ทำไมการยกกระชับใบหน้า ผิวหย่อนคล้อย ถึงสำคัญ
ไม่ว่าใครต่างก็อยากให้ตนเองสวยหล่อ ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ดังนั้นเมื่อผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวลำคอหย่อนยาน จากอายุที่เพิ่มขึ้น ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ การยกหน้ากระชับจึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเรียบเนียน เปล่งปลั่ง น่ามอง ผิวแข็งแรงขึ้น ดูหน้าเด็ก ริ้วรอย ร่องลึกจางลงจนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง รวมถึงยังเป็นวิธีเสริมคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวอีกด้วยค่ะ
ปัญหาหน้าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร?

ปกติแล้วเมื่อคนเราอายุ 20 ปีขึ้นไป ปริมาณคอลลาเจนที่ถูกผลิตออกมาจะค่อย ๆ ลดลงปีละ 1% เช่น ตอนอายุ 35 ปี คอลลาเจนลดลง 15% เริ่มมีผิวแห้งกร้าน ขาดความอิ่มฟู ริ้วรอยสังเกตเห็นง่าย หรือถ้าหากอายุ 45 ปี คอลลาเจนลดลง 25% และการสร้างขึ้นใหม่ก็น้อยลง ความชัดของริ้วรอย ร่องลึกจึงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ส่งผลให้ใบหน้าหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ ดังนี้ค่ะ
- ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ความแน่นกระชับผิวจึงลดตามด้วย
- กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัว พ่อแม่ หน้าหย่อนคล้อยเร็ว ลูกหลานก็มีสิทธิ์หย่อนคล้อยตั้งแต่อายุไม่มากได้
- สูญเสียไขมันใต้ชั้นผิว โครงกระดูกใบหน้าเสื่อมสภาพ ผิวชั้น SMAS เสื่อมลง
- การสัมผัสแสงแดดนาน ๆ ทำให้รังสี UV เข้าไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เกิดความหย่อนคล้อย หมองคล้ำ และริ้วรอย
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ความเครียด ทานอาหารรสหวานประจำ การสัมผัสมลภาวะ ฯลฯ
ปัญหาผิวหน้าแต่ละช่วงวัย
อย่างที่อธิบายไปว่าคอลลาเจนใต้ชั้นผิวจะลดลงทุก ๆ 1% เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป ร่วมกับปัจจัยแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มักทำให้คนแต่ละช่วงวัยเจอปัญหาผิวหน้าแตกต่างกันออกไป
ช่วงอายุ 20-29 ปี
เริ่มต้นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แต่ยังคงเจอปัญหาเรื่องสิว หลุมสิว ผิวมัน ผิวแห้งโดยเฉพาะบริเวณ T=Zone ยิ่งใครโดนแสงแดดมากมักสังเกตเห็นความหมองคล้ำได้ชัดมาก บางคนเมื่ออายุเข้าสู่ 20 ปลาย ๆ อาจเริ่มเห็นความหย่อนคล้อยบ้าง
ช่วงอายุ 30-39 ปี
เมื่อเข้าสู่ช่วงเลข 3 จะเริ่มสังเกตเห็นผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ตีนกา หน้าผาก และรอบปาก ยิ่งใครมักทำสีหน้าบ่อย ๆ เช่น คิ้วขมวด หรี่ตา ยิ้ม หัวเราะ ริ้วรอยมักจะเห็นชัดมากกว่าคนทั่วไป รวมถึงผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้น
ช่วงอายุ 40-49 ปี
นี่คือช่วงอายุที่ผิวมีการเปลี่ยนแปลงจนสังเกตเห็นชัดมากทั้งริ้วรอย ร่องลึก ความหย่อนคล้อย ผิวดูบางลง สาเหตุหลักเกิดจากคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวผลิตลดน้อยลงมาก ๆ จึงต้องหมั่นดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษถ้าไม่อยากให้ดูหน้าแก่ก่อนวัย
ช่วงอายุ 50-59 ปี
แม้วัยนี้บางคนเริ่มเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น แต่ปัญหาผิวหน้าก็ยังเดินหน้าต่อหากไม่มีการดูแล โดยเฉพาะอาการผิวหน้าแห้งและบาง ริ้วรอย ร่องลึก มองเห็นชัดเจน การยกหน้าเพื่อความเต่งตึงจึงทำได้ยากขึ้นและอาจต้องใช้หลายหัตถการเข้ามาแก้ไขร่วมด้วยค่ะ
4 ระดับลักษณะผิวหย่อนคล้อย
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าปัญหาผิวหย่อนคล้อย หน้าหย่อนคล้อย ถูกเหมารวมเป็นรูปแบบเดียวทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง สามารถแบ่งออกได้ 4 ระดับ ประกอบไปด้วย
คอลลาเจนชั้นหนังแท้สลายตัว (Dermis Layer)
เมื่อคอลลาเจนและอิลาสตินผลิตได้น้อยลงจากอายุที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1% ต่อปี (หลังอายุ 20 ปีขึ้นไป) จึงเป็นสาเหตุให้ผิวชั้นหนังแท้เริ่มขาดความยืดหยุ่น ความแน่นกระชับลดลง ความเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ จึงเริ่มเผยออกมา
การสูญเสียไขมันใต้ผิว (Volume Loss)
ไขมันใต้ชั้นผิวมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวของคุณอวบอิ่ม เต่งตึง เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจะเกิดการสูญเสียไขมันใต้ผิวโดยไขมันค่อย ๆ สลายตัวออกทีละนิด (แก้ม ขมับ ใต้ตา สังเกตเห็นง่ายสุด) เมื่อขาดไขมันที่เคยพยุงไว้ผิวจึงค่อย ๆ ลดหย่อนลง มีร่องลึก ดูแก่ก่อนวัย
การเสื่อมของชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System)
ชั้น SMAS คือ กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเชื่อมต่อกันบริเวณชั้นใต้ผิวหนังซึ่งห่อหุ้มกล้ามเนื้อใบหน้าไว้ ทำหน้าที่ยึดพยุงผิวใบหน้าให้สดใสเต่งตึง แต่เมื่อเสื่อมสภาพลงทำให้โครงสร้างใต้ผิวกับผิวเกิดช่องว่างกลายเป็นความหย่อนยานระดับลึก มักพบบ่อยมากบริเวณแก้มและลำคอ
การเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูก (Bone Resorption)
ขณะที่โครงสร้างกระดูกบนใบหน้าเปรียบได้กับเสาที่คอยพยุงผิวและเนื้อเยื่อ แต่พออายุเพิ่มขึ้นความหนาแน่นของกระดูกจะค่อย ๆ หายไปและอาจมีการยุบตัวลงในบางช่วง (มักเกิดขึ้นบริเวณกระดูกเบ้าตา กระดูกแก้ม กระดูกขากรรไกร เมื่อเสาพยุงเปลี่ยนสภาพ ผิวและเนื้อเยื่อจึงขาดตัวช่วยในการยึดเกาะ จึงเกิดความหย่อนคล้อย หนังตก หมองคล้ำ หน้าโทรม แก่กว่าวัยค่ะ
10 วิธียกกระชับใบหน้าลักษณะผิวหย่อนคล้อย ได้ผลจริง!
หน้าหย่อนคล้อย แก้ยังไง? สิ่งที่ทุกคนต่างมีข้อสงสัย คำตอบง่ายสุดต้องยกให้กับการ “ยกกระชับหน้า” อย่างไรก็ตามอีกคำถามที่มักมาคู่กันนั่นคือ ยกกระชับหน้า วิธีไหนดีที่สุด? นี่คือคำแนะนำที่จะช่วยให้การตัดสินใจยกกระชับของทุกคนง่ายขึ้นค่ะ
1. โปรแกรมฉีด Sculptra
เป็นการฉีดสารที่มีส่วนประกอบหลักคือ PLLA ซึ่งผ่านการรับรองด้านมาตรฐานเพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติภายใต้ชั้นผิวให้เกิดขึ้นใหม่แทนของเดิม เผยความอิ่มฟู กระชับ เนียนนุ่ม แลดูอ่อนกว่าวัย เห็นผลดีสำหรับผู้มีปัญหาหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง หากฉีดครบ 2-3 ครั้งตามคอร์ส สามารถอยู่ได้นาน 2 ปี
2. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
วิธีกระชับผิวหน้ายอดฮิตด้วยการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) เข้าสู่ชั้นผิวหนังเพื่อเติมจุดที่เป็นร่องลึก ริ้วรอย ให้อวบอิ่ม เต่งตึง กลับมาเด้งฟูอีกครั้ง ทำได้หลายจุด เช่น ขมับ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ปาก อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งจะคล้ายกับการทำ Radiesse ที่ใช้สารกลุ่ม CaHA เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เห็นผลเร็ว ช่วยยกกระชับหน้า เติมเต็มร่องลึก แถมอยู่ได้นานถึง 2 ปี
อยากให้กล่าวถึง Radiesse ด้วยค่ะ
3. โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์
เป็นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปสู่ชั้นใต้ผิวเพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวบริเวณผิวชั้นตื้นโดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและลำคอ ส่งผลถึงความเปล่งปลั่ง กระจ่างใส ริ้วรอยดูจางลง เห็นผลรวดเร็ว แต่อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำตามความเหมาะสม
4. ยกกระชับด้วยโปรแกรม HIFU
สำหรับใครที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด เห็นผลน่าพึงพอใจ โปรแกรม HIFU ซึ่งใช้พลังงานคลื่นความถี่สูงยิงเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังจนถึงระดับ SMAS ความร้อนจะทำให้เนื้อเยื่อมีการหดตัว ผิวด้านบนจึงเต่งตึง ดูกระชับ มีส่วนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดเลือนริ้วรอยด้วย ใช้ได้กับหลายจุด เช่น ใบหน้า ลำคอ เห็นผลการเปลี่ยนแปลง 20-30% ทันที และจะค่อย ๆ ชัดมากขึ้น อยู่ได้นาน 6-12 เดือน และควรทำซ้ำทุก 3-4 เดือน
5. ยกกระชับด้วยโปรแกรม Ulthera
โปรแกรม Ulthera ถือเป็นอีกเทคนิคยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ตอบโจทย์ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาเป็น Ulthera Prime มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้น มองเห็นชัดเจนจึงสามารถยิงคลื่นความถี่สูงลงลึกถึงชั้น SMAS จัดการปัญหาได้แบบตรงจุด แม่นยำ ริ้วรอย ร่องลึก จางลงชัดเจน ผิวหย่อนคล้อยกลับมาเต่งตึง ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลหลังทำ 30% ทันที อยู่ได้นาน 1 ปี
6. ยกกระชับด้วยโปรแกรม Thermage
อยากปรับใบหน้าให้กระชับหน้าเรียวต้องโปรแกรม Thermage เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกกระชับหน้า ช่วยจัดการหน้าหย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง ผิวแน่นกระชับ ริ้วรอยดูจางลง หน้าเรียวชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
7. ร้อยไหมยกกระชับใบหน้า (Thread Lifting)
เทคนิคของหัตถการนี้แพทย์จะใช้ไหมร้อยบนใบหน้าเพื่อช่วยพยุงผิวหน้าให้ยกกระชับ เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ดี ราคาไม่แพง แต่จะเหมาะกับคนไม่กลัวเข็มรวมถึงต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อทำให้หน้าตึงกระชับ
8. EndoliftX สลายไขมัน-ยกกระชับใบหน้า
อีกเทคนิคที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากโดยจะใช้เลเซอร์เส้นใยไฟเบอร์ขนาดเล็กสอดผ่านใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนพร้อมช่วยสลายไขมันใต้ผิวหนังไปพร้อมกัน ลดปัญหาหน้าหย่อนคล้อย แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด ลดเหนียง โดยไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นไม่นาน อีกทั้งผลลัพธ์ยังอยู่ได้ 2-3 ปี
9. ศัลยกรรมส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Face Lift)
การส่องกล้องดึงหน้าเป็นอีกเทคนิคที่ได้ผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการให้หน้าตึง โดยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณไรผมแล้วสอดกล้องขนาดจิ๋วความละเอียดสูง 4K เลาะพร้อมดึงชั้น SMAS แผลที่เกิดขึ้นจึงแทบมองไม่เห็น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง มีร่องแก้มไม่ลึกมาก ผิวขาดความกระชับ ไม่มีผิวหนังด้านนอกส่วนเกินที่ให้ตัดออก
10. ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift)
เทคนิค Face Lifting หรือดึงหน้าด้วยการเปิดแผลยาวจากนั้นเลาะ ยก เย็บชั้น SMAS ต่อด้วยการตัดผิวหนังส่วนเกินออก และเย็บปิดแผล (ต่างจาก Mini facelift ที่จะทำเฉพาะจุด แผลเล็กกว่า) เหมาะกับคนที่หย่อนคล้อยทุกชั้นผิว ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มีผิวหนังส่วนเกินด้านนอกที่ต้องเอาออก ใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด อยู่ได้นาน 5-10 ปี แต่ทั้งนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แนะนำให้ศึกษารีวิวดึงหน้าก่อนตัดสินใจ
วิธีป้องกันหน้าหย่อนคล้อย และยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ
สำหรับใครที่ไม่อยากทำหัตถการแล้วมีข้อสงสัยว่าสามารถยกกระชับหน้า แบบไหนดี ให้ได้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจ ลองนำเทคนิคการป้องกันหน้าหย่อนคล้อยพร้อมวิธียกกระชับหน้าแบบธรรมชาติไปลองทำตามกันเลยค่ะ
ใช้ครีมยกกระชับใบหน้า
ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมหลักเป็นกลุ่มเรตินอล (Retinol) ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) วิตามินซี (Vitamin C) จะช่วยกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว เพิ่มความแน่นกระชับ ผิวแลดูชุ่มชื้น ลดริ้วรอย และปรับให้ผิวเต่งตึง แนะนำให้หมั่นทาเป็นประจำเช้า-เย็น จะช่วยให้ผลลัพธ์ผิวหน้าค่อย ๆ ดีขึ้น
ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
การดื่มน้ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นวิธีพื้นฐานที่เริ่มจากดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอขั้นต่ำ 6-8 ชม. ต่อวัน และไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่ม เพื่อให้ Growth Hormones ได้ทำหน้าที่เสริมสร้างเซลล์ผิว ตื่นเช้านอกจากได้ความสดชื่น ผิวยังมีสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ
โยคะใบหน้า
อีกวิธีง่าย ๆ สำหรับคนต้องการยกกระชับใบหน้าด้วยตัวเองโดยใช้เทคนิคบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าแบบเฉพาะ ทั้งการนวดกระชับใบหน้า กรอบหน้า ลดเหนียง ไปจนถึงการนวดแบบคลายเครียดให้กับผิวหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ริ้วรอยขนาดเล็กลดเลือนลง กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อลดปัญหาหย่อนคล้อย
นวดยกกระชับใบหน้า
การนวดหน้ายกกระชับจะต้องให้ผู้นวดที่มีความเชี่ยวชาญดูแล เป็นการนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและต่อมน้ำเหลือง แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ผิวเนียน หน้าตึงในระยะหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักทำควบคู่กับการใช้สกินแคร์บริเวณใบหน้าและลำคอ สามารถทำได้เป็นประจำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีระยะยาว
กัวซา (Gua Sha) ยกกระชับใบหน้า
อีกศาสตร์ของการยกหน้ากระชับที่กำลังมาแรงโดยใช้แผ่นหินหรืออุปกรณ์อื่น ๆ นวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและต่อมน้ำเหลือง ลดแก้มอ้วน เหนียงออก ลดความหย่อนคล้อย รอยย่นหน้าผาก ร่องแก้มเนียนขึ้น ซึ่งมักต้องทาน้ำมันและเซรั่มก่อนนวดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ดี สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 5-10 นาทีต่อครั้ง