หากพูดถึงหัตถการในด้านการเพิ่มคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระจ่างใส อิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย ชื่อของ “ฟิลเลอร์” และ “Sculptra” มักเป็นหัตถการที่ถูกกล่าวถึงอันดับต้นๆ อยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงยังมีหัตถการอีกประเภทที่ให้ผลลัพธ์ได้น่าพึงพอใจไม่แพ้กันนั่นคือ “Radiesse” อย่างไรก็ตามหลายคนยังอาจเกิดคำถามว่า Radiesse คืออะไร ราคาเท่าไหร่ แล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง? ลองมาศึกษาข้อมูลทั้งหมดก่อนตัดสินใจทำได้เลยครับ
Key Takeaways
Radiesse คือ สารกลุ่มเติมเต็มประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นคล้ายกับฟิลเลอร์แต่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งผ่านการคิดค้นและวิจัยโดย Merz Aesthetics เมื่อฉีด Radiesse ใต้ผิวหนังจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยฟื้นฟู ยกกระชับ เพิ่มความเนียน ผิวเด้งฟู ลดเลือนริ้วรอย แลดูผิวอ่อนกว่าวัย และสุภาพดี ปัจจุบัน Radiesse มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Radiesse Filler ® เป็นแบบไม่มียาชา และ Radiesse ® (+) มียาชาและเนื้อเจลจะหนืดข้นกว่า
CaHA (Calcium Hydroxylapatite) คือ สารชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกาย ส่วนใหญ่มักพบตามเนื้อเยื่อกระดูกและฟัน แต่สำหรับแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ที่นำมาใช้กับ Radiesse ถูกพัฒนาขึ้นแบบเฉพาะผ่านวิธีสังเคราะห์จนได้เป็น CaHA microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) ที่ใกล้เคียงกับสารในร่างกายจึงมีความปลอดภัยสูง ลักษณะทรงกลม อนุภาคสม่ำเสมอ 25-45 ไมครอน
จุดเด่น CaHA คือ สามารถช่วยกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในระยะยาว นิยมนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับหัตถการความงามเพื่อเสริมคอลลาเจน ฟื้นฟูสภาพผิว
เมื่อฉีดเรเดียนเข้าไปตรงชั้นระนาบใต้ผิว อนุภาคของ CaHA จะทำให้เกิดโครงสร้างแบบเส้นใยตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) เซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจน หรือ Fibroblasts (ไฟโบรบลาสต์) จึงถูกกระตุ้นและเพิ่มปริมาณขึ้นบริเวณรอบโครงสร้างเซลล์ผิวชั้นลึก แบ่งเป็น Collagen Type 1 เพิ่มขึ้น 150% และ Collagen Type 3 เพิ่มขึ้น 130% ช่วยสร้างความอิ่มฟูกับผิว รวมถึงยังกระตุ้นการสร้างอีลาสตินให้เพิ่มขึ้นอีก 250% ผิวจึงแลดูอ่อนกว่าวัยด้วยนั่นเองครับ
หากมองในภาพรวม Radiesse Filler ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารเติมเต็มแบบเดียวกัน แต่ส่วนประกอบหลักที่นำมาใช้และกลไกการทำงานแตกต่างกัน โดย Radiesse จะมี CaHA เป็นส่วนประกอบหลักเมื่อฉีดแล้วจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีแต่จะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) และอีลาสติน จึงมีผลลัพธ์ที่ยาวนาน ส่วนฟิลเลอร์มีสาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก สามารถเติมเต็มและเห็นผลลัพธ์ได้ภายในเวลารวดเร็ว
ด้วยผลลัพธ์ของการฉีด Radiesse จะช่วยเติมเต็มให้ผิวได้รับการยกกระชับ อิ่มฟู เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง จึงเหมาะกับการฉีดในหลายตำแหน่ง ได้แก่
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
ใครสนใจอยากฉีด Radiesse ลองมาเช็กกันสักนิดนะครับว่านี่คือตัวเลือกที่เหมาะกับคุณหรือไม่ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกับความคาดหวัง
เป็นเรื่องปกติของการทำหัตถการทุกประเภทที่จะต้องมีข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้และความเหมาะสม จึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งสองด้านให้ทุกคนศึกษาก่อนทำ Radiesse Filler
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นและสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสมสำหรับการทำหัตถการลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความเนียนกระชับ ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย ลองมาเปรียบเทียบระหว่าง Radiesse Filler กับหัตถการงานผิวอื่น ๆ กันเลย
สำหรับการทำ Radiesse ราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ลักษณะของผิว ปริมาณที่ใช้ ชื่อเสียงของแพทย์ คลินิก หรือโปรโมชั่นในช่วงเวลาต่างๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายละเอียดให้ครบถ้วน
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
หากคุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ไม่เหมาะสำหรับทำหัตถการนี้ การฉีด Radiesse ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย เพราะผ่านการรับรองจากทั้ง US FDA สหรัฐ CE ยุโรป และ อย.ไทย อีกทั้งสารดังกล่าวยังสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เกิดการตกค้างภายในร่างกาย
อย่างไรก็ตามหลังการฉีดอาจมีผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อย เช่น รอยเข็ม รอยเขียวช้ำ บวม หรือเจ็บเล็กน้อย แต่อาการดังกล่าวจะหายไปประมาณ 2-3 วัน ยกเว้นกรณีมีอาการรุนแรงผิดปกติ เช่น ผิวบวมแดงเข้มขนาดใหญ่ติดต่อกันหลายวัน ปวดมาก สีผิวซีดคล้ำลง แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น การติดเชื้อ
ก่อนตัดสินใจฉีด Radiesse ต้องมีการเตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงรุนแรงด้วย สามารถทำตามคำแนะนำนี้ได้เลย
สำหรับการฉีด Radiesse ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยาก โดยแพทย์จะปฏิบัติ ดังนี้
การดูแลตนเองหลังฉีด Radiesse เป็นอีกสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีได้โดยไม่ต้องเสียเงินแก้ไขหรือทำใหม่ สามารถทำตามคำแนะนำเบื้องต้นนี้ได้เลยครับ
Radiesse คือ สารที่มี CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) และอีลาสติน ช่วยเติมเต็มร่องลึก ฟื้นฟู ยกกระชับ ผิวเด้งอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ผิวดูอ่อนกว่าวัย สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ซึ่งการทำ Radiesse ราคา จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และปัจจัยอื่นๆ รวมถึงการทำ Radiesse ต้องเลือกคลินิกน่าเชื่อถือ แพทย์มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
ซึ่งที่ BEAMS Plastic Surgery ยินดีให้คำปรึกษาพร้อมดูแลคนไข้ทุกเคสเพื่อให้ผลลัพธ์ตรงใจที่สุด โดยแพทย์ชำนาญเฉพาะทาง คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา
หลังการฉีด Radiesse Filler ยังไม่เห็นผลทันที แต่จะค่อยๆ เริ่มชัดขึ้นเมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่หลังผ่านไป 3-6 สัปดาห์
หากฉีดเรเดียนต่อเนื่องครบตามที่แพทย์กำหนด ซึ่งปกติจะอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ยาวนาน 1-2 ปี
ปกติ Radiesse จะถูกบรรจุมาเป็นเจลพร้อมใช้ทันที (Pre-filled Syringe) ซึ่ง 1 กล่อง มี 1 ไซริงค์ ปริมาณ 1.5 CC
การฉีด Radiesse ไม่ต้องทำบ่อยเหมือนฟิลเลอร์ ซึ่งแพทย์อาจประเมินให้ฉีด 1-3 ครั้ง ห่างกันไม่ต่ำกว่าครั้งละ 1 เดือน
มีหลายสาเหตุ เช่น ผลข้างเคียงเล็กน้อย สามารถหายเองได้ใน 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้อาจมีสาเหตุจากการฉีดผิดตำแหน่ง ผิดชั้นผิว ติดเชื้อ แพทย์ขาดความชำนาญ ตัวยาปลอม กดหรือนวดหลังฉีด ซึ่งแพทย์อาจประเมินให้ฉีดสลาย Radiesse Filler การขูด หรือผ่าตัดออก
บทความโดย : นพ.ภัคธร สิวาภิรมย์รัตน์ (หมอกุ่ย)
แพทย์ผิวหนัง