หนังตาตก คืออะไร?

หนังตาตก (Ptosis) คือภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าระดับปกติ อาจเกิดขึ้นกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พันธุกรรม ความผิดปกติของเส้นประสาท รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างที่อาจเร่งให้กล้ามเนื้อและผิวหนังรอบดวงตาเสื่อมเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ชั้นตาดูไม่ชัด ดวงตาดูเล็กลง ไม่สดใสหรือดูอ่อนล้า บางรายที่มีหางตาตกในระดับมากอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ครับ
3 สาเหตุหลักที่เกิดภาวะหนังตาตก
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาหนังตาตกแบ่งได้เป็น 3 สาเหตุหลักที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของผิวบริเวณรอบดวงตา ดังนี้
- ปัจจัยด้านอายุ : เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาบน จะค่อยๆ อ่อนแรงหรือยืดตัว ทำให้เปลือกตาหย่อนลงดูไม่สดใส หากมีปัญหาคิ้วตกร่วมด้วยยิ่งส่งผลให้ใบหน้าดูหมองเศร้า
- พันธุกรรม : ในครอบครัวที่มีประวัติหนังตาตกหรือหางตาตก อาจเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงแต่กำเนิด รวมถึงโครงสร้างใบหน้าและลักษณะผิวที่มีความหย่อนคล้อย ซึ่งสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- พฤติกรรมและปัจจัยภายนอก : การใช้สายตาอย่างหนักเป็นเวลานาน พักผ่อนไม่เพียงพอ ขยี้ตาเป็นประจำ สูบบุหรี่จัด หรือการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน ปัจจัยเหล่านี้อาจเร่งให้กล้ามเนื้อและผิวหนังรอบดวงตาอ่อนแรงเร็วกว่าปกติครับ
วิธีการรักษาหนังตาตก หางตาตก มีกี่วิธี? มีวิธีไหนบ้าง?
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว การเลือกวิธีรักษาหนังตาตกที่เหมาะสมกับปัจจัยของแต่ละบุคคลถือเป็นสิ่งสำคัญครับ โดยวิธีรักษาหนังตาตกตามสาเหตุมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
อายุ
ปัจจัยจากอายุที่เพิ่มขึ้นมักสัมพันธ์กับการเสื่อมของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาและความหย่อนคล้อยของผิวหนังรอบดวงตา วิธีดูแลในกลุ่มนี้อาจเริ่มจากการดูแลผิวรอบดวงตา การปรับพฤติกรรมการใช้สายตา หรือหัตถการบางประเภทที่ช่วยพยุงผิวและกล้ามเนื้อในระดับหนึ่ง ในกรณีที่หนังตาตกมากจนกระทบการมองเห็น แพทย์อาจพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่การแก้ไขด้วยยกคิ้ว Endotine, ผ่าตัดแก้ไขหนังตา หรือยกหางตาแทนครับ
พันธุกรรม
หากสาเหตุมาจากพันธุกรรม โดยส่วนใหญ่แนวทางการแก้หนังตาตกจะไม่เน้นวิธีธรรมชาติหรือการดูแลผิวเพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างได้โดยตรง แพทย์จึงมักประเมินเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เช่น การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อยกเปลือกตา หรือการปรับโครงสร้างชั้นตาให้สัมพันธ์กับการมองเห็นและความสมดุลของดวงตา
พฤติกรรมการใช้ชีวิตในประจำวัน
กรณีที่หนังตาตกหรือหางตาตกสัมพันธ์กับพฤติกรรม วิธีแก้หนังตาตกจะเน้นที่การปรับพฤติกรรม เช่น การแบ่งเวลาพักสายตาระหว่างวัน หลีกเลี่ยงการขยี้ตา พักผ่อนเป็นเวลา และดูแลผิวรอบดวงตาอย่างถูกวิธี หากมีการปรับพฤติกรรมแล้วปัญหาหนังตาตกยังรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาเพิ่มเติมเช่น การยกคิ้วส่องกล้อง, ยกกระชับหนังตา (Subbrow Lift) หรือการหัตถการอื่นๆ ตามความเหมาะสมครับ
วิธีแก้หนังตาตกแบบธรรมชาติมีอะไรบ้าง?
สำหรับวิธีแก้หนังตาตกโดยไม่ศัลยกรรม เป็นวิธีที่เน้นการดูแลแบบธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการและชะลอความหย่อนคล้อยได้ในระดับหนึ่ง โดยแนวทางที่นิยมมีดังนี้
การบริหารกล้ามเนื้อตา
- มองตรงไปข้างหน้าแล้วหลับตาช้าๆ ค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที จากนั้นลืมตา ทำซ้ำหลายครั้ง
- มองขึ้นด้านบนโดยไม่ขยับศีรษะ ค้างไว้ 5 วินาที แล้วกลับมามองตรง
- หลับตาแน่นเล็กน้อย แล้วคลายออก ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเปลือกตา
- กลิ้งตาหรือกลอกตาช้าๆ บน-ล่าง-ซ้าย-ขวา และเป็นวงกลม
- กะพริบตาช้าๆ และสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตา
การประคบบริเวณเปลือกตา
- ประคบร้อนสลับกับการประคบเย็น เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- ใช้แผ่นมาสก์รอบดวงตาที่ให้ความชุ่มชื้น เพื่อช่วยดูแลผิวบริเวณเปลือกตา
- ใช้ไข่ขาวตีจนขึ้นฟูเล็กน้อยแล้วทาบางๆ ที่เปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วใช้น้ำเย็นล้างออก
- ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น บิดหมาด วางบนเปลือกตาเพื่อคลายความตึงของกล้ามเนื้อ
นวดคลึงบริเวณดวงตา

การนวดคลึงรอบดวงตาเพื่อแก้หางตาตกจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและคลายความตึงของกล้ามเนื้อเปลือกตา ทำได้ด้วยการใช้ปลายนิ้วกลางหรือนิ้วนางนวดคลึงเบาๆ เริ่มจากหัวตาไปยังหางตา จากนั้นวนมาบริเวณใต้ตา ควรนวดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาทีครับ
รับประทานอาหารที่บำรุงดวงตา
อาหารที่มีวิตามินเออย่างแครอท ฟักทอง และผักใบเขียว ช่วยบำรุงการมองเห็น อาหารที่มีวิตามินซีและวิตามินอี เช่น ส้ม ฝรั่ง เบอร์รี และถั่วเปลือกแข็ง รวมถึงอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างปลาแซลมอน ปลาทะเล และปลาไขมันดี ซึ่งมีส่วนช่วยลดการอักเสบและบำรุงเนื้อเยื่อรอบดวงตา แม้วิธีนี้จะไม่สามารถแก้ไขหนังตาตกที่เกิดจากโครงสร้างได้โดยตรง แต่สามารถช่วยดูแลสุขภาพดวงตาโดยรวมได้ครับ
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาบ่อยๆ เพราะอาจทำให้ผิวและกล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรงได้เร็วขึ้น
- พักสายตาเป็นระยะเมื่อใช้คอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือเป็นเวลานาน เช่น ทุก 20-–30 นาที
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้กล้ามเนื้อและผิวรอบดวงตาได้รับการฟื้นฟู
- ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรงๆ
- ลดระยะเวลาการใส่คอนแทคเลนส์ และพักดวงตาตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม
หนังตาตก ระดับไหนควรพบแพทย์
หากลองใช้วิธีแก้หนังตาตกแบบธรรมชาติแล้วไม่ได้ผล หรือปัญหาหางตาตกยังคงรบกวนการใช้ชีวิต แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมครับ โดยส่วนใหญ่ระดับความรุนแรงที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่ กรณีที่หนังตาตกบดบังการมองเห็น ทำให้เกิดความรู้สึกระคายเคืองบริเวณดวงตาและเริ่มกระทบต่อความมั่นใจ