Ulthera Vs Thermage แตกต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักสงสัยว่า Ulthera กับ Thermage แตกต่างกันอย่างไร โดยพื้นฐานแล้วทั้งสองเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานและทำงานในชั้นผิวต่างกัน โดยอัลเทอร่า คือการใช้พลังงานอัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้นผิว ส่วนเทอร์มาจ คือการใช้คลื่นวิทยุช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อให้ผิวตึงกระชับ ซึ่งทั้งสองวิธีอาจช่วยให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนและดูหน้าเรียวขึ้นได้ในบางกรณีครับ
ชั้นผิวของมนุษย์มีชั้นอะไรบ้าง?
ก่อนจะเข้าใจว่า Thermage และ Ulthera ทำงานอย่างไร เราควรรู้ก่อนว่าผิวของมนุษย์มีหลายชั้น และแต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกันครับ เทคโนโลยีอย่าง Thermage กับ Ulthera จะส่งพลังงานลงไปในระดับผิวที่ต่างกัน เพื่อช่วยแก้ปัญหา เช่น กรอบหน้าไม่ชัด หรือหน้าหย่อนคล้อยได้เหมาะกับแต่ละสภาพผิวครับ
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวด้านนอกสุด ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนที่เรามองเห็นได้จากภายนอกครับ
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นที่มีคอลลาเจนและอีลาสติน ทำหน้าที่ให้ผิวมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรง การเสื่อมของชั้นนี้อาจทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยได้
- ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) เป็นชั้นที่ช่วยรองรับโครงสร้างใบหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงของชั้นนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาเช่นแก้มห้อย หรือรูปหน้าดูเปลี่ยนไป
- ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นชั้นโครงสร้างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความกระชับของใบหน้า ทำหน้าที่เปรียบเสมือนโครงสร้างฐานรากที่ห่อหุ้มและยึดโยงผิวหน้าให้ตึงกระชับ เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะเสื่อมสภาพและหย่อนคล้อยลง โดยเทคโนโลยีบางชนิดสามารถลงลึกถึงชั้นนี้ เพื่อช่วยเรื่องความกระชับและโครงหน้าได้ครับ
Ulthera Vs Thermage มีหลักการทำงานอย่างไร ?
เมื่อพูดถึง Ulthera vs Thermage หลายคนอาจทราบว่าทั้งสองเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ แต่ความจริงแล้ว Ulthera กับ Thermage มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องชนิดของพลังงานและระดับชั้นผิวที่ทำงาน ตามรายละเอียดต่อไปนี้ครับ
หลักการทำงาน Ulthera
Ulthera จะใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความแม่นยำ ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวลึก (ชั้น SMAS) เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครับ
หลักการทำงาน Thermage
การทำงานของ Thermage จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุ เพื่อให้เกิดความร้อนในชั้นผิว เน้นกระชับผิวชั้นหนังแท้และสลายไขมัน เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว ส่งผลให้ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น และช่วยปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดูเรียบขึ้นครับ
Ulthera Vs Thermage คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
นอกจาก Ulthera กับ Thermage ต่างกันยังไง อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หลายคนสงสัยก็คือ Ulthera และ Thermage ช่วยเรื่องอะไรบ้าง โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้
Ulthera
Ulthera คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง (Micro Focused Ultrasound) ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิว SMAS เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายครับ
Ulthera ช่วยอะไรบ้าง?
- ช่วยให้ผิวบริเวณใบหน้าดูยกกระชับขึ้น
- ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นในบางกรณี
- อาจช่วยปรับสมดุลใบหน้าให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้น เช่น กรณีที่ดูเหมือน หน้าไม่เท่ากัน
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวตามธรรมชาติ
Thermage
Thermage คือ เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) เพื่อสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวตึงกระชับขึ้นครับ โดยส่วนใหญ่แล้วผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นได้ชัดขึ้นหลังทำครับ
Thermage ช่วยอะไรบ้าง?
- ช่วยให้ผิวรู้สึกตึงกระชับและเรียบขึ้น
- ช่วยปรับสภาพผิวโดยรวมให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- อาจช่วยลดลักษณะผิวหย่อนคล้อยบางจุด
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวตามธรรมชาติครับ
จุดเด่น Ulthera Vs Thermage

การทำหัตถการระหว่าง Ulthera vs Thermage นั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องวิธีการทำให้จุดเด่นของทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกัน ดังนี้
จุดเด่นของ Ulthera
Ulthera prime เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการยกกระชับผิว โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้าครับ จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือกรอบหน้าไม่ชัด ช่วยยกกระชับผิวบริเวณคิ้ว ยกหางตา และเก็บกรอบหน้าให้ดูสมดุลได้สัดส่วน โดยทั่วไปจะเห็นผลลัพธ์หลังทำประมาณ 30% และจะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2-3 เดือน และมักอยู่ได้นานราว 1 ปี หรือมากกว่านั้นครับ
จุดเด่นของ Thermage
Thermage เป็นเทคโนโลยีที่เน้นความกระชับและความแน่นของผิว โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันครับ จึงเหมาะกับผู้ที่มีแก้มเยอะ เหนียงเยอะ หรือผิวไม่กระชับ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและตึงขึ้น โดยผลลัพธ์มักจะเห็นหลังทำ 20% และค่อย ๆ เห็นชัดในช่วงประมาณ 2-6 เดือน และอาจคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนครับ
Ulthera Vs Thermage ควรเลือกแบบไหนดี?
การเลือกทำ Ulthera vs Thermage ควรพิจารณาจากปัญหาผิวเป็นหลักครับ หากต้องการเน้นการยกกระชับโครงหน้า Ulthera อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการให้ผิวแน่น เรียบ และช่วยลดความหย่อนคล้อยบางจุด Thermage อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เลือกได้เหมาะสมมากขึ้นครับ
Ulthera Vs Thermage ระยะเวลาเห็นผลหลังทำ
ในมุมของ Thermage กับ Ulthera ทั้งสองวิธีจะเห็นผลหลังทำ 20%-30%ครับ โดย Ulthera มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังประมาณ 2-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างใหม่ ส่วน Thermage จะค่อย ๆ ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นตามกระบวนการฟื้นฟูผิวของร่างกาย โดยประมาณ 2-6 เดือน หลังทำครับ
Ulthera Vs Thermage อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ระหว่าง Thermage vs Ultherapy อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการดูแลผิวหลังทำของแต่ละคน โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ Ulthera มักอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ขณะที่ Thermage อาจคงอยู่ได้นานกว่านั้นเล็กน้อย ในบางกรณีอาจอยู่ได้ถึง 2 ปี ครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแล และสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ