หน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง พร้อมวิธีป้องกันและแก้ไข

หน้าแก่ก่อนวัย

แม้เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณ อวัยวะต่าง ๆ ย่อมเสื่อมสภาพลง แต่มันคงไม่ดีเท่าไหร่นักถ้าต้องเผชิญกับปัญหา “หน้าแก่ก่อนวัย” มีร่องน้ำหมาก ร่องแก้มลึก ไปจนถึงหน้าหย่อนคล้อยจนสังเกตเห็นได้ชัดทั้งที่อาจยังไม่ถึงวัยที่ควรเกิด

การทำหัตถการหลายรูปแบบ เช่น การดึงหน้า ฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมยกกระชับ Ulthera (Ulthera Prime) การฉีดโบท็อกซ์ เป็นต้น มักถูกมองว่าเป็นวิธีแก้ แต่เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องลองมาศึกษากันเลยว่า หน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร? พร้อมวิธีป้องกันและแก้ไขที่เหมาะสม

Key Takeaways

  • หลังอายุ 20 ปี คอลลาเจนในร่างกายจะค่อย ๆ หายไปปีละ 1% ทำให้ผิวพรรณ เซลล์ อวัยวะบางชนิดของร่างกายเริ่มมีแนวโน้มเสื่อมสภาพลง ซึ่งเป็นอีกสาเหตุของปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย
  • หน้าแก่กว่าวัย มีปัจจัยภายใน เช่น กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน และปัจจัยภายนอก อาทิ การสัมผัสแสงแดด แสงสีฟ้า ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย ความเครียด ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวแก่ หน้าแก่เกินวัย
  • การป้องกันและดูแลตนเองเริ่มจากทาครีมกันแดด ครีมบำรุง พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการทำหัตถการ เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ , โปรแกรมฟิลเลอร์ , การผ่าตัดดึงหน้า และโปรแกรม Ulthera Prime เป็นต้น
สารบัญ

หน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าหลังจากอายุ 20 ปี คอลลาเจนภายในร่างกายจะค่อย ๆ หายไปปีละ 1% นั่นหมายถึงผิวพรรณ เซลล์ อวัยวะบางชนิดของร่างกายเริ่มมีแนวโน้มเสื่อมสภาพลง ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย รวมถึงปัจจัยภายนอกและภายใน หากไม่ใส่ใจดูแลตนเองยิ่งอาจทำให้คุณหน้าแก่เกินวัยได้นั่นเองค่ะ

ปัจจัยภายนอก-ภายในที่ทำให้หน้าหน้าแก่ก่อนวัย

จากคำถามที่ว่าหน้าแก่เกิดจากอะไร? สาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าของคุณเหมือนหน้าคนแก่ทั้งที่อายุยังไม่เยอะจะมีเรื่องของปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถสรุปได้ ดังนี้ค่ะ

หน้าแก่กว่าวัยจากปัจจัยภายนอก

เริ่มกันด้วยปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้คุณหน้าแก่ก่อนวัย ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย 

  • แสงแดด UV หรือแสงสีฟ้า แสงเหล่านี้จะตรงเข้าทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว (โดยเฉพาะรังสี UV จากแสงแดด) นอกจากหน้าแก่เร็วแล้ว ยังเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ อีกด้วย
  • แต่งหน้าจนไม่ได้พักผิว อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นคนแต่งหน้าตลอดเวลาจนผิวไม่ได้พัก ทุกวัน ตลอดทั้งวันต้องสัมผัสกับสารเคมี รูขุมขนอุดตันจนผิวแทบไม่ได้หายใจ นั่นทำให้คุณหน้าแก่กว่าวัยเร็วขึ้นค่ะ
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับสูบบุหรี่เป็นประจำ ทั้ง 2 อย่างนี้ล้วนแล้วไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าใครยังมีพฤติกรรมนี้อยู่ แอลกอฮอล์ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ สูญเสียน้ำใต้ชั้นผิวจนผิวแห้งกร้าน รอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นง่าย ขณะที่การสูบบุหรี่ทำให้ริมฝีปากคล้ำ เกิดรอยย่น คอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวถูกทำลายเช่นกันค่ะ
  • รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ทานผักใบเขียว ผัก-ผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูง เนื้อสัตว์เพิ่มโปรตีน แต่เลือกทานของหวาน ร่างกายจะเสื่อมสภาพเร็ว
  • พักผ่อนน้อย นอนในแต่ละวันน้อยกว่า 6-8 ชม. นอนหลัง 5 ทุ่ม ทำให้สารพิษไม่ถูกขับออก กล้ามเนื้อ เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หน้าแก่ก่อนวัย
  • ความเครียดสะสม ทุกครั้งที่เครียดร่างกายจะผลิตคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด เซลล์ผิวจึงเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

หน้าแก่กว่าวัยจากปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายในคือสิ่งที่ควบคุมได้ยากเพราะแต่ละคนมีสภาพร่างกายไม่เหมือนกัน เป็นอีกสาเหตุของปัญหาผิวแก่ หน้าแก่ ทั้งที่อายุยังไม่เยอะ

  • ด้านพันธุกรรม หากพ่อแม่ ญาติพี่น้องหน้าแก่ก่อนวัย รุ่นลูก-หลานก็มีโอกาสเจอกับภาวะดังกล่าวได้มากกว่าปกติ 
  • ฮอร์โมน ยิ่งอายุมากขึ้นย่อมมีโอกาสเกิดภาวะพร่องฮอร์โมน หรือฮอร์โมนไม่สมดุล ฮอร์โมนต่ำ ทำให้การซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ความแข็งแรง เต่งตึงลดลง 
  • ภาวะน้ำตาลสะสม ใครชอบทานหวาน หรือทานแป้งเยอะเกินไปจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนเกิดสาร Advanced Glycation End Products (AGEs) พุ่งตรงเข้าทำลายเซลล์ ผิวแก่ก่อนวัย ขาดความยืดหยุ่น และริ้วรอยชัดขึ้น
  • มีการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย บ่อยครั้งอาการอักเสบภายในส่งผลให้เซลล์ทำงานผิดปกติ และยังเป็นตัวเร่งให้แก่ก่อนวัยอีกด้วย
  • โรคเรื้อรัง โรคประจำตัว หรือโรคแฝงที่ไม่เคยรู้ มีส่วนทำลายอวัยวะและเซลล์จนอาการแสดงออกทางผิวหนัง 
  • สัมผัสมลพิษรอบตัว ทั้งฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสีย สารเคมี ฯลฯ มลพิษเหล่านี้จะเข้าไปจับตัวบริเวณรูขุมขนจนเกิดอนุมูลอิสระ คอลลาเจนและอิลาสตินถูกทำลาย ผิวไม่สดใส หากปล่อยทิ้งไว้ผิวยิ่งเสื่อมสภาพและแก่เร็ว

ตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน้าแก่ก่อนวัย

ตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน้าแก่ก่อนวัย

ก่อนจะหาวิธีแก้ไขว่าหน้าแก่ก่อนวัย ทำไงดี? อยากให้ลองสังเกตตำแหน่งต่าง ๆ บนใบหน้าของคุณซึ่งกำลังบ่งบอกถึงภาวะหน้าแก่ก่อนวัย ใครไม่อยากเสียความมั่นใจลองส่องกระจกแล้วเช็กกันได้เลยค่ะ

ริ้วรอยหน้าผาก 

ริ้วรอยหน้าผากเป็นจุดที่สังเกตเห็นได้ชัดมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบเลิกคิ้ว ทำหน้าผากย่น จนกล้ามเนื้อเกิดความคุ้นชิน กลายเป็น ริ้วรอยลักษณะขีดแนวขวางมีทั้งแบบริ้วรอยจาง ๆ หรือร่องลึกซ้อนกันหลายชั้นค่ะ

รอยร่องขมวดคิ้ว และหางตา(ตีนกา)

ริ้วรอยประเภทนี้เกิดจากพฤติกรรมการทำสีหน้า ทำใบหน้า จนเคยชิน โดยบริเวณร่องขมวดคิ้วมีลักษณะเส้นตรงตามแนวตั้งของหว่างคิ้วทั้ง 2 ข้าง มาจากการทำคิ้วขมวด หรือหรี่ตาเป็นประจำจนเหมือนคนเครียด ขณะที่รอยตีนกาจะเป็นรอยย่นหางตาเกิดจากการยิ้ม หัวเราะค่ะ 

ใต้ตาและถุงใต้ตา

อีกจุดที่บ่งบอกว่ากำลังกลายเป็นคนหน้าแก่นั่นคือริ้วรอยใต้ตาและการมีถุงใต้ตา สังเกตง่าย ๆ คือ มีก้อนถุงใต้ตา ผิวใต้ตาคล้ำ เป็นร่องลึก ดูไม่สดใส บางคนอาจเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา และทำให้หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากการนอนดึก พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำน้อย

ร่องแก้มกับร่องน้ำหมาก

เป็นจุดที่สังเกตเห็นง่ายเช่นกันลักษณะเป็นร่องอยู่ด้านในของแก้ม (ร่องแก้มลึก) หรือถ้าลากยาวลงมาถึงมุมปากจะเรียกร่องน้ำหมาก เกิดจากไขมันบริเวณดังกล่าวฝ่อตัวและผิวเสื่อมสภาพลงค่ะ

แก้มหย่อนคล้อยหรือมีกระเปาะแก้มห้อย

นี่คือบริเวณที่บ่งบอกว่าคุณหน้าแก่มากขึ้นเกิดจากคอลลาเจนและอิลาสตินลดน้อยลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อตรงช่วงแก้มหย่อนคล้อยลงมาด้านล่าง กระเปาะแก้มย้วยไม่เต่งตึง และไม่กระชับ

ริ้วรอยรอบริมฝีปาก

สังเกตจากการมีริ้วรอยตรงปากด้านบนหรือด้านล่างลากยาวจนถึงมุมปากและทำให้มุมปากหย่อนคล้อย รอบปากเกิดรอยพับ รวมถึงริ้วรอยแนวตั้งตรงริมฝีปาก สาเหตุเกิดจากคอลลาเจนและอิลาสตินลดลงเมื่ออายุมากขึ้น การสูบบุหรี่ หรือสัมผัสแสงแดดมากเกินไปค่ะ

วิธีดูแลผิวและแก้ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย

มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุด หน้ามีริ้วรอยก่อนวัย ทำไงดี? หรือ หน้าแก่ก่อนวัยทำไงดี ผู้หญิง และผู้ชาย สามารถนำวิธีดูแลผิวรวมถึงการแก้ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัยเหล่านี้ปรับใช้ตามความเหมาะสมหรือลักษณะริ้วรอยที่กำลังเกิดขึ้นได้เลย

ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะออกนอกบ้านหรืออยู่แต่ในบ้านก็ตาม หากไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัย ใช้อะไรดี? คำตอบคือควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPFสูง ๆ เป็นประจำ และ PA+++ ขึ้นไป เพื่อปกป้องไม่ให้รังสี UV และแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ไอทีทำร้ายเซลล์ผิวหน้า

ล้างหน้าให้สะอาด

การล้างหน้าเป็นพื้นฐานของการทำความสะอาดใบหน้าที่ดี แต่ต้องล้างให้สะอาดหมดจดเริ่มจากการเช็ดด้วยคลีนซิ่งเพื่อขจัดคราบเครื่องสำอาง ฝุ่นละอองต่าง ๆ ออกจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับตนเอง ซับหน้าเบา ๆ ให้แห้ง ป้องกันริ้วรอยไม่ให้หน้าแก่กว่าวัย

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

อีกตัวการทำลายผิวจนทำให้หลายคนมีหน้าแก่เกินวัย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทเพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ขาดน้ำ และเลิกบุหรี่แบบเด็ดขาดลดการเกิดร่อง ริ้วรอยมุมปาก และริมฝีปากคล้ำ

ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

อีกวิธีพื้นฐานง่าย ๆ เพื่อป้องกันปัญหาหน้าแก่นั่นคือดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือ 2 ลิตร เพื่อให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ขณะที่การพักผ่อนให้เพียงพอ นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม และใช้เวลานอน 8-10 ชม. จะช่วยให้เซลล์ผิวได้รับการซ่อมแซม ชะลอปัญหาผิวแก่ได้

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอัดแน่นด้วยโปรตีน ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูง เต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินอื่นหลากชนิด ลดการทานของมัน ของหวาน จะช่วยชะลอปัญหาหน้าแก่เกินวัย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อย 

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์

โปรแกรมโบท็อกซ์ คือการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ เข้าไปบริเวณที่ต้องการเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอย ร่องลึกดูจางลง ผิวเต่งตึง เรียบเนียน สามารถฉีดได้หลายจุดทั้งรอยย่นหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยตีนกา ร่องแก้ม ผลลัพธ์เด่นชัดหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ อยู่นาน 4-6 เดือน และจะสลายเองตามธรรมชาติ

ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์

โปรแกรมฟิลเลอร์คือการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด เข้าไปบริเวณผิวที่ต้องการเพิ่มความเต่งตึง ช่วยเติมร่องลึก ริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวเนียนกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ แลดูอ่อนกว่าวัย เช่น ถุงใต้ตา หน้าผาก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องปาก เห็นผลชัดขึ้นเมื่อผ่านไป 7-14 วัน คงอยู่ได้นาน 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์ที่ใช้และการดูแลตนเอง

ยกกระชับด้วย Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime จะใช้คลื่นความถี่สูงส่งผ่านผิวหนังลงไปจนถึงชั้น SMAS เพื่อให้เกิดการหดตัวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีจุดเด่นคือแพทย์มองเห็นบริเวณที่จะทำชัดเจน ผลลัพธ์จึงแม่นยำ ตรงจุด ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังทำผิวกระชับทันที 20-30% และจะเด่นชัดเจนดูเป็นธรรมชาติหลังผ่านไป 1-2 เดือน อยู่ได้นาน 1-2 ปี

ทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า

นี่คือวิธีที่กำลังได้รับความนิยมเพื่อแก้ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ 2 เทคนิคหลัก ได้แก่ การดึงหน้าแบบ Facelift เหมาะกับคนที่มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยระดับรุนแรง เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มีผิวหนังส่วนเกินด้านนอกที่ต้องเอาออก และการส่องกล้องดึงหน้า Endo Facelift เหมาะกับคนที่หย่อนคล้อยระดับปานกลาง มีร่องแก้มไม่ลึกมาก ผิวไม่กระชับ ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ให้ตัดออก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสม

สรุปบทความ

ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย ผิวแก่ก่อนวัย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน การสัมผัสแสงแดดและแสงสีฟ้า ที่ไม่ทาครีมกันแดด ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานอาหารรสหวานจัดเป็นประจำ ฯลฯ การเริ่มต้นดูแลตนเองตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงการทำหัตถการจึงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเต่งตึง เรียบเนียน แลดูอ่อนกว่าวัย สามารถประเมินวิธีที่เหมาะสมกับตนเองได้เลย

แต่สำหรับใครที่ลองวิธีธรรมชาติแล้วยังไม่เห็นผลลัพธ์ตามคาดหวัง สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางที่ BEAMS Plastic Surgery หรือ BEAMS Clinic ได้ทันที แพทย์จะทำการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมให้คำแนะนำในการรักษาเฉพาะรายบุคคล ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ หากสนใจติดต่อเราได้ทุกช่องทาง หรือคลิกเพื่อติดต่อกับแพทย์ของเราทันที

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

ใช้ครีมเยอะทำให้หน้าแก่กว่าวัยจริงหรือไม่?

การใช้ครีมเยอะอาจเสี่ยงทำให้หน้าแก่ก่อนวัยได้จริง เพราะสารบำรุงหรือสารเคมีบางชนิดอาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนจนผิวเสียสมดุล

ผู้ชายมักหน้าแก่ง่ายกว่าผู้หญิง เพราะรูขุมขนกว้าง ผิวหนา ละเลยการทาครีมบำรุง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเอง เพราะเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้หญิงมักดูหย่อนคล้อย มีริ้วรอยชัดเจน

การกินน้ำตาลหรืออาหารรสหวานเป็นประจำทำให้หน้าแก่เกินไวเร็วขึ้น เพราะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนเกิดสารเร่งแก่ (AGEs) พุ่งตรงเข้าทำลายเซลล์ ผิวแก่ก่อนวัย ขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอยชัดขึ้น

การกินคอลลาเจนอาจไม่ได้ช่วยให้ผิวหนังได้รับคอลลาเจนเต็มร้อย เพราะสารอาหารจะถูกย่อยในลำไส้ก่อนดูดซึมเข้าสู่ผิว