Oligio vs Ulthera ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ควรทำเครื่องไหนดี?

Oligio กับ Ulthera

การยกกระชับหน้าด้วยวิธีทางหัตถการที่มีหลายรูปแบบ ช่วยแก้ปัญหา ริ้วรอย หน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เพิ่มความอ่อนเยาว์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ต้องยกให้กับโปรแกรม Oligio และ โปรแกรม Ulthera ซึ่งหลายคนคงกำลังมีข้อสงสัยว่า Oligio vs Ulthera แตกต่างกันอย่างไร? ควรเลือกทำกับเครื่องไหนดี? บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

Key Takeaways

  • Ulthera คือ การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound) ความถี่สูงชนิดเจาะจงส่งความร้อนสู่ใต้ผิวจนถึงชั้น SMAS ผิวเกิดการหดตัว กระตุ้นคอลลาเจนกับอีลาสติน ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยได้ดี
  • Oligio คือ การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งพลังงานเข้าไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน มีระบบไอเย็นช่วยลดอาการแสบร้อน ชั้นผิวเกิดการหดตัว ไขมันสลายบางส่วน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน
  • Oligio vs Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ พร้อมช่วยเพิ่มผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้น ทั้งด้านการยกกระชับ ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ลดเหนียง ปรับกรอบหน้า ลดขนาดรูขุมขน และเผยใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
เลือกอ่านตามหัวข้อ

รู้จักกับ Oligio vs Ulthera

แม้ Oligio กับ Ulthera ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องยกกระชับใบหน้าในรูปแบบหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ลองมาทำความรู้จักกันสักนิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ

Oligio คืออะไร? 

Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าและลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดจากประเทศเกาหลีโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งพลังงานเข้าไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน มีระบบไอเย็นช่วยลดอาการแสบร้อนขณะทำ ชั้นผิวจึงเกิดการหดตัว ไขมันสลายบางส่วน พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน ไม่ต้องผ่าตัดหรือเสียเวลาพักฟื้นเช่นกันค่ะ

Oligio ช่วยอะไร?

  • ยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย แก้ปัญหาแก้มย้อย
  • ไขมันตามจุดต่าง ๆ เกิดการสลายตัว เช่น เหนียงใต้คาง ไขมันบริเวณแก้ม 
  • ลดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ให้ดูจางลง ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
  • ลดริ้วรอยขนาดเล็กตามใบหน้า ริ้วรอยรอบดวงตา ตีนกา หน้าผาก
  • ยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูกระชับ มีโครงหน้าเข้ารูปมากขึ้น
  • ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน รูขุมขนกระชับมากขึ้น ใบหน้าอ่อนกว่าวัย

Ulthera คืออะไร? 

Ulthera หรือโปรแกรม Ultherapy คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวจากอเมริกาโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound) ความถี่สูงชนิดเจาะจงส่งความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส สู่ใต้ผิวจนถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ผ่าตัดยกกระชับให้เกิดการหดตัว และกระตุ้นคอลลาเจนกับอีลาสตินไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เสียเวลาพักฟื้นค่ะ

Ulthera ช่วยอะไร?

  • ยกกระชับใบหน้า ความหย่อนคล้อย ลดกระเปาะแก้ม ปรับใบหน้าเรียวเข้ารูป
  • ลดริ้วรอยรอบดวงตา ลดรอยตีนกา ยกคิ้วตก หนังตาตก
  • ลดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า 
  • ลดเหนียงใต้คาง ลดริ้วรอยบริเวณลำคอ ทำให้ผิวดูเต่งตึง
  • เพิ่มความอิ่มฟู เรียบเนียนให้กับผิว

Oligio vs Ulthera แตกต่างกันอย่างไร?

Oligo vs Ulthera ต่างกันยังไง

แม้ภาพรวมจะเห็นว่าจุดประสงค์ของ Oligio กับ Ulthera เพื่อต้องการยกกระชับ ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยต่าง ๆ แต่เครื่องทั้ง 2 ชนิดนี้ก็มีความแตกต่างกันค่ะ โดยจะขออธิบายเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

  • Oligio

เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งพลังงานสู่ผิวชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ขณะทำจะมีระบบไอเย็นช่วยลดอาการแสบร้อนของผิว จึงไม่ต้องใช้ยาชา ช่วยยกกระชับผิวและลดไขมันเฉพาะจุดให้บางลง เช่น บริเวณเหนียงและแก้ม ลดร่องลึก ริ้วรอยตื้นหรือมีขนาดเล็กรอบดวงตา หน้าผาก และส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า ผิวอิ่มฟู รูขุมขนดูกระชับ ผลลัพธ์ดีขึ้น 20-30% หลังทำ และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อผ่านไป 1-3 เดือน อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ค่ะ

  • Ulthera

เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงชนิดเจาะจงเพื่อส่งความร้อนสู่ใต้ผิวจนถึงชั้น SMAS จึงช่วยให้ผิวเกิดการหดตัวได้ดี แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอยรอบดวงตา หางตาตก ยกคิ้ว รอยตีนกา ร่องลึกต่าง ๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากดูจางลง ปรับกรอบหน้าให้เข้ารูป อาจรู้สึกเจ็บขณะทำซึ่งแพทย์มักมีการประเมินเพื่อใช้ยาชา ผลลัพธ์ดีขึ้น 20-30% หลังทำ และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อผ่านไป 1-3 เดือน อยู่ได้นาน 1-2 ปี ค่ะ

Oligio vs Ulthera ยกกระชับผิวถึงชั้นไหน?

หากเทียบกันระหว่าง Oligio กับ Ulthera ต้องบอกว่า Oligio จะลงลึกในระดับผิวชั้นหนังแท้และชั้นไขมันค่ะ ขณะที่ Ulthera สามารถลงลึกได้มากกว่าถึงระดับผิวชั้น SMAS (ชั้นผิวเดียวกันกับที่แพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วแบบนี้การใช้พลังงานที่ยิงลงลึกกว่าย่อมดีกว่าหรือเปล่า? จริง ๆ แล้วทั้งโปรแกรม Ulthera vs Oligio จะถูกใช้ในจุดประสงค์ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะสมต่อคนไข้แต่ละเคส อีกทั้งผิวแต่ละชั้นก็มีความสำคัญต่างกัน ดังนี้ค่ะ

  • ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ผิวชั้นนอกสุดจึงสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนประกอบหลักคือ น้ำ และ Lipid เพื่อกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่ม ป้องกันอันตรายจากแบคทีเรีย สารพิษ และสิ่งสกปรกต่าง ๆ มีเซลล์ผิวเคราติโนไซต์ (Keratinocyte) ที่ช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวค่ะ
  • ผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) มีความหนา แข็งแรง และยืดหยุ่นสูง อัดแน่นไปด้วยคอลลาเจน อีลาสติน รวมถึงไฮยาลูรอนิก แอซิด จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิวได้ดี ช่วยรักษาปริมาตรของผิว ส่งผลให้ผิวมีความอ่อนเยาว์ค่ะ 
  • ผิวหนังชั้นไขมัน (Subcutis) ผิวชั้นนี้จะเต็มไปด้วยเซลล์ไขมัน โปรตีนคอลลาเจน และหลอดเลือด ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย มีความอ่อนนุ่ม ช่วยป้องกันไม่ให้อวัยวะภายในสัมผัสกับอันตราย แต่ถ้ามีไขมันเยอะเกินไปก็จะถูกสะสมตามบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าท้อง ใต้คาง แก้ม ต้นแขน ต้นขา ซึ่งอาจส่งผลต่อความหย่อนคล้อยได้ค่ะ
  • ผิวหนังชั้น SMAS หรือ Superficial Musculoaponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า อยู่ลึกลงไปจากชั้นไขมัน มีส่วนในการพยุงผิวให้เต่งตึง ดังนั้นถ้าหากผิวชั้นนี้เสื่อมสภาพย่อมส่งผลต่อความหย่อนคล้อย ร่องลึก ริ้วรอยต่าง ๆ จะสังเกตเห็นได้ชัดเจน การยกกระชับผิวที่ได้ประสิทธิภาพสูงจึงต้องดูแลผิวชั้น SMAS มากเป็นพิเศษค่ะ

โดยสรุปหากมีปัญหาด้านความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึกชัดเจน ต้องการยกคิ้ว ยกหางตา การทำโปรแกรม Ulthera จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ ส่วนใครที่มีชั้นไขมันหนาใต้ผิวหนัง เหนียงใต้คางเยอะ หรือกระเปาะแก้มห้อยย้อยมาก อยากปรับกรอบหน้าให้เข้ารูป รวมถึงต้องการลดริ้วรอยไปพร้อมกัน หรือทำให้ผิวชั้นตื้นกระชับก็เหมาะกับโปรแกรม Oligio นั่นเองค่ะ

Oligio vs Ulthera ทำตำแหน่งใดได้บ้าง?

ต้องบอกว่าโปรแกรม Oligio กับ Ulthera สามารถทำได้หลายตำแหน่งทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอันตรายด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์มักนิยมตามจุดต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ 

  • ทั่วใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ ให้ดูจางลง ผิวเนียนกระชับ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  • แก้ม ลดกระเปาะแก้มจากไขมันส่วนเกิน ลดปัญหาแก้มห้อยย้อย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • เหนียงใต้คางและลำคอ ลดความหย่อนคล้อยของเหนียงใต้คาง รอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอให้ดูเต่งตึง กรอบหน้าดูชัดมากขึ้น 
  • รอบดวงตา ยกคิ้ว ยกหางตา ลดรอยตีนกาและริ้วรอยต่าง ๆ รอบดวงตา
  • บริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ช่วยยกกระชับสัดส่วนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละเคสแพทย์จะประเมินความเหมาะสมและจุดประสงค์ของคนไข้เพื่อเลือกใช้เครื่องที่สร้างผลลัพธ์น่าพึงพอใจและเหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ

Oligio vs Ulthera เหมาะกับใคร?

ระหว่าง Oligio vs Ulthera เหมาะกับใคร? หากมองภาพรวมทั้ง 2 โปรแกรมเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยบริเวณส่วนต่าง ๆ แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หรือฉีดสารชนิดใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ก็ยังสามารถแยกความเฉพาะเจาะจงได้ ดังนี้ค่ะ 

Oligio เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีริ้วรอย ความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวบาง ผิวขาดความอิ่มฟู
  • ผู้ที่ต้องการลดไขมันตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความกระชับ เช่น ลดเหนียง ลดกระเปาะแก้ม
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวบนใบหน้า รอบดวงตา แบบไม่ต้องผ่าตัด 

Ulthera เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีริ้วรอย ความหย่อนคล้อยตั้งแต่ระดับปานกลางถึงระดับมาก
  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางตาตก รอยตีนกา ต้องการฟื้นฟูผิวรอบดวงตา
  • ผู้ที่มีเหนียงใต้คาง ลำคอเหี่ยวย่น ต้องการปรับกรอบหน้าให้เข้ารูป
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับ เพิ่มความเรียบเนียนให้ใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด

เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ Oligio vs Ulthera

เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้อง นี่คือข้อเปรียบเทียบของเครื่องยกกระชับ Oligio vs Ulthera เมื่อมีการใช้งานค่ะ

เครื่อง Oligio 

เครื่อง Oligio คือ เทคโนโลยีการยกกระชับจากบริษัท Wontech ประเทศเกาหลี โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งพลังงานลงไปใต้ผิวในระดับชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ผิวจึงหดตัวควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมลดไขมันส่วนเกินได้บางส่วน มีระบบ Cool System ขณะทำตัวเครื่องจะปล่อยไอเย็นเพื่อช่วยลดอาการแสบร้อน จึงไม่ต้องใช้ยาชา ปัจจุบันแบ่งออกได้ 2 รุ่น คือ Oligio เครื่องรุ่นดั้งเดิม และ OligioX รุ่นที่ถูกพัฒนาให้มีโหมดการใช้งานเพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมค่ะ

เครื่อง Ulthera 

เครื่อง Ulthera เป็นเทคโนโลยี Real-Time Visualization จากอเมริกา นำเข้าโดย Merz Aesthetics ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงส่งพลังงานความร้อน 60-70 องศาเซลเซียส ลงไปถึงผิวชั้น SMAS ผิวเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนกับอีลาสติน มีหน้าจอให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ ช่วยจัดการปัญหาได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันแบ่งออกได้ 3 รุ่น คือ Ulthera เครื่องรุ่นดั้งเดิม , Ulthera SPT ที่พัฒนาขึ้นจนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และ Ulthera Prime เครื่องรุ่นใหม่ของปัจจุบัน ขนาดจอใหญ่ขึ้นพร้อมนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นด้วยค่ะ

เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ Ulthera vs เครื่องยกกระชับอื่นๆ

นอกจากเครื่อง Ulthera กับ Oligio แล้ว ยังขอเปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ Ulthera กับเครื่องยกกระชับตัวอื่น ๆ ให้เห็นความแตกต่างกันด้วยค่ะ

Ulthera vs Hifu

Ulthera vs Hifu

ทั้ง 2 เครื่องนี้เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงไปใต้ผิวจนถึงชั้น SMAS เหมือนกัน ช่วยให้ผิวเกิดการหดตัว กระตุ้นคอลลาเจนกับอีลาสติน แต่ความแตกต่างในด้านความเข้มข้นและจุดโฟกัส โดย Ulthera เป็นเทคโนโลยี MFU-V จึงมีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ พลังงานคงที่ สามารถโฟกัสขณะทำได้แม่นยำ ผลลัพธ์นาน 1-2 ปี ส่วน Hifu มีจุดพลังงานเล็กกว่า แต่เจ็บน้อยกว่า ผลลัพธ์นาน 3-6 เดือนค่ะ

Ulthera vs Thermage

Ulthera vs Thermage

Ulthera สามารถยิงคลื่นเสียงความถี่สูงลงไปถึงผิวชั้น SMAS ช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยต่าง ๆ ได้ดี ส่วน Thermage เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (คล้ายหลักการเดียวกับ Oligio) ยิงลงใต้ผิวไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน จึงเน้นเรื่องการยกกระชับควบคู่กับการสลายตัวไขมันบางส่วน ลดขนาดรูขุมขน ปรับกรอบหน้า ผลลัพธ์นาน 1-2 ปี พอ ๆ กันค่ะ

เลือก Oligio vs Ulthera อย่างไรให้เหมาะกับคุณ

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโปรแกรม Oligio กับ Ulthera ก็มีหลักการเบื้องต้นคล้ายกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ เพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาค่ะ

  • เข้าใจปัญหาและสภาพผิวของตนเอง หากมีริ้วรอย ความหย่อนคล้อย เหนียง กระเปาะแก้มชัดเจน การทำ Ulthera จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการกระชับรูขุมขน เพิ่มความเรียบเนียนบนใบหน้าควรเลือก Oligio ค่ะ
  • ประเมินงบประมาณของตนเอง ซึ่งปกติ Ulthera ราคาจะสูงกว่า แต่แลกมากกับการทำเพียงครั้งเดียวแล้วอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขณะที่ Oligio ราคาถูกกว่า แต่ต้องทำซ้ำทุก 6 เดือนค่ะ
  • แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ชำนาญการ โดยให้แพทย์เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับใบหน้าและผิวของคุณ ซึ่งแพทย์จะสามารถประเมินตัวเลือกที่เหมาะสมกับการแก้ไขได้อย่างน่าพึงพอใจค่ะ

ทำ Oligio vs Ulthera ด้วยกันได้ไหม?

การทำ Oligio กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ค่ะ ถือเป็นการเพิ่มผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดย Oligio เน้นยกกระชับและลดไขมันบางจุดบริเวณชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ขณะที่ Ulthera สามารถลงลึกได้ถึงผิวชั้น SMAS ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย สร้างความกระชับ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวดูเต่งตึง ทำให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัยด้วยค่ะ

Oligio vs Ulthera ทำที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไร?

Oligio vs Ulthera ทำที่ไหนดี

ไม่ว่าจะเป็นการทำโปรแกรม Oligio vs Ulthera ต้องเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ภายในคลินิกสะอาด ใช้เครื่องแท้ส่งตรงจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น ดำเนินการโดยแพทย์ชำนาญการ มีใบรับรองวิชาชีพ และผ่านการฝึกทักษะวิธีใช้เครื่องมาโดยตรง อย่างที่ BEAMS Plastic Surgery ของเรา มีตัวเลือกทั้ง 2 โปรแกรม ตั้งแต่ โปรแกรม OligioX และ Ulthera Prime เทคโนโลยีรุ่นใหม่ ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำเพื่อผลลัพธ์ตามความต้องการของแต่ละเคส เพื่อผลลัพธ์น่าพึงพอใจค่ะ

สรุปบทความ

โปรแกรม Oligio vs Ulthera ล้วนเป็นตัวเลือกของการยกกระชับผิว โดย Oligio จะใช้การยิงคลื่นวิทยุความถี่สูงลงสู่ผิวชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เน้นลดรูขุมขน ลดริ้วรอยตื้น ยกกระชับปรับรูปหน้า ขณะที่ Ulthera ใช้การยิงคลื่นเสียงความถี่สูงลงถึงผิวชั้น SMAS ยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งสามารถทำทั้ง 2 โปรแกรมร่วมกันได้ ที่ BEAMS Plastic Surgery จึงพร้อมดูแลทุกปัญหาของคนไข้โดยแพทย์ชำนาญการ สนใจสอบถามข้อมูลหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติม คลิก Line Official : @beamss หรือ คลิกเพื่อติดต่อแพทย์ของเราได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

การทำ Oligio คนไข้มักรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวที่ทำ เพราะมีระบบไอเย็นช่วยลดความเจ็บ ขณะที่ Ulthera มักรู้สึกจี๊ด ๆ ร้อนอยู่ลึกใต้ชั้นผิวมากกว่า แพทย์จึงมักใช้ยาชาช่วยค่ะ

ทั้งโปรแกรม Ulthera กับ Oligio ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผลหลังทำ 20-30% จากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น จนผลลัพธ์น่าพอใจเมื่อผ่านไป 1-3 เดือนค่ะ

ส่วนใหญ่ Oligio ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน และควรทำซ้ำทุก 6 เดือนค่ะ ขณะที่ Ulthera ทำครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี

ทั้ง Oligio กับ Ulthera สามารถทำร่วมกัน รวมถึงทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ค่ะ โดยแพทย์ชำนาญการจะเป็นผู้ประเมินตามเหมาะสมค่ะ

Oligio มักรู้สึกตึง ชา อุ่นใต้ผิวเล็กน้อย และอาจมีรอยแดงแล้วจะจางลงค่ะ ส่วน Ulthera อาจมีอาการระบม บวมช้ำเล็กน้อยใต้ผิว รู้สึกชาหรือตึงผิว แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

Oligio vs Ulthera ราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับปัญหาของคนไข้ ปริมาณและระยะเวลาในการรักษา ชื่อเสียงของแพทย์ คลินิก รวมถึงโปรโมชันในช่วงเวลานั้น ๆ ด้วยค่ะ

พญ. คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

บทความโดย : พญ.คุณาภรณ์ ตั้งธนะวัฒน์ (หมอบีม)

ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง (ว.48073)

โปรโมชั่นวันนี้
LINE
กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ
บทความที่เกี่ยวข้อง