รอยตีนกา เกิดจากอะไร? มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไร

ตีนกาเกิดจากอะไร

การมีดวงตาสวยน่ามองถือเป็นอีกเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล แต่เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยและความเหี่ยวย่นต่าง ๆ ก็ย่อมเข้ามาเยือนได้ ซึ่ง “ตีนกา” เป็นอีกหนึ่งร่องรอยที่บ่งบอกถึงการเสื่อมสภาพของผิว หลายคนจึงพยายามมองหาวิธีแก้ ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ฯลฯ แต่การเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเลือกวิธีรักษาและป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ใบหน้าดูสดใส ดูอ่อนเยาว์ และสมดุลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งค่ะ

Key Takeaways

  • ตีนกา คือ ริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นขีดเล็ก ๆ พาดทแยงแยกออกเป็นแฉกบริเวณหางตา สังเกตเห็นชัดเมื่อแสดงสีหน้า เกิดจากหลายปัจจัย เช่น อายุเพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ พฤติกรรมของแต่ละบุคคล
  • วิธีลดรอยตีนกาทำได้หลายเทคนิค เช่น ทาครีมบำรุง ทำทรีตเมนต์ โปรแกรมโบท็อกซ์ โปรแกรมฟิลเลอร์ เลเซอร์ โปรแกรม OligioX โปรแกรม Ulthera Prime หรือการผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง เป็นต้น
  • การป้องกันไม่ให้ตีนกาเกิดขึ้นเร็วต้องเน้นดูแลสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น ทาครีมบำรุง ดื่มน้ำสะอาด 8-10 แก้วต่อวัน พักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดด มลภาวะต่าง ๆ เป็นต้น
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ตีนกา คืออะไร?

ตีนกา คืออะไร

ตีนกา คือ ริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นขีดเล็ก ๆ พาดทแยงแยกออกเป็นแฉกบริเวณหางตา ซึ่งจะสังเกตเห็นชัดขึ้นเมื่อมีการแสดงสีหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ หรี่ตา สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้ค่ะ

  • รอยตีนกาตื้น: เป็นริ้วรอยหางตาที่เกิดขึ้นกับผิวบริเวณหนังกำพร้า แต่ไม่ลึกมาก จึงยังสังเกตเห็นไม่ชัด มักมีสาเหตุจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานานค่ะ
  • รอยตีนกาลึก: เป็นริ้วรอยตีนกาที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างชั้นผิวแท้ที่หย่อนคล้อยและเสื่อมสภาพลง สาเหตุหลักมาจากขาดการดูแลรักษารอยตีนกาตื้นทำให้สังเกตเห็นริ้วรอยได้ชัดเจนค่ะ

ตีนกา เกิดจากอะไร?

ตีนกาเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวบริเวณหางตา รวมถึงการหดเกร็งกล้ามเนื้อรอบดวงตาซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ

  • อายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวเสื่อมสภาพลง ผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะบริเวณหางตาจึงขาดความยืดหยุ่น เกิดเป็นรอยตีนกาได้ง่าย
  • การแสดงอารมณ์หรือสีหน้า เช่น การยิ้ม หัวเราะ หรี่ตา เพ่งมอง ร้องไห้ ทำหน้าเครียด โกรธบึ้งตึง การกระทำซ้ำ ๆ เหล่านี้ส่งผลให้ผิวเกิดการพับซ้ำตรงจุดเดิมต่อเนื่องและกลายเป็นริ้วรอยในที่สุด
  • แสงแดดและมลภาวะ รังสี UV จากแสงแดดส่งผลให้โครงสร้างผิวถูกทำลาย แห้งกร้าน ร่วมกับมลภาวะที่ต้องพบเจอมีส่วนทำให้เกิดตีนกาเร็วขึ้น
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต ชอบขยี้ตาแรง ๆ ทำให้ผิวรอบดวงตาช้ำ เครียดสะสม พักผ่อนน้อย นอนดึก เซลล์ผิวจึงฟื้นฟูได้น้อย การสูบบุหรี่ หรือการใช้เครื่องสำอาง สกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของสารเคมีก็อาจทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นค่ะ


ตีนกา เกิดขึ้นตำแหน่งไหนบ้าง?

ส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงตีนกาคนจะนึกถึงริ้วรอยหางตาเวลายิ้ม แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีบริเวณอื่นบนใบหน้า เช่น ใบหน้า คอ หลังมือ แขน ที่สามารถเกิดริ้วรอยเป็นขีด ๆ ในลักษณะเดียวกันได้ค่ะ

  • หางตา ถือเป็นบริเวณหลักที่พบรอยตีนกาได้มากสุด ลักษณะเป็นรอยพับเส้น ๆ คล้ายรอยเท้านก สังเกตเห็นชัดเมื่อแสดงสีหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ
  • หัวคิ้วหรือหว่างคิ้ว รอยย่นที่เกิดจากการชอบขมวดคิ้ว ผิวถูกกระทำซ้ำ ๆ
  • หน้าผาก ลักษณะเป็นเส้นรอยขีดแนวนอนบริเวณหน้าผาก มักมีสาเหตุจากการสัมผัสแสงแดดและการเลิกคิ้ว ทำตาโต ทำหน้าตกใจเป็นประจำ
  • รอยย่นสันจมูก รอยเส้นขนาดเล็กที่จะสังเกตได้เมื่อทำจมูกย่น 
  • รอยใต้ตาและรอบดวงตาจุดอื่น เป็นจุดที่ผิวบอบบาง สัมผัสแสงแดดและมลภาวะเป็นประจำ จึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • ร่องแก้ม ร่องมุมปาก สังเกตเห็นเป็นเส้นลึกตั้งแต่ปีกจมูกลงมาจนถึงมุมปาก 

ตีนกา รักษาด้วยวิธีไหน

การลดริ้วรอยตีนกาสามารถทำได้ทั้งวิธีธรรมชาติและใช้เทคนิคทางหัตถการ ขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขอแนะนำวิธีลดรอยตีนกา ดังนี้ค่ะ

1. ทาครีมลดรอยตีนกา

เป็นเทคนิคลดตีนกาที่ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่หมั่นทาครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์, ไฮยาลูโรนิก แอซิด, เรตินอล, เซราไมด์ หรือวิตามินซี อย่างสม่ำเสมอ ทั้งตอนเช้าและก่อนนอนค่ะ

2. ทำทรีตเมนต์ลดรอยตีนกา

ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าให้สะอาด มาสก์หน้า สครับผิว พอกหน้า ฯลฯ การทรีตเมนต์หน้าจะทำให้ผิวเกิดความผ่อนคลาย นอกจากลดรอยตีนกาแล้วยังช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวทั่วทั้งใบหน้า แก้ริ้วรอยใต้ตา ความหมองคล้ำต่าง ๆ ได้ด้วยค่ะ

3. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด เพื่อช่วยยกพยุงผิวที่ยุบตัวหรือเกิดรอยพับให้กลับมาเต่งตึง เพิ่มความชุ่มชื้น ชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึก ตีนกา ให้ช้าลง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-18 เดือนค่ะ

4. โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์

โปรแกรมโบท็อกซ์คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ เข้าไปยังใต้ชั้นผิวเพื่อให้กล้ามเนื้อลดการทำงานลงชั่วคราวและเกิดการคลายตัว ส่งผลให้ผิวเต่งตึงมากขึ้น รอยพับ รอยย่น ร่องลึกดูจางลง เผยความอ่อนเยาว์ของผิว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 เดือนค่ะ

5. เลเซอร์รอยตีนกา

อีกวิธีในการลดรอยตีนกาโดยแพทย์จะยิงพลังงานเลเซอร์ เช่น Fractional CO2 Laser, Pico Laser, Morpheus8 ลงบนผิวซ้ำ ๆ หลายครั้งเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รอยตีนกา ริ้วรอยตื้นบนใบหน้าจะค่อย ๆ จางลงค่ะ

6. โปรแกรม OligioX 

เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งพลังงานความร้อนลงไปยังผิวชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวจึงถูกยกกระชับ เต่งตึง ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น รอยตีนกา ลดเลือนลง เห็นผลรวดเร็วหลังทำ 20-30% และจะดีขึ้นจนน่าพึงพอใจเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ

7. โปรแกรม Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime จะใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงเฉพาะเจาะจง ส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปถึงชั้น SMAS กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวเกิดการหดตัว ตึงกระชับ ตีนกา ริ้วรอย ความเหี่ยวย่นต่าง ๆ ดูจางลง เจ็บน้อยกว่าเครื่อง Ulthera แบบเดิม เห็นผลหลังทำ 20-30% และดีขึ้นจนน่าพึงพอใจเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน อยู่ได้นาน 12-18 เดือนค่ะ

8. ผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง

หากต้องการลบรอยตีนกาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ๆ หรือคนที่มีตีนกาลึกมาก แพทย์มักแนะนำให้ใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง (Endoscopic Brow Lift) จะเป็นการสอดกล้องขนาดจิ๋วลงไปตรงแผลบริเวณไรผมเพื่อเลาะพังผืดและยกดึงกล้ามเนื้อให้ตึงกระชับ เพื่อช่วยยกคิ้วให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แก้ไขริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และ ร่องขมวดคิ้ว ซึ่งขนาดแผลเล็กมาก ใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปีค่ะ

วิธีป้องกันการเกิดรอยตีนกา

วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดรอยตีนกาขึ้นกับตนเองสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใส่ใจและหมั่นดูแลผิวเป็นประจำ ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ

  • หมั่นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทั้งการทาครีมบำรุงรอบดวงตาเช้าและก่อนนอน ทำทรีตเมนต์ผิวหน้า การดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว 
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน หากวันไหนต้องออกไปพื้นที่กลางแจ้ง แสงแดดแรง แนะนำให้กางร่ม สวมหมวก หรือสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสง UV 
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเน้นโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ หลีกเลี่ยงอาหารน้ำตาลสูง ของแปรรูป อาหารหมักดอง
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งกร้าน เสื่อมสภาพเร็วจนเกิดตีนกาได้ง่ายขึ้น
  • เช็ดเครื่องสำอางให้เบามือ ไม่ขยี้หรือใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณดวงตา เพราะจะเกิดรอยพับง่ายขึ้น
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเอง เช่น ลดความเครียดลง หลีกเลี่ยงมลภาวะภายนอก พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสร้างเกราะป้องกันผิวที่ดี

สรุปบทความ

ตีนกา คือ รอยเส้นที่เกิดขึ้นบริเวณหางตารวมถึงส่วนอื่นบนใบหน้า มีสาเหตุจากอายุเพิ่มขึ้นและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ซึ่งสามารถป้องกันได้เมื่อปรับพฤติกรรมตนเอง ส่วนใครที่เกิดขึ้นแล้วปัจจุบันก็มีการรักษาทั้งวิธีธรรมชาติและใช้เทคนิคทางการแพทย์ เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ โปรแกรม OligioX โปรแกรม Ulthera Prime ไปจนถึงการผ่าตัดยกคิ้วส่องกล้อง ที่ BEAMS Plastic Surgery เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกเคสโดยแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านตกแต่งใบหน้า ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ทุกช่องทางของเรา Line Official : @beamss หรือ คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเราค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

มีทั้งการใช้วิธีธรรมชาติ เช่น ทาครีมบำรุง ทำทรีตเมนต์ และทำหัตถการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมโบท็อกซ์ โปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรม OligioX โปรแกรม Ulthera Prime การใช้เลเซอร์ และการผ่าตัดค่ะ

ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตาหดตัวซ้ำ ๆ ในระหว่างการยิ้ม ทำให้ผิวที่ขาดความยืดหยุ่นพับเป็นรอยค่ะ

รอยตีนกามักเริ่มเกิดกับคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือบางรายอาจน้อยกว่านั้นหากขาดการดูแลตนเอง หรือมีพฤติกรรมใช้ชีวิตที่ไม่ใส่ใจผิวค่ะ

ลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะเป็นเส้นตรงพาดทแยงมีแฉกคล้ายรอยเท้าของนกหรือกาค่ะ

การใช้ครีมบำรุง หรือ Eye Cream ช่วยลดเลือนรอยตีนกาตื้นให้ดูจางลงได้ในระดับหนึ่งซึ่งอาจเกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น แต่ไม่สามารถลบรอยตีนกาลึกได้ค่ะ

พัชนันท์ เชื้อเย็น (ใบหม่อน)

บทความโดย : พญ.พัชนันท์ เชื้อเย็น (หมอใบหม่อน)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง (ว.54310)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
บทความที่เกี่ยวข้อง