วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว กู้คืนผิวเนียนใสแบบเร่งด่วน

วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว

หลายคนที่มีปัญหาหน้าช้ำจากการผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือหัตถการความงามมักมองหาวิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว เพื่อให้ผิวกลับมาดูปกติได้ไวที่สุด ซึ่งวิธีนั้นมีตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงเข้าใจว่าหลังผ่าตัดห้ามกินอะไร ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดรอยช้ำและลดระยะเวลาการฟื้นตัวได้เช่นกันค่ะ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของรอยช้ำ รอยช้ำสีต่าง ๆ บอกอะไร และรอยช้ำหายช้าทำยังไง พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยค่ะ

Key Takeaway

  • เมื่อเกิดรอยช้ำใหม่ ๆ ควรประคบเย็นภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการไหลของเลือดออกใต้ผิวหนังและช่วยลดอาการบวม
  • สีของรอยช้ำสามารถบ่งบอกระยะการฟื้นตัวได้ โดยมักเปลี่ยนจากสีแดงหรือม่วง ไปเป็นสีเขียว เหลือง และค่อย ๆ จางหายตามธรรมชาติ
  • การประคบเย็นเหมาะสำหรับช่วงแรกหลังเกิดรอยช้ำ ส่วนการประคบร้อนควรเริ่มหลัง 48 ชั่วโมง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเร่งการฟื้นตัวของผิว
  • ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือถูบริเวณที่มีรอยช้ำในช่วงแรก เพราะอาจทำให้เลือดออกใต้ผิวหนังเพิ่มขึ้นและทำให้รอยช้ำหายช้าลง
  • หากรอยช้ำมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เจ็บมากขึ้น หรือไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม
เลือกอ่านตามหัวข้อ

รอยช้ำ คืออะไร? เกิดจากอะไรได้บ้าง?

รอยช้ำ คือภาวะที่เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตกและมีเลือดคั่งอยู่ใต้ผิว ทำให้เกิดรอยสีแดง ม่วง หรือน้ำตาลบนผิวหนัง รอยช้ำมักเกิดจากการกระแทก การบาดเจ็บ การผ่าตัดบางประเภทและการทำหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งสามารถดูแลแผลและรอยช้ำหลังทำหน้าให้ฟื้นตัวได้เร็วหากเข้าใจวิธีลดรอยช้ำที่ถูกต้องค่ะ

ระยะเวลาและสีของรอยช้ำ บอกอะไร?

สีของรอยช้ำ

สีของรอยช้ำสามารถบ่งบอกระยะการฟื้นตัวของร่างกายได้ โดยสีที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเกิดจากกระบวนการสลายและดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิวหนังตามรายละเอียดต่อไปนี้ค่ะ

  • สีแดงสด (0-2 วัน) เป็นระยะเริ่มต้นที่เลือดเพิ่งออกจากเส้นเลือดฝอยและยังมีออกซิเจนอยู่ในปริมาณสูง
  • สีน้ำเงินหรือม่วงเข้ม (2-5 วัน) เลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิวเริ่มสูญเสียออกซิเจน ทำให้สีของรอยช้ำเข้มขึ้นกว่าช่วงแรก
  • สีเขียว (5-10 วัน) ร่างกายเริ่มสลายฮีโมโกลบินในเลือดและเปลี่ยนเป็นสารที่เรียกว่า Biliverdin ทำให้รอยช้ำมีสีเขียว
  • สีเหลืองหรือน้ำตาล (10-14 วัน) เป็นช่วงท้ายของการฟื้นตัว ร่างกายกำลังดูดซึมเลือดกลับเข้าสู่ระบบจนรอยช้ำค่อย ๆ จางหายไป
  • รอยช้ำจางลงจนใกล้เคียงสีผิวปกติ แสดงว่ากระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใกล้เสร็จสมบูรณ์ และรอยช้ำกำลังหายเป็นปกติค่ะ

ประคบเย็น vs ประคบร้อน เลือกแบบไหนดี?

วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว ควรเลือกให้เหมาะกับช่วงเวลาหลังเกิดรอยช้ำค่ะ หากหน้าช้ำประคบเย็นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดเลือดออกใต้ผิวหนัง หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นประคบร้อนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้รอยช้ำจางเร็วขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามบางคลินิกอาจมีคำแนะนำว่าควรประคบเย็นรอยช้ำอย่างไร รวมถึงมีบริการประคบเย็นหรือเลเซอร์ลดช้ำให้ฟรีหลังทำการดึงหน้าค่ะ

7 วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว

การดูแลรอยช้ำอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงแรกสามารถช่วยลดอาการบวมและเร่งการฟื้นตัวของผิวได้ โดยเฉพาะ 7 วิธีรักษารอยช้ำให้หายไวต่อไปนี้ค่ะ 

1. ประคบเย็น

การประคบเย็นภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกช่วยลดเลือดออกใต้ผิวหนังและลดอาการบวมได้ ปัจจุบันบางคลินิกยังมีเครื่องมือช่วยให้รอยช้ำจางลงเร็ว ๆ หลังทำหัตถการ เพื่อช่วยลดระยะเวลาการฟื้นตัวอีกด้วยค่ะ

2. ประคบร้อน

หลังผ่านช่วง 48 ชั่วโมงแรก การประคบร้อนจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเร่งการสลายของเลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิว จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษารอยช้ำที่นิยมใช้ในระยะฟื้นตัวค่ะ

3. ยกให้สูง

การยกบริเวณที่มีรอยช้ำให้สูงกว่าระดับหัวใจจะช่วยลดการคั่งของเลือดและของเหลวใต้ผิวหนังค่ะ เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้รอยช้ำม่วง ที่สามารถทำได้ง่ายตั้งแต่วันแรกที่เกิดรอยช้ำค่ะ

4. พันรอยช้ำ

การใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่เกิดรอยช้ำอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดอาการบวมและลดการกระจายของเลือดใต้ผิวได้ โดยเฉพาะในกรณีของการรักษารอยฟกช้ำสีม่วงบริเวณแขนหรือขาค่ะ

5. ทาเจลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวและลดการอักเสบได้ จึงมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวหรือทรีตเมนต์ลดบวมลดช้ำหลังเกิดรอยช้ำค่ะ

6. พอกรอยช้ำด้วยดินสอพอง

ดินสอพองเป็นภูมิปัญญาที่นิยมใช้เพื่อลดความร้อนและความรู้สึกระคายเคืองบริเวณผิว แม้จะไม่ใช่วิธีแก้รอยช้ำโดยตรง แต่บางคนเชื่อว่าสามารถช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นค่ะ

7. ทานสับปะรด หรือพอกรอยช้ำ

สับปะรดถูกยกให้เป็นวิตามินแก้รอยช้ำเพราะมีเอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายค่ะ จึงมักถูกแนะนำให้เป็นอาหารแก้รอยช้ำที่นำมารับประทานหรือพอกบริเวณรอยช้ำได้ค่ะ

ข้อห้ามที่ไม่อยากให้แผลหายช้า

หากต้องการให้รอยช้ำหายเร็วควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือขัดถูบริเวณที่มีรอยช้ำในช่วงแรก และควรระมัดระวังการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะโฆษณาชวนเชื่อที่ว่าเป็นยาทาแก้รอยช้ำที่ดีที่สุด เพราะประสิทธิภาพและความเหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ

รอยช้ำแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์?

ควรพบแพทย์หากรอยช้ำมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ปวดมากขึ้น บวมรุนแรง เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ค่ะ แม้ว่าจะมีหลายวิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น เลือดออกง่าย เวียนศีรษะ หรือมีไข้ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติมค่ะ

สรุปบทความ

วิธีทำให้รอยช้ำหายเร็ว ควรเริ่มจากการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ช่วงแรกของการเกิดรอยช้ำ ไม่ว่าจะเป็นการประคบเย็น การประคบร้อนในช่วงเวลาที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้รอยช้ำรุนแรงขึ้น หากรอยช้ำมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติมค่ะ

อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ควรใช้เจลเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณรอยช้ำครั้งละ 15-20 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกค่ะ

ควรเริ่มประคบร้อนหลังจากเกิดรอยช้ำมาแล้วอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยประคบครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้งค่ะ

ยิ่งนวดยิ่งหายเร็ว ประคบร้อนได้ทันทีหลังช้ำ รอยช้ำทุกแบบไม่อันตราย ยาทาทุกชนิดช่วยให้หายเร็ว และรอยช้ำสีเข้มแปลว่าอาการรุนแรงเสมอ

สับปะรด ส้ม กีวี ฝรั่ง และผักใบเขียว เป็นอาหารที่มีวิตามินและสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายค่ะ

รอยช้ำสีม่วงมักพบในช่วงประมาณ 2-5 วันแรก ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว เหลือง และจางลงตามลำดับ

รอยช้ำที่ใกล้หายมักเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่กลับคืนค่ะ

พัชนันท์ เชื้อเย็น (ใบหม่อน)

บทความโดย : พญ.พัชนันท์ เชื้อเย็น (หมอใบหม่อน)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง (ว.54310)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
ปรึกษาปัญหากับหมอ
บทความที่เกี่ยวข้อง