ดึงหน้า (Facelift) ดึงคอ ด้วยเทคนิคผ่าตัดยกกระชับย้อนวัย

ผ่าตัดดึงหน้า

เมื่อใบหน้าและลำคอเริ่มหย่อนคล้อย มีริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น ตัวช่วยย้อนวัยที่ได้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจในปี 2026 นี้ ต้องยกให้กับการผ่าตัด “ดึงหน้า” (Facelift) แต่หลายคนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าไม่ว่าจะเป็นผ่าตัดดึงหน้าราคาเท่าไหร่? โปรแกรมดึงหน้าทำส่วนไหนได้บ้าง? มีวิธีดูแลตนเองอย่างไรหลังศัลยกรรมใบหน้า และข้อควรรู้อื่น ๆ ที่จะชวนมาค้นหาคำตอบกันที่บทความนี้ค่ะ

Key Takeaway

  • การผ่าตัดดึงหน้า คือ รูปแบบศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า โดยแพทย์จะใช้เทคนิค เลาะ ยก เย็บผิวตรงชั้น SMAS และตัดผิวหนังส่วนเกินด้านนอกออก ช่วยลดเลือนริ้วรอยลึก ความหย่อนคล้อย พร้อมทั้งเผยความอ่อนเยาว์ ทำได้ทุกส่วนของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลาง และใบหน้าส่วนล่าง รวมถึงลำคอ
  • แผลดึงหน้าส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณแนวไรผมบริเวณขมับโค้งยาวมาตามแนวใบหูด้านหน้า หรือกรณีดึงคอร่วมด้วย แผลจะลากอ้อมไปด้านหลังติ่งหู โดยแผลจะถูกซ่อนตามแนวหลังใบหูจนถึงท้ายทอย 
  • การดึงหน้ากับส่องกล้องดึงหน้าแตกต่างกันในเรื่องขั้นตอนการทำ โดยศัลยกรรมดึงหน้าจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเลาะ ยก เย็บ และตัดผิวส่วนเกิน มีระยะเวลาพักฟื้นนาน ขณะที่ส่องกล้องดึงหน้าแพทย์มักใช้กล้อง Endoscope ขนาดเล็กสอดไปตามไรผมเพื่อเลาะ ยก เย็บ แต่ไม่ต้องตัดผิวส่วนเกิน ใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า 
  • ดึงหน้าเป็นการยกกระชับถึงผิวชั้นลึก (SMAS) พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกิน เห็นผลชัดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นอยู่ได้ยาวนาน 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น หากดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง เหมาะกับคนมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ริ้วรอยลึก หรือต้องการเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี
  • หลังผ่าตัดดึงหน้าคนไข้มักมีอาการปวด บวมช้ำ ตึงและชาบนใบหน้าบริเวณที่ผ่าตัด รอยแผลเป็นสีชมพูเข้มหรือแดง แต่หลังจาก 1 เดือน จะค่อย ๆ ดีขึ้นจนแผลเปลี่ยนเป็นรอยขีดสีขาวกลมกลืนไปกับผิวในช่วง 3-6 เดือน
เลือกอ่านตามหัวข้อ

การผ่าตัดดึงหน้า คืออะไร? 

การผ่าตัดดึงหน้า หรือ Facelift คือ รูปแบบศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า โดยแพทย์จะใช้เทคนิคเลาะ ยก เย็บผิวตรงชั้น SMAS และตัดผิวหนังส่วนเกินด้านนอกออก ช่วยลดเลือนริ้วรอยลึก ความหย่อนคล้อย พร้อมทั้งเผยความอ่อนเยาว์ สามารถทำได้ทุกส่วนของใบหน้า ทั้งใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลาง และใบหน้าส่วนล่าง รวมถึงลำคอค่ะ

ลักษณะของแผลดึงหน้า

รูปไทม์ไลน์แผลดึงหน้า

แผลดึงหน้ามักเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลใจเมื่อต้องเข้ารับการดึงหน้า แต่ด้วยเทคนิคเฉพาะของ BEAMS Plastic Surgery ที่เรียกว่าเทคนิค Invisible Lock การซ่อนแผล ร่วมกับการวางแนวแผลโดยแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า รอยแผลที่เกิดขึ้นจึงสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีและถูกซ่อนอยู่ตามแนวธรรมชาติบนใบหน้า ดังนี้ค่ะ

  • แผลตามแนวไรผมบริเวณขมับ: เป็นจุดเริ่มของแผลการศัลยกรรมดึงหน้าไล่มาตามแนวไรผมด้านบน โดยแพทย์จะพยายามทำให้กลมกลืนแบบเป็นธรรมชาติ 
  • แผลตามแนวโค้งใบหู: จากไรผมแผลจะลากยาวตามแนวโค้งและรอยพับธรรมชาติจนถึงด้านหน้าใบหูหรือบางเคสอาจซ่อนอยู่ตรงรอยพับกระดูกอ่อนหู
  • แผลอ้อมไปด้านหลังติ่งหู: จากด้านหน้าแผลดึงหน้าจะย้อนไปบริเวณด้านหลังติ่งหูซึ่งมีความอ่อนนุ่ม จึงซ่อนรอยแผลได้ดี
  • แผลซ่อนตามแนวหลังใบหูจนถึงท้ายทอย: รอยแผลจะถูกซ่อนตามแนวใบหูด้านหลังและลากยาวถึงแนวไรผมด้านหลังหรือท้ายทอย กรณีดึงคอร่วมด้วยเพื่อเก็บความหย่อนคล้อย รอยเหี่ยวย่น

เปิดไทม์ไลน์ความบวมช้ำหลังดึงหน้า

ความบวมช้ำหลังดึงหน้า

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ลองมาเช็กไทม์ไลน์ความบวมช้ำหลังผ่าตัดดึงหน้าว่ามีลักษณะอย่างไรบ้างกันค่ะ

  • 1-7 วัน หลังผ่าตัด เป็นระยะฟื้นตัวช่วงแรก รอยแผลมีสีชมพูเข้มหรือสีแดง บริเวณที่ผ่าตัดปวดบวม ตึงชัดเจน รู้สึกชา ๆ และสังเกตเห็นรอยไหมเย็บแผลชัด ต้องใช้ผ้าพยุงใบหน้า
  • 2-3 สัปดาห์ หลังผ่าตัด เป็นระยะสมานแผล ยังสังเกตเห็นอาการบวม หรือมีอาการปวดเล็กน้อย สีรอยแผลจางลงแต่ยังสังเกตเห็นได้ เริ่มมีแผลตกสะเก็ด กลับมาใช้ชีวิตประจำวันแบบทั่วไป แต่ยังไม่ควรทำกิจกรรมหนัก ๆ
  • 1-2 เดือน หลังผ่าตัด เป็นระยะกลางของการฟื้นตัว ใบหน้าเริ่มเข้าที่แต่ยังมักมีอาการบวมแฝงอยู่เล็กน้อย ยังรู้สึกปวดหรือตึงใบหน้าอยู่บ้าง รอยแผลเริ่มเป็นสีชมพูจาง ๆ
  • 3-6 เดือน หลังผ่าตัด เป็นช่วงของการฟื้นฟูระยะยาว รอยบวมยุบลงจนแทบเป็นปกติ อาการตึงหน้าหายไปหรืออาจมีเพียงเล็กน้อยในบางราย อาการชาลดลงจนแทบไม่รู้สึก กรอบหน้าเข้ารูปขึ้นชัดเจน สีของแผลออกชมพูจาง ๆ เริ่มกลมกลืนกับสีผิว
  • 1 ปี หลังผ่าตัด หากมีการดูแลอย่างดี ทำตามคำแนะนำของแพทย์ รอยแผลจะเปลี่ยนเป็นสีขาวบาง ๆ กลมกลืนกับสีผิว แนบสนิทไปกับไรผมจนแทบมองไม่เห็น กรอบหน้าชัด ผิวเรียบเนียนอ่อนกว่าวัย

ศัลยกรรมดึงหน้า vs ส่องกล้องดึงหน้า ต่างกันอย่างไร?

สำหรับการทำศัลยกรรมดึงหน้า vs ส่องกล้องดึงหน้า มีจุดประสงค์เพื่อดึงหน้าให้เรียบตึง ลดความหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างในรายละเอียดดังนี้ค่ะ

รายละเอียดศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องดึงหน้า
รูปแบบการทำใช้วิธีผ่าตัดโดยกรีดแผลยาวตามแนวไรผมเพื่อเลาะ ยก เย็บผิวชั้น SMAS และตัดผิวหนังส่วนเกินออกใช้กล้อง Endoscope ขนาดเล็กสอดเข้าไปบริเวณไรผมจนถึงผิวชั้น SMAS เพื่อเลาะ ยก และเย็บให้เรียบเนียน
เหมาะกับใครคนที่หย่อนคล้อยทุกชั้นผิว มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มีผิวหนังส่วนเกินด้านนอกที่ต้องเอาออกคนที่หย่อนคล้อยระดับน้อย-ปานกลาง มีร่องแก้มไม่ลึกมาก ผิวไม่กระชับ แต่ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินให้ตัดออก
ระยะเวลาพักฟื้นใช้เวลานานเฉลี่ย 7-10 วัน ถึงจะเริ่มใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติใช้เวลาสั้นเฉลี่ยแค่ 5-7 วัน ก็ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
ลักษณะของแผลแผลมีขนาดใหญ่ ตามแนวไรผม ตั้งแต่ขมับจนถึงหน้ากรอบใบหู ช่วงแรกสังเกตเห็นแผลชัดขนาดแผลเล็กมากถูกซ่อนในไรผม
ระยะเวลาของผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี หรือมากกว่านั้นหากดูแลตนเองเหมาะสมอยู่ได้นาน 5-10 ปี

ข้อดีของการศัลยกรรมดึงหน้า

การดึงหน้า ดึงหน้าผาก รวมถึงดึงคอเป็นทางเลือกน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึกบนใบหน้าและลำคอ ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดดึงหน้า มีดังนี้ค่ะ

  • ยกกระชับถึงผิวชั้นลึก (SMAS) /Deep Plane  ช่วยลดปัญหาหน้าตึงแข็งหรือปากเบี้ยวผิดรูป
  • เห็นผลชัดเจน แก้ปัญหาแก้มย้อย ร่องแก้มลึก และเหนียงคอเหี่ยวได้อย่างเหมาะสม
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น เห็นผลชัดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
  • คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าการทำหัตถการเบา ๆ บ่อยครั้ง 
  • เหมาะกับคนมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ริ้วรอยลึก มีกระเปาะแก้ม หรือต้องการยกกระชับใบหน้าครบทุกส่วน
  • ช่วยปรับโครงสร้างหน้า ช่วยคืนความคมชัดให้กรอบหน้าและแนวสันกราม (Jawline)
  • เสริมบุคลิกภาพให้ดูดี เสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ดึงหน้าทำส่วนไหนได้บ้าง 

เทคนิคดึงหน้าเป็นการศัลยกรรมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้าและลำคอ จึงสามารถทำได้หลายส่วน ดังนี้ค่ะ

  • ดึงหน้าผาก (Forehead) ยกกระชับหน้าผากและส่วนเหนือคิ้ว ลดรอยขีด รอยย่นหน้าผาก ยกคิ้วแก้ปัญหาคิ้วตก ดวงตาเบิกกว้าง ดูสดใสมากขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift) ลดริ้วรอย รอยตีนกา ยกกระชับบริเวณรอบดวงตา ร่องลึกใต้ตา โหนกแก้ม เผยความอ่อนเยาว์
  • ดึงใบหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift) ลดแก้มตอบ ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก ความหย่อนคล้อย ลดกระเปาะแก้ม แนวกรามและขากรรไกรกระชับ กรอบหน้าชัด แก้มุมปากตก 
  • ดึงคอ (Neck Lift) ลดเหนียงใต้คาง ลดความเหี่ยวย่น ห้อยย้อย หย่อนคล้อยบริเวณลำคอ ดูเป็นธรรมชาติสอดรับกับใบหน้า

ใครที่เหมาะกับการผ่าตัดดึงหน้า 

หลายคนสงสัยว่าตนเองควรทำศัลยกรรมใบหน้าดีหรือไม่? นี่คือกลุ่มบุคคลที่เหมาะสมกับการผ่าตัดดึงหน้าเพื่อย้อนวัยให้กับตนเองค่ะ

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โครงสร้างผิวและชั้นผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อยตามวัยที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ และมีความหย่อนคล้อยครบทุกส่วนของใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก หย่อนคล้อยระดับมาก รอยตีนกาลึก กระเปาะแก้มชัด มุมปากตก เหนียงหย่อนยาน คอเหี่ยว 
  • ผู้ที่เคยทำหัตถการแบบไม่ผ่าตัดประเภทอื่นแล้วยังไม่เห็นผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย เพราะมีสาเหตุจากผิวชั้น SMAS 
  • ผู้ที่มีงบประมาณพร้อมชำระตามแพ็กเกจราคาดึงหน้า โดยไม่ต้องทำหน้าซ้ำบ่อย ๆ อยู่ได้นานหลายปี
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือควบคุมโรคได้ดี ไม่เสี่ยงต่อการดมยาสลบขณะผ่าตัด

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นของการดึงหน้า

การดึงหน้าข้างเดียวหรือสองข้างก็ตาม ถือเป็นอีกประเภทของศัลยกรรมผ่าตัด ต้องดมยาสลบ เปิดบาดแผลบนร่างกาย จึงอาจมีความเสี่ยงและผลข้างเคียง ดังนี้ค่ะ

  • อาการปวด บวมช้ำ ตึงและชาบนใบหน้าบริเวณที่ผ่าตัด เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะช่วง 5-7 วันแรกหลังผ่าตัด แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • รอยแผลเป็นหากไม่มีประวัติเป็นผู้ที่มีปัญหาเรื่องคีลอยด์มาก่อน หลังผ่าตัดในช่วงแรกมักสังเกตเห็นแผลชัด มีสีชมพูเข้มหรือแดง จากนั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยขีดสีขาวกลมกลืนไปกับผิว ยกเว้นผู้มีปัญหาคีลอยด์ อาจเกิดไตแข็งแทนได้
  • ผลลัพธ์ไม่ตรงกับสิ่งที่คาดหวัง มักเกิดจากแพทย์ขาดประสบการณ์ ความชำนาญในการศัลยกรรมหน้า
  • ผลข้างเคียงรุนแรงอื่น ๆ เช่น ภาวะเลือดออก เลือดคั่ง ภาวะเส้นประสาทใบหน้าถูกดึงรั้ง หรือเส้นประสาทถูกตัดขาด เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดได้น้อยมากหากดำเนินการโดยแพทย์ที่ชำนาญ ดูแลตนเองอย่างดี และไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์หลังผ่าตัดเร็วเกินไป สูบบุหรี่จัด ขาดการควบคุมโรคประจำตัว

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

เพื่อให้ผลลัพธ์หลังดึงหน้าตรงตามที่คาดหวัง การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมใบหน้าจึงเป็นอีกวิธีที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

6 เดือน ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า

  • ตรวจสุขภาพและวางแผนกับศัลยแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมเบื้องต้นของตนเอง
  • งดใช้ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน A (Isotretinoin) เพราะตัวยาทำให้ผิวแห้ง แผลสมานช้า และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนบริเวณแผล
  • งดการทำหัตถการบนใบหน้า เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์

3 เดือน ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า

  • ตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจโรคประจำตัวกับแพทย์เพื่อควบคุมอาการของโรคและเช็กความพร้อมทั้งหมดของร่างกาย
  • งดการร้อยไหมหรือทำเลเซอร์บนใบหน้า
  • ดูแลสุขภาพตนเองอย่างดี เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว หรืออย่างน้อย 2 ลิตร เป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง

1 เดือน ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า

  • ทบทวนและวางแผนกับศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดดึงหน้าเพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด
  • แจ้งอาการของโรคประจำตัว หรือยาที่ยังทานต่อเนื่องให้แพทย์ทราบ
  • งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • งดสัก เจาะร่างกาย และนอนอาบแดด
  • หากวันผ่าตัดใกล้เคียงกับการมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดวันที่เหมาะสม

10 วัน ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า

  • งดยากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs รวมถึงวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ
  • ดูแลร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการดึงหน้า หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงหลังผ่าตัดทั้งหมด

ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

ขั้นตอนการดึงหน้า

การทำความเข้าใจขั้นตอนผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยให้คนไข้เกิดความมั่นใจ ลดความกังวล และสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมทั้งก่อนและหลังดึงหน้าค่ะ

  1. ตรวจประเมินและเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด
    ศัลยแพทย์ตรวจประเมินสภาพร่างกายและวางแผนการผ่าตัดอย่างละเอียด ก่อนให้ผู้เข้ารับบริการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ตามความเหมาะสม
  2. หนดตำแหน่งและเปิดแผลผ่าตัด
    ศัลยแพทย์กำหนดตำแหน่งและแนวแผลบริเวณใกล้ไรผมตามความเหมาะสม เพื่อช่วยซ่อนรอยแผลให้ดูกลมกลืนกับแนวผม
  3. เลาะแยกเนื้อเยื่อและยกกระชับชั้น SMAS
    เลาะแยกผิวหนังออกจากเนื้อเยื่อด้านล่าง พร้อมยกกระชับและจัดตำแหน่งชั้น SMAS ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อสำคัญในการพยุงใบหน้า เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย
  4. ตัดผิวหนังส่วนเกิน
    ดึงจัดตำแหน่งผิวหนังให้เหมาะสม พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยออกอย่างระมัดระวัง
  5. เย็บปิดแผลผ่าตัด
    ศัลยแพทย์เย็บปิดแผลด้วยไหมทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงความเรียบร้อยของแผลและการซ่อนรอยแผลตามแนวที่วางแผนไว้

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

หลังดึงหน้าด้วยวิธีผ่าตัดศัลยกรรมเรียบร้อย คนไข้ต้องรู้ข้อห้ามหลังดึงหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงตามมาค่ะ 

  • คนไข้สามารถลุกเดินหรือทำกิจกรรมเบา ๆ ในห้องพักได้ตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด แต่อาจมีอาการตึงแข็ง ผิวแห้ง หน้าบวมช้ำ และมีอาการปวดเป็นเรื่องปกติ
  • ควรใส่ผ้ารัดศีรษะในช่วงแรก ประมาณ 24 ชั่วโมง 7 วัน การใส่ผ้ารัดหน้าจะช่วยลดอาการบวมและช่วยให้ผิวเข้าที่ได้เร็วขึ้น
  • แนะนำให้ลางานล่วงหน้าอีกอย่างน้อย 14 วัน นับจากวันผ่าตัด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ความเครียด และป้องกันแผลติดเชื้อ
  • ช่วง 7-14 วันแรก ควรนอนหมอนสูง หรือหนุนหมอนสองใบเพื่อให้ศีรษะยกสูงเพื่อลดอาการบวมช้ำ ปวดตึงแผล และป้องกันเลือดคั่ง
  • งดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับความร้อนทุกประเภท เช่น ซาวนา แสงแดด ทำครัวหน้าเตา รวมถึงการออกกำลังกาย ในช่วง 1 เดือนแรกหลังทำ
  • ทานยาแก้ปวดหากรู้สึกปวดมากขึ้น และยังคงงดยาบางประเภท เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นชัด หรือเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง
  • แนะนำให้มาฉายแสงทุกวันที่ BEAMS Plastic Surgery จนกว่าจะตัดไหม
  • หากมีความผิดปกติใด ๆ ต้องรีบแจ้งคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยทันท่วงที

ดึงหน้า ดึงคอ จุดเด่น ที่ BEAMS Plastic Surgery

  1. ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า
  2. ดมยาสลบภายใต้วิสัญญีแพทย์ทุกขั้นตอนระหว่างผ่าตัด แบบ 1 ต่อ 1
  3. ทุกเคสดำเนินการผ่าตัดในโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล (AACI)
  4. มีห้องพักฟื้นระดับ VIP พร้อมทีมพยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง
  5. มีรางวัลการันตี The Best Endotine & Facelift Excellence 2026 และอื่น ๆ อีกหลายรางวัล
  6. มีทีมแพทย์สาขาอื่น พยาบาล และเลขาแพทย์ พร้อมดูแลหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
  7. มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย สะอาด ใช้ตัวยาแท้
  8. มีรีวิวจริงที่ตรวจสอบได้ จากผู้ที่เข้ารับบริการจริง
  9. มีบริการ After Care สระผม ตัดไหม และฉายแสงลดบวม เพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้เข้ารับบริการ
  10. มีการสอบถามข้อมูล ประเมินความเหมาะสม และตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียดก่อนดำเนินการ
  11. ติดตามอาการหลังผ่าตัดเพื่อให้คำแนะนำพร้อมตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงจนอาการเป็นปกติ

ราคาดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery

รายการราคา
ดึงหน้า Facelift129,900 – 189,900
Mini Facelift99,900 – 149900
ส่องกล้องดึงหน้า Endo Facelift129,900 – 189,900

*ราคาขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนเข้ารับบริการ

รีวิวดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery

REVIEWS

สรุปบทความ

การผ่าตัดดึงหน้าถือเป็นวิธีศัลยกรรมที่เห็นผลลัพธ์น่าพึงพอใจสำหรับคนที่อยากดึงหน้าเพื่อย้อนวัย ลดริ้วรอยลึก ความหย่อนคล้อยบนใบหน้า โดยแพทย์จะใช้การเลาะ ยก เย็บผิวชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นาน 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น การเตรียมความพร้อมอย่างดีตั้งแต่ก่อนทำ ไปจนถึงการดูแลตนเองหลังทำย่อมช่วยสร้างความน่าประทับใจ ใบหน้าอ่อนกว่าวัยจนใครเห็นเป็นต้องทักค่ะ

ใครกำลังมองหาคลินิกดึงหน้าในกรุงเทพฯ ได้มาตรฐานในไทย มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด สามารถเย็บแผลให้เนียนไปกับไรผม ดูเป็นธรรมชาติ ที่ BEAMS Plastic Surgery พร้อมดูแลทุกขั้นตอนโดยแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษาก่อนตัดสินใจทำเพื่อผลลัพธ์น่าพึงพอใจ อยากรู้ว่าดึงหน้าราคาเท่าไร หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถคลิก Line Official : @beamss หรือ คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเราค่ะ

อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

หลังทำ 7-10 วัน คนไข้จะเริ่มกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติ และใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้ผิวเข้าที่ ดูเป็นธรรมชาติค่ะ

ศัลยกรรมดึงหน้าสามารถอยู่ได้นาน 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองของคนไข้หลังทำหัตถการแล้ว

เลือกคลินิกที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เลขจดแจ้ง 11 หลักชัดเจน แพทย์มีความชำนาญ เป็นแพทย์เฉพาะทางตรวจสอบกับแพทยสภาได้ เครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย ห้องผ่าตัดสะอาด และให้คำแนะนำต่าง ๆ อย่างเข้าใจค่ะ

ดึงหน้าไม่อันตรายหากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง อาจมีผลข้างเคียงบ้างแต่จะค่อย ๆ หายไปเองตามระยะเวลาที่เหมาะสม

ระหว่างดึงหน้าจะไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ จากฤทธิ์ของยาสลบ แต่หลังผ่าตัดโดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรก มักมีอาการปวด บวมช้ำ หรือชาบริเวณแผลและใบหน้า ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เองค่ะ

สามารถกลับมาดึงหน้าใหม่ได้หากผลลัพธ์ครั้งก่อนเริ่มลดลง ซึ่งส่วนใหญ่มักผ่านไป 5-10 ปีหลังทำครั้งก่อนหน้าค่ะ

ที่ BEAMS Plastic Surgery มีรับเคสแก้ดึงหน้ากรณีเคยผ่าตัดดึงหน้าจากที่อื่นแล้วผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทั้งนี้แนะนำให้เข้ามารับการปรึกษากับทีมแพทย์ก่อนอีกครั้งค่ะ

การดึงหน้าสามารถทำร่วมกับศัลยกรรมอื่น ๆ ได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประเมินของแพทย์ เช่น ยกกระชับลำคอ ยกคิ้วส่องกล้อง ทำตาสองชั้น เป็นต้นค่ะ

พญ. คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง (ว.48073)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
บทความที่เกี่ยวข้อง