Radiesse คืออะไร ราคาเท่าไหร่ กระตุ้นคอลลาเจนได้จริงไหม?

Radiesse คืออะไร

หากพูดถึงหัตถการในด้านการเพิ่มคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระจ่างใส อิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย ชื่อของ “ฟิลเลอร์” และ “Sculptra” มักเป็นหัตถการที่ถูกกล่าวถึงอันดับต้นๆ อยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงยังมีหัตถการอีกประเภทที่ให้ผลลัพธ์ได้น่าพึงพอใจไม่แพ้กันนั่นคือ “Radiesse” อย่างไรก็ตามหลายคนยังอาจเกิดคำถามว่า Radiesse คืออะไร ราคาเท่าไหร่ แล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง? ลองมาศึกษาข้อมูลทั้งหมดก่อนตัดสินใจทำได้เลยครับ

Key Takeaways

  • Radiesse คือ สารกลุ่มเติมเต็มที่ถูกพัฒนาขึ้นคล้ายกับฟิลเลอร์แต่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เพื่อกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยฟื้นฟู ยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย แลดูผิวอ่อนกว่าวัย และสุขภาพดี
  • Radiesse ราคาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ปริมาณที่ใช้ การประเมินจากแพทย์ ทั้งนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายละเอียดให้ครบถ้วน
  •  การฉีด Radiesse ยังไม่เห็นผลทันที แต่จะค่อยๆ เกิดความเปลี่ยนแปลงเมื่อผ่านไป 1-3 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังฉีด 3-6 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 1-2 ปี
เลือกอ่านตามหัวข้อ

Radiesse Filler คืออะไร? มีรุ่นอะไรบ้าง?

Radiesse Filler คืออะไร มีกี่รุ่น
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

Radiesse คือ สารกลุ่มเติมเต็มประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นคล้ายกับฟิลเลอร์แต่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งผ่านการคิดค้นและวิจัยโดย Merz Aesthetics เมื่อฉีด Radiesse ใต้ผิวหนังจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยฟื้นฟู ยกกระชับ เพิ่มความเนียน ผิวเด้งฟู ลดเลือนริ้วรอย แลดูผิวอ่อนกว่าวัย และสุภาพดี ปัจจุบัน Radiesse มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Radiesse Filler ® เป็นแบบไม่มียาชา และ Radiesse ® (+) มียาชาและเนื้อเจลจะหนืดข้นกว่า

CaHA คืออะไร

CaHA (Calcium Hydroxylapatite) คือ สารชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกาย ส่วนใหญ่มักพบตามเนื้อเยื่อกระดูกและฟัน แต่สำหรับแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ที่นำมาใช้กับ Radiesse ถูกพัฒนาขึ้นแบบเฉพาะผ่านวิธีสังเคราะห์จนได้เป็น CaHA microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) ที่ใกล้เคียงกับสารในร่างกายจึงมีความปลอดภัยสูง ลักษณะทรงกลม อนุภาคสม่ำเสมอ 25-45 ไมครอน

จุดเด่น CaHA คือ สามารถช่วยกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในระยะยาว นิยมนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับหัตถการความงามเพื่อเสริมคอลลาเจน ฟื้นฟูสภาพผิว

หลักการทำงานของ Radiesse

เมื่อฉีดเรเดียนเข้าไปตรงชั้นระนาบใต้ผิว อนุภาคของ CaHA จะทำให้เกิดโครงสร้างแบบเส้นใยตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) เซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจน หรือ Fibroblasts (ไฟโบรบลาสต์) จึงถูกกระตุ้นและเพิ่มปริมาณขึ้นบริเวณรอบโครงสร้างเซลล์ผิวชั้นลึก แบ่งเป็น Collagen Type 1 เพิ่มขึ้น 150% และ Collagen Type 3 เพิ่มขึ้น 130% ช่วยสร้างความอิ่มฟูกับผิว รวมถึงยังกระตุ้นการสร้างอีลาสตินให้เพิ่มขึ้นอีก 250% ผิวจึงแลดูอ่อนกว่าวัยด้วยนั่นเองครับ

Radiesse กับ ฟิลเลอร์ เหมือนกันไหม ?

หากมองในภาพรวม Radiesse Filler ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารเติมเต็มแบบเดียวกัน แต่ส่วนประกอบหลักที่นำมาใช้และกลไกการทำงานแตกต่างกัน โดย Radiesse จะมี CaHA เป็นส่วนประกอบหลักเมื่อฉีดแล้วจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีแต่จะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) และอีลาสติน จึงมีผลลัพธ์ที่ยาวนาน ส่วนฟิลเลอร์มีสาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก สามารถเติมเต็มและเห็นผลลัพธ์ได้ภายในเวลารวดเร็ว

Radiesse ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

ด้วยผลลัพธ์ของการฉีด Radiesse จะช่วยเติมเต็มให้ผิวได้รับการยกกระชับ อิ่มฟู เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง จึงเหมาะกับการฉีดในหลายตำแหน่ง ได้แก่

  • ร่องแก้ม ช่วยให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น ใต้ดวงตาและร่องแก้มอิ่มฟู 
  • ร่องน้ำหมาก ลดรอยพับบนใบหน้า ริ้วรอย ร่องลึกบริเวณดังกล่าว
  • มุมปากและแก้ม ลดริ้วรอยมุมปาก ช่วยยกกระชับแก้ม เพิ่มความอ่อนเยาว์
  • หน้าผาก เพิ่มความเรียบเนียน เปล่งปลั่ง ลดรอยย่น 
  • ลำคอ ช่วยเพิ่มความเต่งตึง ลดรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ
  • กรอบหน้า เพิ่มความชัดให้กรอบหน้า ดูเรียวสวย
  • หลังมือ เติมเต็มให้ผิวดูอวบอิ่ม กระชับ ไม่ดูมีอายุมากเกินไป

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

การฉีด Radiesse เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร?

การฉีด Radiesse เหมาะกับใคร
ภาพประกอบการโฆษณาเท่านั้น

ใครสนใจอยากฉีด Radiesse ลองมาเช็กกันสักนิดนะครับว่านี่คือตัวเลือกที่เหมาะกับคุณหรือไม่ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกับความคาดหวัง

คนที่เหมาะกับการฉีด Radiesse

  • ผู้ที่มีปัญหาขาดคอลลาเจนบนใบหน้า มีริ้วรอย ร่องลึก ความเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้า และรอยย่นบริเวณหน้าผาก
  • ผู้ที่ต้องการทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย สดใส เปล่งปลั่ง ร่องลึกตื้นขึ้น เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยมุมปาก 
  • ผู้ที่มีปัญหาลำคอหรือหลังมือเหี่ยวย่น ดูมีอายุ 
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าแห้ง ดูหมองคล้ำไม่สดใส
  • ผู้ที่มีรอยแผลเป็น รอยหลุมสิวบนใบหน้าไม่ลึกมาก

คนที่ไม่เหมาะกับการฉีด Radiesse

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นแบบผิวนูน คีลอยด์ 
  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยารุนแรงหรือแพ้ยาชา
  • ผู้ที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีดเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีภาวะแพ้ส่วนประกอบบางอย่างใน Radiesse 
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรืออยู่ระหว่างทานยาลดการแข็งตัวของเลือด

ข้อดี-ข้อเสียของ Radiesse Filler

เป็นเรื่องปกติของการทำหัตถการทุกประเภทที่จะต้องมีข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้และความเหมาะสม จึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งสองด้านให้ทุกคนศึกษาก่อนทำ Radiesse Filler 

ข้อดีของ Radiesse

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินช่วยให้ผิวเนียนเด้ง ยืดหยุ่น อิ่มฟู มีวอลุ่ม แลดูอ่อนกว่าวัย
  • ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก ความเหี่ยวย่นได้ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และหลังมือ
  • กระชับรูขุมขน ผิวดูชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ลดความหมองคล้ำ
  • ให้ผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี 
  • ผ่านการรับรองของ US FDA ในอเมริกา CE ของยุโรป และ อย. ไทย

ข้อเสียของ Radiesse

  • การฉีด Radiesse จะยังไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที
  • อาจพบรอยแดง เขียวช้ำ หรือบวมเล็กน้อยหลังฉีด
  • ต้องมีการทำซ้ำไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • หากใช้ของปลอมมีโอกาสเสี่ยงจะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้

เปรียบเทียบ ฟิลเลอร์ Radiesse กับหัตถการงานผิวอื่น ?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นและสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสมสำหรับการทำหัตถการลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความเนียนกระชับ ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย ลองมาเปรียบเทียบระหว่าง Radiesse Filler กับหัตถการงานผิวอื่น ๆ กันเลย

  • Radiesse มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน จึงเติมเต็มโครงสร้างผิวชั้นลึก ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส เนียนนุ่ม ดูอ่อนกว่าวัย ริ้วรอย ร่องลึก ความเหี่ยวย่นลดเลือน ผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี  
  • Sculptra มีส่วนประกอบหลักคือ PLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ ผิวดูแข็งแรงจากภายใน เผยความกระจ่างใส และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี
  • Belotero Revive มีส่วนประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid และ Glycerol เติมเต็มความชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับ ผิวดูโกลว์ เนียนเด้ง ยืดหยุ่น ดูอ่อนกว่าวัย ผลลัพธ์ประมาณ 6-9 เดือน
  • PRP หน้าใส การแยกเกล็ดเลือดของคนไข้จนได้พลาสมา เมื่อฉีดกลับเข้าไปแล้วจะช่วยฟื้นฟูผิว ลดความหมองคล้ำ ดูชุ่มชื้น เผยความกระจ่างใส ผลลัพธ์อยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือน – 2 ปี

Radiesse ราคาเท่าไหร่ ?

สำหรับการทำ Radiesse ราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ลักษณะของผิว ปริมาณที่ใช้ ชื่อเสียงของแพทย์ คลินิก หรือโปรโมชั่นในช่วงเวลาต่างๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายละเอียดให้ครบถ้วน

Becoming Your Best Self

เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

Radiesse อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

หากคุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ไม่เหมาะสำหรับทำหัตถการนี้ การฉีด Radiesse ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย เพราะผ่านการรับรองจากทั้ง US FDA สหรัฐ CE ยุโรป และ อย.ไทย อีกทั้งสารดังกล่าวยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เกิดการตกค้างภายในร่างกาย 

อย่างไรก็ตามหลังการฉีดอาจมีผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อย เช่น รอยเข็ม รอยเขียวช้ำ บวม หรือเจ็บเล็กน้อย แต่อาการดังกล่าวจะหายไปประมาณ 2-3 วัน ยกเว้นกรณีมีอาการรุนแรงผิดปกติ เช่น ผิวบวมแดงเข้มขนาดใหญ่ติดต่อกันหลายวัน ปวดมาก สีผิวซีดคล้ำลง แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น การติดเชื้อ

การเตรียมตัวก่อนฉีด Radiesse

ก่อนตัดสินใจฉีด Radiesse ต้องมีการเตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงรุนแรงด้วย สามารถทำตามคำแนะนำนี้ได้เลย

  • ค้นหาข้อมูลการทำอย่างละเอียด เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานการรับรอง แพทย์มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์สะอาด ห้องปลอดเชื้อ ทั้งนี้อาจค้นหาจาก Radiesse รีวิวผ่านหลายแหล่งประกอบการตัดสินใจ
  • ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
  • แจ้งโรคประจำตัว และยารักษาโรคประจำตัวที่ต้องทานประจำกับแพทย์
  • งดการทานยากลุ่ม NSAIDS กลุ่มยาอักเสบ รวมถึงอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของกระเทียม วิตามิน E โอเมก้า 3 อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 วัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง / วัน โดยเฉพาะคืนก่อนทำหัตถการ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ เฉลี่ย 1.5-2 ลิตร / วัน อย่างน้อย 3 วัน ก่อนทำหัตถการ

ขั้นตอนการฉีด Radiesse

สำหรับการฉีด Radiesse ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยาก โดยแพทย์จะปฏิบัติ ดังนี้

  • แพทย์จะให้คำแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับการทำ Radiesse ตั้งแต่บริเวณที่ฉีด ตัวสารที่ใช้ ปริมาณ ผลข้างเคียงเบื้องต้น และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
  • เริ่มต้นทำความสะอาดผิวบริเวณที่ฉีด
  • ทายาชาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด
  • ฉีดเรเดียนด้วยเข็มขนาดเล็กลงไปบริเวณชั้นระนาบใต้ผิวตรงจุดที่กำหนด อาจมีมากกว่า 1 จุด ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • หลังฉีดแพทย์จะคลึงบริเวณจุดที่ฉีดเบาๆ เพื่อให้สารเกิดการกระจายตัว ลดความเสี่ยงจับตัวเป็นก้อน
  • แพทย์ทำการเช็กผลลัพธ์บริเวณที่ฉีดอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการฉีดเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
  • เมื่อทำหัตถการเสร็จเรียบร้อยแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังฉีด รวมถึงผลข้างเคียงที่ทั่วไปและรุนแรง
  • แพทย์ทำนัดติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และมีการนัดฉีดเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 2-3 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน

การดูแลหลังฉีด Radiesse

การดูแลตนเองหลังฉีด Radiesse เป็นอีกสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีได้โดยไม่ต้องเสียเงินแก้ไขหรือทำใหม่ สามารถทำตามคำแนะนำเบื้องต้นนี้ได้เลยครับ

  • งดล้างหน้าและแต่งหน้า 10-12 ชั่วโมง หลังทำ
  • งดว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ป้องกันอาการบวมหรือช้ำรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดแรง 24 ชั่วโมง ส่วนความร้อนต่างๆ เช่น อบไอน้ำ ซาวน่า เลเซอร์ บริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ห้ามลูบ คลำ ถูบริเวณที่ทำหัตถการ
  • ติดตามนัดกับแพทย์ที่ดูแลตามกำหนด

ฉีดฟิลเลอร์ Radiesse ที่ไหนดี?

ฉีด Radiesse ที่ไหนดี
  • คลินิกผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มีป้ายรายชื่อประกอบวิชาชีพติดไว้ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน 
  • ต้องใช้ Radiesse ของแท้ ซึ่งมีวิธีตรวจสอบ ดังนี้
  • เช็กชื่อที่ใช้บริการบนเว็บ https://www.merzaesthetics.co.th/search-result/ ว่าได้เป็นคู่ค้ากับทางผู้นำเข้าหรือไม่ (ต้องมีรายชื่อคลินิกที่คุณใช้บริการ)
  • สแกนสติ๊กเกอร์ Merz Check บนกล่อง หากเป็นของแท้เมื่อสแกนแล้วต้องมีข้อมูลระบุพร้อมยืนยันรายละเอียดการรับรองชัดเจน
  • มีการให้ SKIN REJUVENATION Club Card หลังใช้บริการเพื่อเป็นการยืนยันว่านี่คือของแท้ เพื่อป้องกันสินค้าปลอม

สรุปบทความ

Radiesse คือ สารที่มี CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) และอีลาสติน ช่วยเติมเต็มร่องลึก ฟื้นฟู ยกกระชับ ผิวเด้งอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวดูอ่อนกว่าวัย สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี  ซึ่งการทำ Radiesse ราคา จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และปัจจัยอื่นๆ รวมถึงการทำ Radiesse ต้องเลือกคลินิกน่าเชื่อถือ แพทย์มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

ซึ่งที่ BEAMS Plastic Surgery ยินดีให้คำปรึกษาพร้อมดูแลคนไข้ทุกเคสเพื่อให้ผลลัพธ์ตรงใจที่สุด โดยแพทย์ชำนาญเฉพาะทาง คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

หลังการฉีด Radiesse Filler ยังไม่เห็นผลทันที แต่จะค่อยๆ เริ่มชัดขึ้นเมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่หลังผ่านไป 3-6 สัปดาห์

หากฉีดเรเดียนต่อเนื่องครบตามที่แพทย์กำหนด ซึ่งปกติจะอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ยาวนาน 1-2 ปี

ปกติ Radiesse จะถูกบรรจุมาเป็นเจลพร้อมใช้ทันที (Pre-filled Syringe) ซึ่ง 1 กล่อง มี 1 ไซริงค์ ปริมาณ 1.5 CC

การฉีด Radiesse ไม่ต้องทำบ่อยเหมือนฟิลเลอร์ ซึ่งแพทย์อาจประเมินให้ฉีด 1-3 ครั้ง ห่างกันไม่ต่ำกว่าครั้งละ 1 เดือน

มีหลายสาเหตุ เช่น ผลข้างเคียงเล็กน้อย สามารถหายเองได้ใน 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้อาจมีสาเหตุจากการฉีดผิดตำแหน่ง ผิดชั้นผิว ติดเชื้อ แพทย์ขาดความชำนาญ ตัวยาปลอม กดหรือนวดหลังฉีด ซึ่งแพทย์อาจประเมินให้ฉีดสลาย Radiesse Filler การขูด หรือผ่าตัดออก

นพ ภัคธร สิวาภิรมย์รัตน์ (หมอกุ่ย)

บทความโดย : นพ.ภัคธร สิวาภิรมย์รัตน์ (หมอกุ่ย)

แพทย์ผิวหนัง

LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
โปรโมชันวันนี้