เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และโครงหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม การดูแลด้วยครีมบำรุงหรือวิธียกกระชับผิวต่างๆ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและชัดเจน การดึงหน้า (Face lift) เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การดึงหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจ คืนความสดใสให้บุคลิกภาพ และแก้ปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคขั้นสูงกับการผ่าตัดในชั้นลึกอย่าง SMAS ซึ่งเป็นจุดเด่นของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery ค่ะ
Key Takeaways
การดึงหน้า (Face lift) หรือศัลยกรรมใบหน้า คือเทคนิคทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น การมีริ้วรอย, ความหย่อนคล้อยของผิว, มีร่องแก้ม , ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นต้น
โดยการผ่าตัดจะเข้าไปจัดการเลาะที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่อยู่ในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งผิวหนังชั้น SMAS คือ ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ส่งผลต่อใบหน้าอย่างโดยตรง และทำการยกกระชับผิวตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผิวหน้าเรียบเนียน และเต่งตึง ขึ้นเป็นธรรมชาติ
การดึงหน้า (Facelift) เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้อย่างตรงจุดและเห็นผลชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไข ดังนี้
ดึงหน้าที่ BEAMS Plastic Surgery การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
ผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนบน หรือที่ BEAMS เรียกกันว่า การดึงหน้าแบบ Mini Facelift จะครอบคลุมบริเวณ หางคิ้ว หางตา และดึงแก้มห้อย เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย เช่น ริ้วรอยตีนกา หางตาตก หรือคิ้วที่คล้อยต่ำ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูโทรม
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Upper Face Lift
การผ่าตัดยกกระชับบริเวณช่วงกลางของใบหน้า ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ แก้ม ร่องแก้ม ไปจนถึงมุมปาก เพื่อคืนความกระชับให้ใบหน้าส่วนกลางที่หย่อนคล้อยตามอายุ หรือปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดหน้าหย่อนคล้อย เพื่อช่วยยกแนวแก้มขึ้น ลดความชัดของ ร่องแก้ม และ กระเปาะแก้ม ที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Middle Face Lift
ผ่าตัดเพื่อยกกระชับบริเวณ แนวกราม มุมปาก ร่องน้ำหมาก และใต้คาง ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดจากวัย เช่น มุมปากตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคางสองชั้นที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส การดึงหน้าส่วนล่างจะช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน เสริมมิติให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นค่ะ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Lower Face Lift
การดึงหน้าช่วยกระชับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ให้กรอบหน้าเรียบชัด ดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใคร..
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
ผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก เป็นเทคนิคดึงหน้าโดยการผ่าตัดลึกถึงชั้น SMAS และมีการตัดหนังส่วนเกินด้านนอกออก ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ยาวนาน 5-10 ปี
ส่องกล้องดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก ผิวไม่กระชับ มีร่องแก้มไม่มาก และไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก และต้องการฟื้นตัวเร็ว
ก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น ควรเตรียมตัวดังนี้
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นขั้นตอนศัลยกรรมที่ช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ การเข้าใจขั้นตอนการผ่าตัดจะช่วยให้ผู้รับบริการเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ดังนี้
การดูแลแผลผ่าตัดดึงหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดบวมช้ำ และรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
หลังการผ่าตัดดึงหน้า แผลจะเริ่มเข้าที่ภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยบวมและช้ำจะลดลงเรื่อยๆ และรอยเย็บใต้ผิวเริ่มเรียบเนียนจนแทบไม่สังเกตเห็น ภายใน 3 เดือน ด้วยเทคนิค Invisible Lock (การซ่อนแผล) พัฒนาโดย พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม) แผลจะกลมกลืนกับผิวรอบข้างจนแทบมองไม่เห็น อีกทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็ว ลดรอยช้ำและการระคายเคืองรอบแผล พร้อมทั้งทำให้ผิวเรียบเนียนและลดเวลาพักฟื้น
การดึงหน้าปลอดภัย หากทำโดยแพทย์มีประสบการณ์และผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำ แผลเป็น บวม ชา หรือผลลัพธ์ไม่สมดุลเป็นเรื่องปกติ แต่สามารถจัดการและฟื้นตัวได้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดึงหน้า
Becoming Your Best Self
เข้าใจทุกความกังวลและปัญหาผิวพรรณของคุณ ด้วยการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
4 เหตุผลสำคัญที่หลายคนเลือกทำศัลยกรรมดึงหน้า ที่ BEAMS Plastic Surgery มีดังนี้
1. ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน
การดึงหน้าสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 5-10 ปี เมื่อเทียบกับการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม ซึ่งอยู่ได้เพียง 6 เดือน ถึง 2 ปี เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและคุ้มค่าในระยะยาว
2. แก้ปัญหาได้หลายจุดในครั้งเดียว
การดึงหน้าสามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในหลายจุดพร้อมกัน เช่น
ซึ่งหากใช้วิธีอื่น อาจต้องทำหลายหัตถการร่วมกัน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เมื่อคำนวณในระยะยาว
3. ช่วยเสริมความมั่นใจ
ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยมักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าวัย และหมดความมั่นใจ การดึงหน้าจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ใบหน้าดูสดใสขึ้น และช่วยเสริมภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ
4. แก้ไขได้ในชั้นลึก ถึงโครงสร้างชั้น SMAS
ศัลยกรรมดึงหน้าที่ได้ผลจริงต้องลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ (SMAS) ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน วิธีนี้จึงให้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์เท่านั้นค่ะ
การดึงหน้า (Face lift) เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด โดยเฉพาะการดึงในชั้น SMAS ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผิวที่เสื่อมตามวัย การศัลยกรรมดึงหน้าโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BEAMS Plastic Surgery จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ มั่นใจ และดูดีได้อีกครั้ง ด้วยเทคนิคเฉพาะ ที่ดึงลึกถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และอยู่ได้นาน 5-10 ปี คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา
ผลลัพธ์ของการดึงหน้าโดยเฉพาะแบบดึงลึกถึงชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 5-10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลหลังผ่าตัด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่ะ
ที่ BEAMS Plastic Surgery ใช้เทคนิคเฉพาะ Invisible Lock ซึ่งเป็นการซ่อนแผลแบบแนบเนียนบริเวณใต้แนวไรผมและหน้ากรอบใบหู ทำให้แผลเล็ก มองไม่เห็นแม้อยู่ใกล้ อีกทั้งหายเร็ว โดยไม่มีรอยแผลเป็นชัดเจนให้กังวลค่ะ
แม้คนส่วนใหญ่มักเริ่มดึงหน้าหลังอายุ 40+ ปีขึ้นไป แต่ในความจริงแล้ว อายุไม่ใช่ปัจจัยหลัก การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ สภาพผิว ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือร่องลึก มากกว่า ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างแม่นยำค่ะ
การดึงหน้าชั้นลึกจะผ่าตัดถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งเป็น “โครงสร้างหลักของใบหน้า” ทำให้ ยกกระชับได้ลึกและยาวนานกว่า ในขณะที่การร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการชั่วคราว ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้ในเวลาสั้น และแก้ได้เฉพาะจุดค่ะ
ราคาเริ่มต้นของการดึงหน้า ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลักแสน หากต้องการทราบราคาที่เหมาะกับคุณ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคลค่ะ
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมากในทุกชั้นผิว มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้าไม่ชัด และมีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ต้องตัดออก
ส่วนการส่องกล้องดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกิน และไม่ต้องการมีแผลบนใบหน้า ต้องการฟื้นตัวเร็ว
การเลือกวิธีจึงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ อ่านเพิ่มเติมในบทความ ดึงหน้า VS ส่องกล้องดึงหน้า เลือกทำแบบไหนดี?
หลังศัลยกรรมดึงหน้า จะมีความบวมและเขียวช้ำเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะเริ่มลดลงใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์ที่สวยอย่างชัดเจนภายใน 1-3 เดือนค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและวิธีดูแลหลังผ่าตัด
บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)
ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง