ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับผิวหน้ามักแสดงออกจนเริ่มสังเกตเห็นได้ชัด ทั้งหน้าเหี่ยว หน้าย่น ร่องแก้มลึก หน้าหย่อนคล้อย ฯลฯ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย
อย่างไรก็ตามหลายคนอาจกำลังมีข้อสงสัยถึงวิธีแก้ไขให้ตอบโจทย์มากที่สุด ตั้งแต่หัตถการผ่าตัด , กึ่งผ่าตัด ไปจนถึงหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การดึงหน้าด้วยวิธีต่าง ๆ , การส่องกล้องดึงหน้า หรือการทำ Ulthera ด้วยคลื่นความเสียงความถี่สูงลงลึกถึงผิวอย่างชั้น SMAS
บทความนี้จะช่วยตอบทุกคำถามที่สงสัย เพื่อให้คุณเกิดเข้าใจและตัดสินใจดูแลผิวหน้าตนเองได้อย่างเหมาะสมและตรงจุดมากขึ้นค่ะ
Key Takeaways
- ปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าย่น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยภายใน เช่น อายุมากขึ้น กรรมพันธุ์ ผิวขาดความชุ่มชื้น และปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด เครียด การกินหวานหรือไขมันสูง การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- วิธีแก้หน้าย่น แห้งเหี่ยว สามารถทำได้หลายวิธีทั้งการทาครีมบำรุง ทาครีมกันแดด พักผ่อนให้เพียงพอ ไปจนถึงการฉีดโบท็อกซ์ , ฉีดฟิลเลอร์ , ทำโปรแกรมยกกระชับ Ulthera Prime , EndoliftX , ส่องกล้องดึงหน้า และการผ่าตัดดึงหน้า
หากต้องการแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่นโดยวิธีทางหัตถการต้องเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ แพทย์มีประสบการณ์ เพื่อความมั่นใจ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
หน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร?
แม้ปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าย่น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง แต่ต้องยอมรับว่านี่คือธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกย่อมช่วยให้ทุกคนสามารถหาวิธีป้องกันและแก้ไขได้ตรงจุดมากที่สุดค่ะ
หน้าเหี่ยวจากปัจจัยภายใน
สำหรับสาเหตุภายในที่ส่งผลให้เกิดปัญหาหน้าเหี่ยวย่นก็มีด้วยกันหลายปัจจัย ซึ่งขอแยกทีละประเด็นเพื่อเข้าใจกันมากขึ้น ดังนี้ค่ะ
- การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินน้อยลง เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินของผิวย่อมลดลงตามธรรมชาติ กลายเป็นที่มาของปัญหาผิวเหี่ยว หนังเหี่ยว หย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ไม่ยืดหยุ่น ริ้วรอยเด่นชัดขึ้น
- ขาดความชุ่มชื่น ปกติร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบราว 60% ผิวจึงเกิดความชุ่มชื้น เนียนกระชับ แต่เมื่อไหร่ที่ดื่มน้ำน้อย (เฉลี่ยไม่ควรต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร) ย่อมส่งให้เซลล์ผิวเกิดความแห้งเหี่ยว มีรอยย่นได้ง่าย
- ปัญหาของชั้นผิวหนัง ไขมันในชั้นผิวหนังผลิตน้อยลงจากวัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้งง่าย ขาดการกักเก็บความชุ่มชื้น ไม่ยืดหยุ่น เต่งตึงเหมือนเคย เป็นอีกสาเหตุของริ้วรอย ความเหี่ยวย่นต่าง ๆ
- กรรมพันธุ์ ปัญหาหน้าเหี่ยว มีริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ยังเกิดขึ้นได้จากการส่งต่อทางกรรมพันธุ์ เช่น ผู้คนแถบยุโรปมักผิวเหี่ยวย่นเร็วกว่าคนเอเชีย คนผิวแห้งมักเกิดริ้วรอยก่อนวัยง่ายกว่าคนผิวมัน เป็นต้น
หน้าเหี่ยวจากปัจจัยภายนอก
นอกจากปัจจัยภายในซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก ก็ยังมีเรื่องของปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้เกิดปัญหาหน้าเหี่ยว หน้ายับ ผิวย่น แก่ก่อนวัยได้ ดังนี้
- รังสี UV จากแสงแดด UVA และ UVB ซึ่งมากับแสงแดดคือสาเหตุสำคัญในการทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว และยังสร้างอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน นำไปสู่ปัญหาผิวหนังเหี่ยว ริ้วรอย รวมถึงฝ้า กระ จุดด่างดำ
- การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การยิ้ม ทำคิ้วขมวด หยีตา ย่นจมูกบ่อยจนกลายเป็นนิสัย มักทำให้ผิวบริเวณนั้นเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น
- เครียด เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลต่อการทำลายคอลลาเจนโดยตรง คนเครียดสะสมจึงมักดูแก่ก่อนวัยจากความหมองคล้ำ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยของผิว
- การกิน หากคุณทานอาหารน้ำตาลสูง หรืออาหารกลุ่มไขมันสูง เช่น อาหารฟาสต์ฟู๊ด ขนมหวาน น้ำหวาน ฯลฯ มักเป็นตัวเร่งให้ร่างกายเกิดภาววะอักเสบจนคอลลาเจนใต้ชั้นผิวถูกทำลาย
- การนอน ปกติแล้วควรนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชม. หากพักผ่อนน้อยเซลล์ผิวจะลดการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ส่งผลให้การซ่อมแซมผิวและเซลล์ต่าง ๆ ลดประสิทธิภาพลง
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารเคมีต่าง ๆ ของบุหรี่ลดประสิทธิภาพระบบหมุนเวียนในเลือดเพราะหลอดเลือดแดงหดตัว และยังทำลายวิตามินซีซึ่งมีผลต่อการดูแลผลิตคอลลาเจน ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หน้าเหี่ยว หน้าย่นได้ง่ายขึ้น
ฝุ่นละออง มลภาวะในอากาศ ทั้ง PM 2.5 ควันพิษจากท่อไอเสีย มักเข้าไปอุดตันตามรูขุมขนและยังทำลายเกราะป้องกันผิว ส่งผลให้ใบหน้าขาดความชุ่มชื้น บอบบาง ระคายเคืองง่าย ผิวแห้ง หนังเหี่ยว ดูแก่กว่าวัย
12 วิธีป้องกันและแก้ปัญหาหน้าเหี่ยว
สำหรับวิธีแก้หน้าย่น หน้าเหี่ยว สามารถทำได้หลากหลายตั้งแต่ดูแลป้องกันแบบง่าย ๆ ไปจนถึงการทำหัตถการเพื่อแก้ปัญหาหน้ามีรอยย่น เหี่ยวแห้ง ได้แบบตรงจุด เผยความชุ่มชื้น กระจ่างใสอีกครั้ง จะมีวิธีอะไรบ้าง เช็กข้อมูลกันเลยค่ะ
1. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
วิธีแรกเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการแก้ปัญหานั่นคือใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยย่น ร่องลึก ความหมองคล้ำ แนะนำว่าควรเลือกชนิดที่มีส่วนประกอบของสารบำรุงผิวและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic), โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10), วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินอี (Vitamin E) หรือ เรตินอล (Retinol) เป็นต้น
2. ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้วควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ และ ค่า PA+++ เพื่อป้องกันรังสี UV อันเป็นตัวการทำหน้าเหี่ยว หน้าย่นก่อนวัย แนะนำให้ทาทุกวันก่อนออกนอกบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ครีมซึมซาบและเป็นเกราะป้องกันผิว
3. ล้างผิวหน้าให้สะอาด
เริ่มจากเช็ดด้วยคลีนซิ่งให้คราบเครื่องสำอาง ครีมทาผิวหน้า ฝุ่นละอองต่าง ๆ หลุดออก แล้วจึงล้างด้วยโฟมล้างหน้าอีกรอบ เพื่อเป็นการขจัดสิ่งสกปรกทั้งหมดออกไปอย่างหมดจด ไม่อุดตันรูขุมขน ป้องกันการเกิดสิว และยังปราศจากเชื้อโรค สารเคมีที่จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวด้วย
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
อีกวิธีที่ทำได้ง่ายมากหากต้องการแก้ปัญหาผิวหน้าเหี่ยว เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลุ่มผลไม้สีส้ม สีเหลือง ผักใบเขียว ธัญพืช เนื้อปลาโดยเฉพาะที่มีโอเมก้า 3 และ 6 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาดีน ปลาแมคเคอเรล
5. ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
ไม่อยากมีใบหน้าเหี่ยวย่น หน้าเละจากริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับสนิท 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และควรนอนก่อน 5 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม ใบหน้าจะดูชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัยค่ะ
6. ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์
วิธีแก้หน้าย่น ผิวเหี่ยว ที่ได้รับความนิยมสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วคือการฉีดโบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ เข้าไปตามจุดที่ต้องการ เช่น ใต้ตา หางตา หน้าผาก ระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม ฯลฯ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวเกิดการคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอย ความเหี่ยวแห้งต่าง ๆ จึงจางลง เห็นผลเร็วภายใน 5-7 วัน
7. ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารไฮยาลูรอนิก แอซิด เข้าไปบริเวณที่ต้องการเติมเต็มให้ใบหน้าอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล เช่น ระหว่างคิ้ว หางตา หน้าผาก ร่องแก้ม หรือแม้แต่บริเวณลำคอ ตัวยาจะช่วยให้จุดที่มีริ้วรอยถูกเติมเต็มจนสังเกตเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ผิวดูสุขภาพดี เปล่งลั่ง มีน้ำมีนวล ดูเป็นธรรมชาติ เห็นผลทันใจภายใน 5-7 วัน
8. ยกกระชับด้วย Hifu
ไม่อยากมีใบหน้าแห้งเหี่ยวอีกวิธีที่น่าสนใจคือการทำโปรแกรม Hifu เพื่อยกกระชับผิวโดยอาศัยคลื่นเสียงความถี่สูงส่งพลังงานเข้าไปจนถึงผิวชั้น SMAS กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สามารถทำได้ทุกส่วนของใบหน้ารวมถึงลำคอ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ปลอดภัยสูง เห็นผลเต็มที่เมื่อผ่านไป 3-4 เดือน และสามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
9. ยกกระชับด้วย Ulthera Prime
อีกนวัตกรรมยกกระชับที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งผ่านผิวหนังไปจนถึงชั้น SMAS ได้อย่างตรงจุด แม่นยำ เพราะมีการแสดงผลบนหน้าจอขนาดใหญ่ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว ใช้เวลาไม่นาน ปลอดภัย ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอยู่ได้นาน 12-16 เดือน สามารถดำเนินการได้กับแทบทุกส่วนบนใบนห้า
10. ยกกระชับด้วย EndoliftX
EndoliftX คือนวัตกรรมเลเซอร์เพื่อยกกระชับและสลายไขมันได้ดีขึ้น ด้วยการใช้เลเซอร์เส้นใยแสงขนาดเล็ก (Micro Optical Fiber) ส่งพลังงานสู่ใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินให้ทำงาน ใช้แก้ปัญหาหน้าเหี่ยวได้แทบทุกจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เสียเวลาพักฟื้น อยู่ได้นาน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเอง
11. ทำศัลยกรรมส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Facelift)
มีปัญหาหน้ายับ หน้าเหี่ยว ต้องการเห็นผลนาน ๆ วิธีนี้จัดว่าตอบโจทย์มากทีเดียว แพทย์จะใช้กล้อง Endoscope สอดเข้าไปบริเวณรอยแผลขนาดเล็กตรงไรผมเพื่อเลาะและยกกล้ามเนื้อชั้น SMASจากนั้นเย็บปิด แทบไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ รอยแผลจะถูกซ่อนไว้จนสังเกตได้ยาก ให้ผลลัพธ์ธรรมชาติ เผยความกระชับ เต่งตึงของใบหน้า อยู่ได้นาน 5-10 ปี
12. ทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)
ปิดท้ายวิธีแก้หน้าย่น ผิวเหี่ยว ด้วยเทคนิคศัลยกรรมแบบผ่าตัดดึงหน้าเพื่อให้ใบหน้าเรียบเนียน กระชับค่ะ โดยแพทย์จะตัดผิวส่วนเกินด้านนอก และยกกระชับผิวหนังด้านในบริเวณชั้น SMAS ให้เกิดความเต่งตึง ริ้วรอย ความเหี่ยวย่นจะดูจางลงจนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง เหมาะกับคนผิวเหี่ยวย่นในระดับมาก ที่เกิดจากเคยปรับโครงสร้างใบหน้าและกระดูก เช่น ยุบโหนก ตัดกราม หรือหน้าเหี่ยวด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นและขาดการดูแลตนเองมานาน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี
แก้ปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าหย่อนคล้อย ที่ BEAMS Plastic Surgery
ใครต้องการแก้ปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าหย่อนคล้อย จัดการริ้วรอยก่อนวัย แต่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างความมั่นใจทั้งด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ที่ BEAMS Plastic Surgery เราพร้อมดูแลทุกเคสในแบบที่คุณคาดหวัง ยืนยันด้วยการเป็นรางวัลการันตี Top spender Endotine 1ใน3 ของประเทศไทย โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านตกแต่งใบหน้าประสบการณ์สูง พร้อมให้บริการและดูแลมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล สะอาด ปลอดภัย เน้นผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
สรุปบทความ
ปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าย่น สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้น การดูแลตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกจึงต้องใส่ใจมากขึ้น ซึ่งการรักษามีตั้งแต่ใช้ครีมบำรุง ครีมกันแดด แต่ถ้าใครไม่เห็นผลลัพธ์ก็ยังสามารถทำหัตถการต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ โปรแกรม Hifu ผ่าตัดดึงหน้า เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน สะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้เท่านั้น แพทย์มีความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุดของคุณ
สำหรับใครที่มีปัญหาใบหน้าเหี่ยว ไม่มั่นใจในใบหน้าตนเอง สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางที่ BEAMS Plastic Surgery หรือ BEAMS Clinic เพื่อวิเคราะห์ปัญหาพร้อมรับคำแนะนำในการรักษาเฉพาะรายบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ หากสนใจติดต่อเราได้ทุกช่องทาง หรือคลิกเพื่อติดต่อกับแพทย์ของเราทันที
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
ผ่าตัดดึงหน้า ช่วยหน้าเหี่ยวได้จริงไหม?
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ช่วยแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวได้จริงค่ะ โดยแพทย์จะตัดผิวส่วนเกินด้านนอกออกพร้อมยกกระชับผิวชั้น SMAS ให้ผลลัพธ์ยาวนาน 5-10 ปี
ส่องกล้องดึงหน้าแก้หน้าเหี่ยวได้จริงไหม?
เทคนิคส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Facelift) สามารถแก้หน้าเหี่ยวย่นได้ แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็ก 2-3 ซม. บริเวณไรผมจากนั้นส่องกล้อง Endoscope เข้าไปเพื่อเลาะและยกกล้ามเนื้อชั้น SMASผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-10 ปี ค่ะ
นอนท่าไหนไม่ให้หน้าแก่หน้าเหี่ยว?
แนะนำให้นอนหงายพร้อมหนุนหมอนในระดับศีรษะที่กำลังพอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ช่วยให้ใบหน้าไม่ถูกกดทับ ไม่มีการเสียดสี และไม่สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวขณะหลับ


