูปคางและทรงคางอย่างชัดเจน
  2. ตรวจสุขภาพและตรวจเลือดอย่างครบถ้วน
  3. หยุดยาบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัด เช่น ยาแอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินบางชนิด ตามคำแนะนำของแพทย์
  4. หยุดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพราะจะช่วยให้การฟื้นตัวดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องหลังการเสริมคางเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ทรงคางสวยๆ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  1. รักษาความสะอาดของแผล ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงการทำให้แผลเปียกน้ำในช่วงแรก และเปลี่ยนผ้าพันแผลเป็นประจำ
  2. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง รับประทานยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาอื่นๆ ตามที่แพทย์กำหนด เพื่อลดอาการเจ็บปวดและป้องกันการติดเชื้อ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหนุนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
  4. ประคบเย็น ในช่วง 2-3 วันแรกหลังการเสริมคาง สามารถประคบเย็นบริเวณคางเพื่อช่วยลดอาการบวมและช้ำ แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรง
  5. เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ในช่วงแรกควรรับประทานอาหารอ่อน อาหารเย็น และหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคางที่เพิ่งเสริมคาง
  6. หลีกเลี่ยงการออกแรงมาก งดการออกกำลังกาย การยกของหนัก และกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระแทกหรือกดดันบริเวณคาง
  7. เข้าพบแพทย์ตามนัด นัดติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบการฟื้นตัวและรูปคางที่ได้

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเช่น งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยให้การฟื้นตัวรวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และได้ทรงคางสวยๆ ที่ต้องการในที่สุด

สรุปบทความ

การเสริมคาง เป็นขั้นตอนศัลยกรรมที่ช่วยปรับปรุงรูปคางและสร้างสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบให้กับใบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีคางสั้น คางถอย หรืออยากให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก โดยแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีทรงคางยอดนิยมอย่าง คางแหลม คางมน และคาง V-Line ที่ช่วยเสริมความมั่นใจ แต่การเลือกซิลิโคนและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยนะครับ

หากคุณกำลังประสบปัญหาคางมน คางสั้น หรือคางบุ๋ม และอยากเสริมคางเพื่อให้ดูสดใส มั่นใจขึ้น แต่ยังอยากให้ใบหน้ายังดูเป็นธรรมชาติ BEAMS Plastic Surgery หรือ BEAMS Clinic เป็นศูนย์ศัลยกรรมครบวงจรเกี่ยวกับใบหน้า พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

Line Official : @beamss

คำถามที่พบบ่อย

โดยทั่วไป หลังเสริมคาง อาการบวมช้ำจะค่อยๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และเห็นทรงคางสวยชัดเจน ภายในประมาณ 3-6 เดือน หากดูแลตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

เปลี่ยนครับ แต่เป็นการเปลี่ยนที่ดูดีขึ้น ใบหน้าจะดูสมส่วน มีมิติ และเรียวขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีคางสั้นหรือคางถอย การเลือกทรงคางที่เหมาะสมจะทำให้หน้าดูสวยขึ้นแบบธรรมชาติ

ระหว่างทำศัลยกรรมเสริมคาง จะไม่รู้สึกเจ็บเพราะใช้ยาชาครับ หลังทำอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยใน 3-7 วันแรก ซึ่งบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายภายในไม่กี่สัปดาห์

หลังเสริมคาง จะไม่เห็นผลทันที แต่จะรัดแกนช่วง 3-6 เดือน หรือ 6-12 เดือน แล้วแต่บุคคล

ผู้ชายก็สามารถเสริมคางได้ครับ เพื่อปรับรูปหน้าให้คมชัดและดูมีมิติมากขึ้น ทรงคางสำหรับผู้ชายที่นิยมคือ คางสี่เหลี่ยมหรือคางยาว จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเข้ม แข็งแรง และมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์จะออกแบบให้เหมาะกับโครงหน้าแต่ละคน

การเลือกคลินิกเสริมคางที่ไหนดี ควรพิจารณาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วัสดุซิลิโคนคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย คลินิกที่มีรีวิวดี และให้คำปรึกษาอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณได้ทรงคางสวยๆ เข้ากับใบหน้า อย่างมั่นใจครับ

เสริมคาง เป็นการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าอย่างชัดเจน
ส่วนฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับคนที่อยากปรับรูปคางเล็กน้อย ไม่อยากผ่าตัด แต่ผลลัพธ์อยู่ได้เพียง 1-2 ปี เท่านั้น

นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

บทความโดย : นพ.อัครวินท์ ศิริมงคล (หมอพจน์)

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้