Belotero Revive คืออะไร? ช่วยอะไร

Belotero Revive คือ ฟิลเลอร์ภายใต้ยี่ห้อของ Belotero ส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นฟิลเลอร์ตัวแรกของโลกที่มีการผสม Hyaluronic Acid และ Glycerol พร้อมใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ในการผลิต เนื้อสัมผัสของฟิลเลอร์จึงเรียบเนียนเมื่อฉีดเข้าผิว ดูธรรมชาติ ซึ่งถ้าถามว่า Belotero Revive ช่วยอะไร? จุดเด่นสำคัญของ Revive คือ ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ความหมองคล้ำจากการสัมผัสมลภาวะทั้งฝุ่นละออง แสงแดด เสริมความแข็งแรงให้กับงานผิวบริเวณที่ฉีด ผิวเกิดความโกล์วฉ่ำวาว อิ่มฟู เรียบเนียน และดูอ่อนกว่าวัยค่ะ
Belotero Revive มีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร?

คุณสมบัติพิเศษที่ทำให้ฟิลเลอร์ Belotero Revive แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปนั่นคือมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid 20mg/ml และ Glycerol 17.5mg/ml แต่สำหรับยี่ห้ออื่นจะมีเพียง Hyaluronic Acid เท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของสารทั้ง 2 ชนิดที่เพิ่มเข้ามา มีดังนี้ค่ะ
- Hyaluronic Acid เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เผยความกระจ่างใส เรียบเนียน ดูโกล์ว มีความยืดหยุ่นโดยไม่ทำให้มีอาการแพ้
- Glycerol ผิวมีการกักเก็บและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เกิดความฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี เมื่อทำงานร่วมกับ HA ส่งผลให้ HA สามารถอยู่ในชั้นผิวได้นานขึ้นค่ะ
ภาพรวมของการฉีดรีไวล์ซึ่งมีส่วนผสมของสาร 2 ชนิดดังกล่าว จึงทำให้ผิวเกิดความเนียนนุ่ม ฉ่ำวาว ดูโกล์วใส อีกทั้งตัวฟิลเลอร์ของ Belotero Revive เองยังมีเนื้อนิ่ม เกาะตัวได้ดีแต่มีความยืดหยุ่นจึงกลมกลืนกับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนกว่าวัยค่ะ
Belotero Revive ดีไหม?
การฉีด Belotero Revive ถือเป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพดีด้วยประสิทธิภาพของ Hyaluronic Acid และ Glycerol นอกจากช่วยเติมร่องลึก ลดขนาดหลุมสิวดูตื้นขึ้น ลดความหมองคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงแล้ว ยังเพิ่มความสว่างใส เติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น ผิวดูโกล์ว ฉ่ำวาว เล่นแสงได้ดี ปรับโทนสีผิวให้เกิดความสม่ำเสมอ ซึ่งโดยทั่วไปมักถูกเรียกว่า “ผิวกระจก”
Belotero Revive ต่างจากฟิลเลอร์อื่นอย่างไร?
อีกข้อสงสัยของคนที่หลายคนคงอยากรู้นั่นคือ Belotero Revive มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ ในด้านไหนบ้าง นี่คือคำตอบที่จะช่วยยืนยันถึงประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ตัวนี้ได้อย่างดี
- เป็นฟิลเลอร์ตัวแรกและตัวเดียวของโลกในเวลานี้ที่มีส่วนผสมของทั้ง Hyaluronic Acid และ Glycerol โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
- เมื่อใช้ Belotero Revive หลังฉีดเพียงครั้งแรก (2 cc.) จะเห็นผลลัพธ์ด้านความฉ่ำวาว ผิวชุ่มชื้นขึ้น และอยู่ได้นานถึง 9 เดือน หากฉีดต่อเนื่องทั้งหมด 3 ครั้ง (6 cc.) แบ่งเป็นเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสแบบ “ผิวกระจก” ร่องลึก หลุมสิวตื้นขึ้น ริ้วรอยจางลง ขนาดรูขุมขนเล็กลง และสามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 12 เดือนค่ะ
- เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของ Belotero เนื้อสัมผัสฟิลเลอร์จึงนุ่มแต่ยืดหยุ่น กลมกลืนกับผิวได้ดี ไม่ไหลเป็นก้อน ทำให้ไม่โป๊ะ หรือดูหลอกตาเมื่อฉีด
- ระดับความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid และ Glycerol สูงมาก ผิวจึงอุ้มน้ำได้ดี ดูแวววาว กระชับยืดหยุ่น และดูอ่อนกว่าวัย
Belotero Revive เหมาะกับฉีดส่วนไหน?
ด้วยผลลัพธ์และรีวิว Belotero Revive ที่มีจุดเด่นทั้งเรื่องของการเติมร่องลึก เพิ่มความกระชับให้รูขุมขน หลุมสิวดูตื้นขึ้น ลดเลือนริ้วรอย และยังเพิ่มความกระจ่างใส ผิวฉ่ำน้ำได้ดี จึงเหมาะกับการฉีดในหลายส่วน ดังนี้
- รอบดวงตา ลดปัญหาใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ลดตีนกา และช่วยให้บริเวณใต้ตาอวบอิ่มชุ่มชื้น
- ผิวหน้า เพิ่มความกระจ่างใส เรียบเนียน เกิดความชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน สีผิวสม่ำเสมอ ขนาดรูขุมขนเล็กลง ผิวสุขภาพดี แลดูอ่อนกว่าวัย ลดริ้วรอย ร่องลึก เติมหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้น
- ริมฝีปาก ช่วยให้ปากดูอิ่มฟู มีน้ำมีนวล
- ลำคอ ลดเลือนความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับ
- มือ แก้ปัญหามือเหี่ยวย่น มีน้ำมีนวล อิ่มฟูจากการที่ผิวกักเก็บน้ำได้ดีขึ้นค่ะ
ใช้ฟิลเลอร์ Belotero Revive กับหัตถการอื่นได้ไหม?
การฉีด Revive สามารถทำร่วมกับหัตถการประเภทอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์ ร้อยไหม การทำ Hifu, Ulthera, Thermage เป็นต้น ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพให้กับผิวมากขึ้นกว่าเดิม
การเตรียมตัวก่อนฉีด Belotero Revive
ก่อนตัดสินใจฉีด Belotero Revive ก็ต้องมีการเตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและยังช่วยสร้างผลลัพธ์ดังที่คาดหวังไว้อีกด้วย
- ค้นหาข้อมูลต่างๆ ของการทำ Belotero Revive อย่างละเอียด ซึ่งทุกวันนี้ทำได้ง่าย เช่น เสิร์ชค้นหา Belotero Revive รีวิว Pantip หรือ Belotero Revive รีวิว ผู้เคยฉีดจริง เพื่อสร้างความมั่นใจ
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์มีความเชี่ยวชาญ ห้องปลอดเชื้อ และอุปกรณ์สะอาดพร้อมใช้งาน
- ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์เพื่อให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียด
- แจ้งโรคประจำตัว ยารักษาโรคประจำที่ทานประจำให้แพทย์ทราบ
- งดทานอาหารเสริมกลุ่มวิตามินรวม น้ำมันตับปลา งดทานยากลุ่ม NSAIDs กลุ่มยาอักเสบ หรือยารักษาด้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม ASA อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 วัน ก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง / วัน โดยเฉพาะคืนก่อนทำหัตถการ
- ดื่มน้ำเยอะๆ เฉลี่ย 1.5-2 ลิตร / วัน ก่อนทำหัตถการ 2-3 วัน
- ไม่แต่งหน้าในวันที่มาทำหัตถการ
- ไม่มีประวัติแพ้สารไฮยารูลอนิก
- ไม่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือระยะให้นมบุตร
การดูแลหลังฉีด Belotero Revive
เมื่อทำ Belotero Revive หลังฉีดต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลง หรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับบางคน รวมถึงรู้วิธีปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้อง ดังนี้
- อาจเกิดอาการบวม แดง คัน หรือมีจุดเขียวช้ำ แต่จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน
- ไม่บีบ กด นวด หรือถูใบหน้าแรงๆ หลังทำหัตถการ
- ไม่ทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับความร้อน เช่น งดการทำทรีตเมนต์ เลเซอร์ความร้อน ประมาณ 1 เดือน
- หลีกเลี่ยงแสงแดด อยู่ในพื้นที่อากาศร้อนจัด หรือการทำกิจกรรมที่อยู่กับอากาศร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือทำหัตถการเลเซอร์ ลอกผิว
- งดว่ายน้ำ ออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 48 ชม.
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ดื่มคาเฟอีนอย่างน้อย 2-3 วัน หลังทำ
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกลุ่มเรตินอยด์, AHA, BHA อย่างน้อย 48 ชม.
- ช่วง 1 สัปดาห์แรก นอนให้ศีรษะสูงกว่าหน้าอกโดยใช้หมอน 2 ใบ ไม่นอนตะแคง และควรมีหมอนข้างประกบไว้ด้านข้างลำตัวทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อป้องกันการกดทับใบหน้า หรือการนอนตะแคง
- ดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้สำหรับคนที่สงสัยว่า Belotero Revive กี่วันเห็นผล? ปกติแล้วหลังทำหัตถการ Belotero Revive จะเห็นผลทันทีและชัดเจนขึ้นหลังผ่านไป 1-2 สัปดาห์
ฉีดฟิลเลอร์ Belotero Revive ที่ไหนดี?
ก่อนตัดสินใจฉีด Belotero Revive รีวิวต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ต้องดูว่ารีวิวนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ รวมถึงการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่คลินิกที่จะใช้บริการต้องมีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อมูลได้จริง แพทย์มีความเชี่ยวชาญ ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% พื้นที่ภายในคลินิกรวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ต้องสะอาด ปลอดภัย จะช่วยลดผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงลงได้เยอะมากค่ะ