Endotine หรือ เอนโดไทน์ คืออะไร
Endotine (เอนโดไทน์) คือ วัสดุทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับศัลยกรรมดึงหน้าและยกคิ้ว ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการส่องกล้อง Endoscopic ซึ่งหมุด Endotine ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากสหรัฐอเมริกา (FDA) ทำหน้าที่ยึดและยกกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ โดย Endotine จะค่อยสลายไปเองตามธรรมชาติภายใน 6-12 เดือน ในขณะที่เนื้อเยื่อสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อมายึดโครงสร้างไว้แทนค่ะ
คุณสมบัติพิเศษของเอนโดไทน์ คือ สามารถยึดเกาะกับเนื้อเยื่อได้อย่างแน่นหนา ไม่หลุดหรือเคลื่อนตำแหน่งง่าย ทำให้ผลลัพธ์คงทนและดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ไม่ต้องเย็บตัดไหมออก เพราะจะละลายไปเองโดยที่ทิ้งสารแปลกปลอม และมีสารตกค้างในร่างกาย
ลักษณะของหมุด Endotine เป็นอย่างไร

หมุดเอนโดไทน์มีลักษณะเป็นหมุดขนาดเล็กทำจากพอลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6-12 เดือน มีปุ่มเล็กๆ หรือมีลักษณะหนามยื่นออกมาเพื่อยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ ซึ่งชนิดของหมุดจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ใช้ เช่น แบบหมุดรูปสามเหลี่ยมจะใช้สำหรับยกคิ้วและหน้าผาก มีขนาดเล็กประมาณ 1.5 ซม.และแบบเส้นยาวคล้ายริบบิ้น ลักษณะเป็นเส้นเรียวยาวคล้ายก้างปลาจะใช้สำหรับยกกระชับใบหน้าส่วนล่างและลำคอ
หมุด Endotine มีกี่แบบ
หมุด Endotine มีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบถูกออกแบบให้เหมาะสมกับบริเวณที่ใช้งานและความต้องการในการยกกระชับ โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้
Endotine Forehead
ใช้สำหรับดึงหน้าผากและยกคิ้ว เหมาะกับผู้ที่มีรอยย่นบนหน้าผากหรือคิ้วตก
Endotine Trans-Bleph
ใช้ในการยกบริเวณหางคิ้วและหางตา
Endotine Midface
ออกแบบมาเฉพาะสำหรับยกกลางใบหน้า บริเวณโหนกแก้มและใต้ตา
Endotine Ribbon
ใช้ยกกลางหน้า บริเวณแก้ม ช่วยแก้ปัญหาแก้มตก คางสองชั้น และกรอบหน้า
หมุดแต่ละแบบได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าในแต่ละส่วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Endotine ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
Endotine (เอนโดไทน์) ช่วยแก้ปัญหาความงามหลายประการ ดังนี้
- แก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก ทำให้ดูอ่อนเยาว์และหน้าตาสดใสขึ้น
- แก้ปัญหาภาวะคิ้วกับตาใกล้กัน ทำให้ดวงตาสดใสขึ้น และคิ้วกับตาดูสมดุล
- ลดรอยย่นบนหน้าผากและตีนกา แก้ปัญหาหน้าผากย่น ตีนกา ร่องขมวดคิ้ว และริ้วรอยต่างๆ
- แก้ปัญหาร่องขมวดคิ้ว ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างชัดเจน หน้าดูไม่ดุ อ่อนโยนขึ้น
- แก้ปัญหาแก้มตก ทำให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันที
- ปรับโครงหน้า ให้ดูเรียวและยกกระชับมากขึ้น
นอกจากนี้ที่ BEAMS Plastic Surgery ยังช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและสมส่วนขึ้น โดยไม่ทำให้ดูตาชี้เกินไปหรือผิดธรรมชาติ
คลิกเพื่อปรึกษาแพทย์ของเรา
Endotine สามารถใช้กับหัตถการอะไรได้บ้าง?
Endoscopic Brow Lift หรือ Endo-Brow Lift
คือ การยกคิ้วส่องกล้อง โดยใช้หมุด Endotine 2 ตัว ในการช่วยยึดตำแหน่งบริเวณเหนือคิ้ว หัตถการนี้จะช่วยยกกระชับผิวบริเวณหน้าผาก และคิ้วที่หย่อนคล้อย แก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกาและร่องขมวดคิ้วที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ นอกจากนี้ยังช่วยปรับระยะห่างระหว่างคิ้วและดวงตาที่แคบเกินไป หรือคิ้วไม่เท่ากัน ให้ดูได้สัดส่วนและทำให้ใบหน้าโดยรวมมีความสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
Endoscopic Facelift หรือ Endo-Face Lift
คือ การส่องกล้องดึงหน้า เพื่อช่วยยกกระชับใบหน้าส่วนต่างๆ ตั้งแต่ใบหน้าส่วนกลางและใบหน้าส่วนล่าง
ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย โดยช่วยยกแก้ม ปรับความหย่อนหรือแก้มห้อยให้กระชับ ปรับร่องแก้มและร่องน้ำหมากให้มีความตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนวัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถยกกระชับบริเวณลำคอส่วนบน ลดไขมันสะสมที่เหนียง แก้ปัญหาคางสองชั้น และช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวได้สัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ
ซึ่งในปัจจุบัน BEAMS Plastic Surgery ได้ใช้หมุด Endotine เฉพาะในการทำหัตถการยกคิ้วส่องกล้องค่ะ
แต่ส่วนการยกกระชับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง เราได้พัฒนาเทคนิคเป็นการส่องกล้องเลาะชั้น SMAS เพื่อดึงหน้าในชั้นลึกให้ยกกระชับเป็นธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 5-10 ปี โดยไม่ต้องใช้หมุด Endotine ในส่วนนี้ ซึ่งแผลจะมีขนาดเล็กประมาณ 2-3 ซม. และถูกซ่อนบริเวณไรผม รวมถึงปิดแผลด้วยเทคนิคการซ่อนแผล (Invisible Lock) ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของคลินิกที่ได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น
ขั้นตอนการยกคิ้ว ด้วย Endotine
การทำยกคิ้วด้วย Endotine หรือ การส่องกล้องยกคิ้ว (Endobrow lift) เริ่มจากการวางแผนและประเมินใบหน้าโดยแพทย์เพื่อกำหนดตำแหน่งที่จะยกคิ้วอย่างเหมาะสม จากนั้นจึงให้ยาเบลอหรือยาสลบตามความเหมาะสมของแต่ละรายด้วยวิสัญญีแพทย์ เมื่อพร้อมแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 5 จุดบนศีรษะ โดยตำแหน่งจะซ่อนอยู่ในแนวเส้นผม เพื่อลดการมองเห็นรอยแผลถาวร
จากนั้นส่องกล้องทางการแพทย์ Endoscopic ที่มีขนาดเล็กเข้าไปเพื่อดูโครงสร้างของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างละเอียด ก่อนทำการเลาะเนื้อใต้ผิวหนัง จึงทำการยกคิ้วและหน้าผากขึ้นสู่ตำแหน่งที่ต้องการ และยึดกับหมุด Endotine เพื่อยึดเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่งย่างมั่นคง สุดท้ายแพทย์จะปิดแผลด้วยการเย็บแผลขนาดเล็ก โดยขั้นตอนทั้งหมดนี้จะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและปัญหาใบหน้าของแต่ละบุคคลค่ะ
ข้อดี-ข้อจำกัดการผ่าตัดด้วย Endotine

ข้อดีของการผ่าตัดด้วย Endotine
- รอยแผลเล็ก ซ่อนอยู่ในไรผม แทบมองไม่เห็น
- ระยะฟื้นตัวเร็ว เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด การส่องกล้องยกคิ้วมีระยะพักฟื้นเพียง 3 วัน
- บวมช้ำน้อยกว่า เพราะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง
- ยึดได้แน่นหนา Endotine ช่วยให้เนื้อเยื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการได้ดี
- ผลลัพธ์คงทน อยู่ได้นาน 5-10 ปี
- ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง ตาชี้ หรือดึงจนเกินไป
- ไม่ต้องนำวัสดุ Endotine ออก เพราะสลายไปเองตามธรรมชาติ
- ความเสี่ยงต่ำ มีภาวะแทรกซ้อนน้อย
ข้อจำกัดของการผ่าตัดด้วย Endotine
- การทําเอนโดไทน์ ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นอุปกรณ์นำเข้าและต้องใช้เทคนิคพิเศษจากทีมแพทย์เฉพาะทาง
- ต้องใช้ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ ไม่ใช่ทุกคลินิกจะมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- มีโอกาสเกิดการชา แต่อาการชาส่วนใหญ่ เป็นเพียงชั่วคราว มักค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว โดยใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน แล้วแต่แต่ละบุคคล
ผ่าตัดด้วย Endotine ต่างจาก Sub Brow Lift อย่างไร
Endo-Brow Lift (ยกคิ้วส่องกล้อง)
- เปิดแผลเล็กๆ ในไรผม
- ใช้ส่องกล้องช่วยในการผ่าตัด เพื่อแพทย์จะได้เห็นโครงสร้างภายในได้อย่างแม่นยำ
- ใช้หมุด Endotine ในการยึดเนื้อเยื่อ
- บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- เหมาะกับผู้ที่คิ้วตก หางตาตก มีร่องขมวดคิ้ว ริ้วรอยหน้าผากและตีนกา
- ไม่เห็นรอยแผลเนื่องจากซ่อนอยู่ในไรผม
Sub Brow Lift (การยกกระชับหนังตา)
- เปิดแผลโดยการกรีดแผลผ่านใต้คิ้ว
- ตัดเนื้อเยื่อและผิวส่วนเกินออก
- เย็บดึงขึ้น โดยไม่ใช้ Endotine
- มีรอยแผลกรีดยาวบริเวณใต้คิ้ว
- เหมาะกับคนที่มีเปลือกตาหนา , ห้อย และมีระยะตากับคิ้วไกลกัน
- มีรอยแผลเห็นได้ชัด
การผ่าตัด Endotine เหมาะกับใครบ้าง

การผ่าตัด Endotine เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะ ดังนี้
- ผู้ที่มีคิ้วตก หางตาตก จนใบหน้าดูเศร้าหรือโทรม
- ผู้ที่มีรอยย่นบนหน้าผากและหางตาชัด
- ผู้ที่มีหน้าแก้มเริ่มตก ใบหน้าไม่กระชับ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน
- ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน
- ผู้ที่ไม่อยากแผลบนใบหน้า
- ผู้ที่ทำหัตถการอื่นแล้วแต่ผลลัพธ์ยังไม่ตอบโจทย์
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจทำค่ะ
ผลลัพธ์หลังทำ Endotine อยู่ได้กี่ปี?
ผลลัพธ์จากการทำ Endotine สามารถอยู่ได้ประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น
- อายุและสภาพผิว ผู้ที่อายุน้อยกว่าและมีผิวยืดหยุ่นที่ดีจะได้ผลลัพธ์ที่นานกว่า
- การดูแลตัวเอง การป้องกันแสงแดด บำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง เช่นการทำ Skin Treatment , Ulthera , EndoliftX โดยที่ BEAMS Plastic Surgery เรามีบริการการดูแลที่ช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้ดีกว่าค่ะ
- พันธุกรรม – ผิวแต่ละคนมีอัตราแก่ที่แตกต่างกัน
- ไลฟ์สไตล์ – การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนน้อย จะทำให้ผลลัพธ์จางเร็วกว่า
- เทคนิคของศัลยแพทย์ – ความชำนาญของแพทย์ส่งผลต่อความคงทน
แม้ว่า Endotine จะสลายหมดภายใน 6-12 เดือน แต่ผลลัพธ์ยังคงอยู่ เพราะร่างกายได้สร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ยึดโครงสร้างไว้แทนค่ะ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด Endotine
เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยและได้ผลดี ควรเตรียมตัวดังนี้
- ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด บอกประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ทาน
- ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด เพื่อประเมินความพร้อม
- หยุดยาบางชนิด เช่น ยาลดลิ่มเลือด ยาแอสไพริน วิตามินอี ล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงอาหารเสริม ที่อาจทำให้เลือดออกง่าย
- เตรียมผมให้สะอาด ล้างผมในคืนก่อนหรือเช้าวันผ่าตัด
- งดอาหารและน้ำ ก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง ถ้าใช้ยาสลบ
- ใส่เสื้อผ้าที่สวมง่ายหรือเสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อการสวมใส่ได้ง่าย
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด Endotine
หลังผ่าตัด Endotine การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แผลหายไว ลดบวมช้ำ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ดังนั้นหลังทำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และนอนด้วยหมอนรองศีรษะสูงในช่วงสัปดาห์แรก
- หมั่นประคบเย็นช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวมและช้ำ
- ใส่ผ้ารัดศีรษะ 7 วัน 24 ชม. และใส่ต่อเนื่อง 1 เดือน 6-8 ชม.
- ทานยาและล้างแผลตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการก้มศีรษะ ออกแรง หรือยกของหนัก
- งดออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่ง ฟิตเนส โยคะ
- หลีกเลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
- ผลลัพธ์ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 1–3 เดือน และควรไปตรวจติดตามผล
- ดูแลสุขภาพผิว พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์